533.jpg
กมธ.การศาสนาฯ จัดนิทรรศการ‘วัฒนธรรมรักษ์โลก’ ขยายพลังเครือข่ายสิ่งแวดล้อมผ่านมิติศาสนา

กมธ.การศาสนาฯ จัดนิทรรศการ‘วัฒนธรรมรักษ์โลก’ ขยายพลังเครือข่ายสิ่งแวดล้อมผ่านมิติศาสนา

วันศุกร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 15.36 น.

กมธ.การศาสนาฯ จัดนิทรรศการ‘วัฒนธรรมรักษ์โลก’ ขยายพลังเครือข่ายสิ่งแวดล้อมผ่านมิติศาสนา

วันที่ 5 สิงหาคม 2569 เวลา 09.15 นาฬิกา ณ ห้องโถงหน้าห้องจัดประชุมสัมมนา ชั้น B1 อาคารรัฐสภา คณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา จัดการเสวนาเชิงปฏิบัติการและนิทรรศการ ภายใต้โครงการ “พลังแห่งศาสนสถาน : ศรัทธาและภูมิปัญญา ขับเคลื่อนสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนด้วยวิถีพอเพียง” โดยมีนางเอมอร ศรีกงพาน ประธานคณะกรรมาธิการการศาสนาฯ กล่าวเปิดนิทรรศการ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วราวุธ ตีระนันท์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านศาสนา คุณธรรม จริยธรรม กล่าวรายงาน พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการฯ คณะอนุกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง ผู้บริหารและบุคลากรสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาและสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน นักเรียน นักศึกษา และสื่อมวลชน เข้าร่วม


นางเอมอร ศรีกงพาน ประธานคณะกรรมาธิการการศาสนาฯ กล่าวว่า โครงการนี้เกิดจากความร่วมมือของคณะกรรมาธิการการศาสนาฯ ร่วมกับสมาคมคาทอลิกแห่งประเทศไทย มูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา สื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย และภาคีเครือข่ายจากทุกภาคส่วน เพื่อส่งเสริมให้สังคมไทยตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยอาศัยพลังของศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นกลไกสำคัญในการสร้างจิตสำนึกและการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกช่วงวัย

โครงการนี้เป็นการดำเนินงานที่สืบสานเจตนารมณ์ของคณะกรรมาธิการการศาสนาฯ อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะเป็นปีที่ 2 ของคณะกรรมาธิการชุดปัจจุบัน แต่หากนับรวมการดำเนินงานที่ได้ริเริ่มไว้โดยคณะกรรมาธิการชุดก่อนแล้ว ถือเป็นการดำเนินงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการใช้มิติทางศาสนา คุณธรรม จริยธรรม และศิลปวัฒนธรรม มาสร้างความตระหนักรู้และปลูกจิตสำนึกในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมของสังคมไทยอย่างยั่งยืน พร้อมเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า งานเสวนาและนิทรรศการในวันนี้จะเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และขยายผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมผ่านมิติของศาสนา คุณธรรม และวัฒนธรรม เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่มีความสมดุล ทั้งด้านจิตใจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อันจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศต่อไป

สำหรับการจัดโครงการ “พลังแห่งศาสนสถาน : ศรัทธาและภูมิปัญญา ขับเคลื่อนสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนด้วยวิถีพอเพียง” ในวันนี้ แบ่งการจัดกิจกรรมออกเป็น 2 ช่วง โดยในช่วงเช้าเป็นการเสวนาเชิงปฏิบัติการ พร้อมการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ศาสนสถานต้นแบบกับการจัดการสิ่งแวดล้อม” โดยพระราชวัชรบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดจากแดง และการจัดแสดง 29 นิทรรศการ จากความร่วมมือของ 33 หน่วยงานที่แสดงถึงการเรียนรู้และลงมือปฏิบัติด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมในยุคการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และฝึกปฏิบัติแนวทางลดผลกระทบจากภาวะโลกร้อน การจัดการขยะ การลดก๊าซเรือนกระจก และการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าในศาสนสถานและชุมชน

นอกจากนี้ยังแสดงถึงการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และเสริมพลังศาสนสถานและเครือข่ายศรัทธาในการขับเคลื่อนสิ่งแวดล้อม โดยการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวปฏิบัติที่ดีในการนำหลักธรรม ค่านิยม และกิจกรรมทางศาสนามาส่งเสริมจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมและการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยสร้างสรรค์นวัตกรรมและกิจกรรมต้นแบบเพื่อชุมชนสีเขียวผ่านกิจกรรมการใช้วัสดุธรรมชาติ การเพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือใช้ และนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนาต้นแบบที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในศาสนสถานและชุมชน

โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมจัดนิทรรศการ อาทิ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม สถาบันลูกโลกสีเขียว บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กรมป่าไม้ พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมถ์ กรมการศาสนา วัดจากแดง โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน Siam Wellness สมาคมสื่อมวลชนพระพุทธศาสนาและศิลปวัฒนธรรมนานาชาติ และ Ephrata Music เป็นต้น

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top