วันอาทิตย์ ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2569
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดอาคารมูลนิธิพระดาบส และโรงเรียนแห่งใหม่ สืบสานแนวพระราชดำริ สร้างโอกาสการศึกษาอย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 22 มี.ค.2569 เวลา 17.57 น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงเปิดอาคารมูลนิธิพระดาบส และโรงเรียบพระดาบสแห่งใหม่ ณ มูลนิธิพระดาบส เลขที่ 99/9 หมู่ 14 ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ โดยมี พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี ประธานคณะกรรมการมูลนิธิพระดาบล พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิพระดาบส นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และคณะกรรมการมูลนิธิพระดาบส เฝ้า ฯ รับเสด็จ
การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชา พระพุทธนวราชบพิตร ทรงศีล พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี กรรมการและ เลขาธิการมูลนิธิ พระดาบดาบส เข้าเฝ้า ฯ ทูลเกล้า ฯ ถวายสูจิบัตร แด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ช่วยศาสตราจารย์พรทิพย์ พุกผาสุข กรรมการและประประธานคณะกรรมการจัดหาทุนมูลนิธิพระดาบส เข้าเฝ้า ฯ ทูลเกล้า ฯ ถวายสูจิบัตร แด่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี และ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี ประธานคณะกรรมการมการมูลนิธิพระดาบส กราบบังคมทูลรายงานความเป็นมา และกิจการมูลนิธิพระดาบส ซึ่งเกิดขึ้นตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ให้จัดตั้งโครงการพระดาบส ขึ้นเมื่อปี 2518 โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นทุนประเดิมในการดำเนินโครงการ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นมูลนิธิพระดาบส เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2533 ปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงดำรงตำแหน่งองค์ประธานกรรมการกิตติมศักดิ์ และ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงดำรงตำแหน่งองค์รองประธานกรรมการกิตติมศักดิ์
จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกจากพลับพลาพิธี ไปยังแท่นพิธี ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้าย "มูลนิธิพระดาบส" ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก และ พระราชทานเข็มที่ระลึกมูลนิธิพระดาบส แก่ ผู้ให้การสนับสนุนการก่อสร้างอาคารมูลนิธิพระดาบส
และโรงเรียนพระดาบสแห่งใหม่ ตามลำดับ เสร็จแล้วเสด็จ ฯ ไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงลาพระสงฆ์ เสด็จออกจากพลับพลาพิธี ไปยังบริเวณที่ปลูกต้นไม้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงปลูกต้นรวงผึ้ง
ต่อมา เสด็จฯไปยังอาคารมูลนิธิพระดาบส และโรงเรียนพระดาบสแห่งใหม่ ทอดพระเนตรโมเดลจำลองมูลนิธิพระดาบส และโรงเรียนพระดาบสแห่งใหม่ และทอดพระเนตรวีดิทัศน์ ทอดพระเนตรนิทรรศการมูลนิธิพระดาบส และโรงเรียนพระดาบสแห่งใหม่ ประกอบด้วย 49 ปี กับการพัฒนามูลนิธิพระดาบส ความเป็นมาของโรงเรียนลูกพระดาบส สมุทรปราการ และความเป็นมาของโรงเรียนพระดาบสจังหวัดชายแดนภาคใต้ กับทอดพระเนตรการจัดการเรียนการสอนโรงเรียนพระดาบส หลักสูตร 1 ปี
สมควรแก่เวลา เสด็จออกจากบริเวณจัดนิทรรศการ ฯไปยังห้องประทับรับรอง ทรงลงพระปรมาภิไธย และทรงลงพระนามาภิไธย ในสมุดที่ระลึก และทรงฉายพระบรมฉายาลักษณ์ ร่วมกับสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี คณะกรรมการมูลนิธิพระดาบส ผู้บริหาร ผู้ให้การสนับสนุนการก่อสร้างอาคาร ฯ และผู้มีอุปการคุณ ตามลำดับ
มูลนิธิพระดาบส และโรงเรียนพระดาบสแห่งใหม่ เดิมตั้งอยู่ที่ถนนสามเสน เขตดุสิตกรุงเทพมหานคร ต่อมาได้ย้ายมาที่ทำการแห่งใหม่ตั้งแต่ปี 2564 ปัจจุบันตั้งอยู่เลขที่ 99/9 หมู่ที่ 14 ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ มีเนื้อที่ 15 ไร่ 2 งาน 87.5 ตารางวา ประกอบด้วยอาคาร จำนวน 10 หลัง พร้อมสนามกีฬา เนื้อที่ 2,500 ตารางเมตร ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของโรงเรียนลูกพระดาบส เพื่อรองรับการเพิ่มของจำนวนนักเรียนผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา และขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้มีโอกาสทางการศึกษามากขึ้น
ปัจจุบันโรงเรียนพระดาบส มีนักเรียนจบการศึกษาแล้ว 61 รุ่น จำนวน 3,778 คน ซึ่งเปิดการเรียนการสอนวิชาชีพระดับ “ประกาศนียบัตรพระดาบส” หลักสูตร 1 ปี ใน 9 สาขาวิชาชีพ ประกอบด้วย หลักสูตรวิชาชีพช่างไฟฟ้า ช่างอิเล็กทรอนิกส์ ช่างยนต์ การเกษตรพอเพียง ช่างซ่อมบำรุง เคหบริบาล ช่างไม้เครื่องเรือนและช่างสีอาคาร ช่างเชื่อม และช่างก่อสร้าง
โดยมูลนิธิ ฯ ได้น้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาดำเนินการในการให้โอกาสแก่ผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา และขาดแคลนทุนทรัพย์ หากแต่มีความใฝ่รู้ ใฝ่ศึกษา และเพียรพยายามอย่างแท้จริง ให้ได้ศึกษาเล่าเรียนวิชาชีพต่าง ๆ ในเชิงประสบการณ์จริง เพื่อให้มีความรู้ความสามารถ พัฒนาระดับความรู้ด้านวิชาชีพ และฝึกอบรมศีลธรรม ในลักษณะโรงเรียนประจำ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตร 1 ปี เพื่อให้นำความรู้ที่ได้รับไปประกอบอาชีพ เลี้ยงดูตนเอง และครอบครัวได้ กับสร้างคุณประโยชน์ให้กับสังคมและประเทศชาติได้อย่างมีคุณภาพและยั่งยืนต่อไป
นางสาวโนรีอาลียา มะสารี นักเรียนรุ่นที่ 48 สายวิชาชีพ ระดับ “ประกาศนียบัตรพระดาบส” หลักสูตร 1 ปี สาขาเคหบริบาล ซึ่งได้เดินทางมาจาก จ.นราธิวาส เพื่อมาศึกษาหลักสูตรการดูแลผู้ป่วย และผู้สูงอายุ ด้วยความหวังที่อยากจะช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายของครอบครัว เพราะเป็นหลักสูตรประจำที่ศึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ซึ่งในเดือนหน้านี้เธอก็จะสำเร็จหลักสูตรวิชาชีพเคหบริบาล และจะนำความรู้ที่ได้จากการเรียนไปสมัครดูแลผู้สูงอายุตามศูนย์ต่างๆ เพื่อหารายได้จุนเจือครอบครัวอีกทางหนึ่ง