533.jpg
'ในหลวง-พระราชินี'พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นายกมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ ปธ.กรรมการบริหารมูลนิธิ เฝ้าฯ

'ในหลวง-พระราชินี'พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นายกมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ ปธ.กรรมการบริหารมูลนิธิ เฝ้าฯ

วันพุธ ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 21.19 น.

“ในหลวง-พระราชินี” พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายกมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิ ฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารมูลนิธิ ฯและผู้ที่เกี่ยวข้อง เฝ้าฯ

วันที่ 23 สิงหาคม 2566 เวลา 18.37 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จลง ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายกมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิ ฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารมูลนิธิ ฯ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เนื่องในโอกาสครบ 60 ปี วันพระราชทานกำเนิด มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ 

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายพลากร  สุวรรณรัฐ องคมนตรี นายกมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ฯ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลรายงานการดำเนินงานของมูลนิธิ ฯ และทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเข็มเครื่องหมายมูลนิธิ ฯ เหรียญทองคำที่ระลึก ฯ และหนังสือที่ระลึกครบ ๖๐ ปี วันพระราชทานกำเนิดมูลนิธิ ฯ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กับพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พลเรือเอก พงษ์เทพ  หนูเทพ องคมนตรี ประธานกรรมการบริหาร มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ฯ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเข็มเครื่องหมายมูลนิธิ ฯ เหรียญทองคำที่ระลึก ฯ และหนังสือที่ระลึกครบ 60 ปี วันพระราชทานกำเนิดมูลนิธิ ฯ แด่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี            

จากนั้น พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พลอากาศโท ภักดี แสง-ชูโต เลขาธิการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ฯ  เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท  กราบบังคมทูลเบิกคณะกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ฯ ผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัด และเจ้าหน้าที่มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ฯ ที่ปฏิบัติงานเกิน ๑๐ ปี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานเข็มตราเครื่องหมายมูลนิธิ ฯ  ต่อจากนั้น เบิกผู้มีอุปการคุณที่ให้การสนับสนุนมูลนิธิ ฯ และผู้แทนมหาวิทยาลัยที่ให้การสนับสนุนทุนการศึกษา เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานโล่เชิดชูเกียรติ  

ในโอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราโชวาท เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่คณะผู้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย  มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๐๕  จากเหตุการณ์วาตภัยพายุโซนร้อนแฮเรียต ที่พัดเข้าทางพื้นที่แหลมตะลุมพุก อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช  ความแรงของพายุทำให้เกิดความเสียหายแก่บ้านเรือนของประชาชน  และประชาชนจำนวนมากต้องกลายเป็นผู้ประสบภัย ได้รับความเดือดร้อนและได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว เมื่อความทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สถานีวิทยุ อ.ส. ออกประกาศเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาบริจาคทรัพย์และสิ่งของ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยดังกล่าว และพระราชทานเงินแก่กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อนำไปสร้างโรงเรียนประชาบาล จำนวน ๑๒ โรงเรียนในพื้นที่ประสบภัย เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้มีสถานที่ศึกษา  และพระราชทานชื่อในภายหลังว่า โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ หมายเลข ๑ ถึง ๑๒ ตามลำดับ เมื่อได้นำเงินบริจาคช่วยเหลือประชาชนในระยะแรกแล้ว  ยังคงเหลือเงินอีก ๓ ล้านบาท   พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จึงพระราชทานเงินดังกล่าวเป็นทุนประเดิมก่อตั้งมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๐๖  โดยชื่อพระราชทานของมูลนิธิ ฯ มีความหมายว่า “พระราชา” และ “ประชาชน” อนุเคราะห์ซึ่งกันและกัน 

ต่อมาเมื่อปี ๒๕๖๐  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมทรงรับมูลนิธิ ฯ ไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์  และทรงดำรงตำแหน่ง “พระบรมราชูปถัมภก” แห่งมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ฯ ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดการช่วยเหลือผู้ประสบภัย และพระราชทานแนวทางการปฏิบัติในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้เป็นระบบ รวดเร็ว และไม่ซ้ำซ้อน  โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิ ฯ เชิญสิ่งของและเครื่องอุปโภคบริโภคพระราชทาน ไปมอบแก่ประชาชนผู้ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ  เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นมาอย่างต่อเนื่อง  

สำหรับในปี ๒๕๖๖  มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ฯ ได้ดำเนินงานสนองพระราชดำริครบ ๖๐ ปี  โดยสามารถช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบภัยต่าง ๆ ไปแล้วกว่า ๕,๑๖๗,๖๗๓ ครอบครัว และช่วยเหลือประชาชนกว่า ๑๘,๖๕๑,๗๒๐ คน ในด้านการศึกษา  ทรงรับโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ จำนวน ๙ แห่งในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ  เป็นโรงเรียนราชประชานุเคราะห์เพิ่มเติม ทรงให้การสนับสนุนกิจการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ทั้ง ๖๗ โรงเรียน  พระราชทานโอกาสทางการศึกษาสูงสุดตามความสามารถของนักเรียน  โดยไม่มีข้อผูกมัดแก่เด็กกำพร้าที่สูญเสียบิดาและมารดา หรือขาดผู้อุปการะจากสาธารณภัย  รวมถึงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙  โดยทรงรับเป็นนักเรียนทุนพระราชทานเพื่อการศึกษาสงเคราะห์ ปัจจุบันมีจำนวนนักเรียนกว่า ๔,๗๘๗ คน

อนึ่ง ในโอกาสครบ ๖๐ ปี วันพระราชทานกำเนิด มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกโลหะสีขาว (ทองแดงผสมนิกเกิล) ชนิดราคา ๒๐ บาท ด้านหน้าเหรียญมีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ด้านหลังมีตราสัญลักษณ์มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ฯ พร้อมข้อความแสดงการครบ ๖๐ ปี และมูลค่าของเหรียญ  จำนวน ๑,๐๐๐,๐๐๐ เหรียญ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร 
มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระราชทานกำเนิดมูลนิธิ และเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์พระบรมราชูปถัมภก เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถแลกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกดังกล่าว  ได้ที่กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง
 

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top