วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569
วันที่ 7 ธันวาคม 2563 เวลา 17.32 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลฎีกา แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
เมื่อเสด็จฯถึงอาคารที่ทำการศาลฎีกา เขตพระนครกรุงเทพมหานคร นางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา นางวาสนา หงส์เจริญ รองประธานศาลฎีกา นายนิพันธ์ ช่วยสกุล รองประธานศาลฎีกา นายพงษ์เดช วานิชกิตติกูล ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม พร้อมข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมชั้นผู้ใหญ่ เฝ้าฯรับเสด็จ แล้วเสด็จเข้าพลับพลาพิธี
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธยุติธรรมโลกนาถ ทรงกราบ ทรงศีล ประธานสงฆ์ถวายศีล เสร็จแล้ว พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายดิเรก อิงคนินันท์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา เฝ้าฯ ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายหนังสือที่ระลึกแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา เฝ้าฯ ทูลเกล้าฯถวายหนังสือที่ระลึกแด่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ต่อจากนั้น นางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา กราบบังคมทูลรายงาน และกราบบังคมทูลเบิก นางวาสนา หงส์เจริญ รองประธานศาลฎีกา พร้อมข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมชั้นผู้ใหญ่เฝ้าฯ รับพระราชทานของที่ระลึก กับทูลเกล้าฯถวายเงิน โดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย เสร็จแล้ว พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายเกียรติพงศ์ อมาตยกุล ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา เฝ้าฯ ถวายแผ่นศิลาเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย และทรงลงพระนามาภิไธย
จากนั้น เสด็จฯ ไปยังแท่นพิธี ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้ายอาคาร "ศาลฎีกา" แล้วเสด็จเข้าพลับพลาพิธี ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ ประทับพระราชอาสน์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวยอดิเรก โอกาสนี้ พระราชทานของที่ระลึกแก่ข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมชั้นผู้ใหญ่ จำนวน 120 ราย ตามลำดับ จากนั้นพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา เฝ้าฯทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศล ตามพระราชอัธยาศัย นายสมเกียรติ พงศ์ อมาตยกุล ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา เฝ้าฯทูลเกล้าฯถวายแผ่นศิลา เพื่อลงพระปรมาภิไธย และทรงลงพระนามาภิไธย เสร็จแล้ว เสด็จฯ ไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงลาพระสงฆ์ เสด็จขึ้นห้องรับรองที่ประทับ ชั้น 3 อาคารศาลฎีกา ทรงลงพระปรมาภิไธย และทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดที่ระลึก จากนั้น พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นางเมธินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา เฝ้าฯทูลเกล้าฯถวายฉลองพระองค์ครุยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสร็จแล้ว เสด็จเข้าห้องประชุมใหญ่ศาลฎีกา
ในโอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำรัสแก่ข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมชั้นผู้ใหญ่ ความว่า
“อาคารที่ทำการศาลฎีกา ซึ่งได้สร้างขึ้นใหม่บนที่ตั้งอาคารที่ทำการหลังเดิมนี้ มีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน ควบคู่ไปกับประวัติศาสตร์แห่งการยุติธรรมของไทย อันนับเนื่องมาแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มีการปฏิรูประบบศาล และสร้างศาลสถิตยุติธรรมขึ้น ห้องประชุมใหญ่ศาลฎีกาแห่งนี้ ก็เป็นสถานที่ที่มีความสำคัญต่อบ้านเมือง เพราะนอกจากจะเป็นที่สำหรับประชุมกัน เพื่อคัดเลือกผู้พิพากษาให้ทำหน้าที่วินิจฉัยตัดสินคดีต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญ และคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติเหมาะสม ให้ทำหน้าที่ในองค์กรอิสระต่าง ๆ แล้ว ยังเป็นที่สำหรับประชุมใหญ่เพื่อพิจารณาและตีความข้อกฎหมายสำคัญ ๆ อันนำไปสู่บรรทัดฐานในการบังคับใช้กฎหมายของประเทศด้วย
ข้าพเจ้าเชื่อว่า ทุกท่านทุกฝ่ายผู้มีส่วนร่วมในงานศาลยุติธรรม คงจะมีความภาคภูมิใจ ในเกียรติประวัติของที่ทำการแห่งนี้ ทั้งคงจะได้รำลึกถึงความสำคัญของหน้าที่ที่แต่ละคนมีอยู่ ในการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนและประเทศชาติ จึงขอให้ทุกท่านตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความรู้ในหลักวิชาการและกฎหมาย ประสพการณ์ที่ได้สร้างสมมา รวมทั้งวิจารณญาณที่ถูกต้องตามหลักเหตุผลและหลักธรรม เพื่อจรรโลงรักษาความยุติธรรมอันเที่ยงแท้ ให้บังเกิดความวัฒนาผาสุกแก่ประเทศชาติและประชาชนสืบไป ”
ต่อจากนั้น พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญที่ระลึกแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นายพศวัจณ์ กนกนาถ รองประธานศาลฎีกา ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญที่ระลึกแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสร็จแล้ว เสด็จฯ ไปยังพระอนุสาวรีย์พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงวางพานพุ่มดอกไม้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายสักการะ ทรงกราบ สมควรแก่เวลา จึงประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จฯกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต