​พสกนิกรทัวไทย เข้ากราบถวายความอาลัย พระบรมศพพระพันปีหลวง

​พสกนิกรทัวไทย เข้ากราบถวายความอาลัย พระบรมศพพระพันปีหลวง

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พสกนิกรทัวไทย

เข้ากราบถวายความอาลัย

พระบรมศพพระพันปีหลวง

ประชาชนและคณะบุคคล ทั่วทุกสารทิศ เข้ากราบถวายความอาลัย สมเด็จพระพันปีหลวง เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท อย่างต่อเนื่องด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 สำนักพระราชวัง รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-21.00 น. โดยมีข้าราชบริพารหน่วยราชการในพระองค์ เจ้าหน้าที่สํานักพระราชวัง จิตอาสา 904 และเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่าง ๆร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและความเรียบร้อย รวมถึงให้คำแนะนำอำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงอายุ ผู้พิการที่นั่งวิลแชร์และประชาชนตลอดเส้นทาง เพื่อให้การเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพฯเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ และมีบริการ “ชัตเตอร์ บัส” รับ-ส่งบริเวณทางออกหน้าประตูเทวาภิรมย์ ไปยังท้องสนามหลวงด้วย

สำหรับบรรยากาศวันนี้ ตั้งแต่เช้า ได้มีประชาชนทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดพร้อมใจกันแต่งกายด้วยชุดสุภาพสีดำไว้ทุกข์เดินทางมาเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ เบื้องหน้าพระโกศอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ มีคณะบุคคลจากจังหวัดต่าง ๆ อาทิ จังหวัดเพชรบุรี , เพชรบูรณ์, ระนอง,พะเยา, มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ, คณะครู นักเรียน ร.ร.อัสสัมชัญ ศรีราชา, คณะนักเรียน ร.ร.พระตำหนักสวนกุหลาบ, สมาคมช่างผมมืออาชีพ, ธนาคารออมสิน สายกิจการ, ชมรมผู้จัดการธนาคารออมสิน ภาค 1, สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ เป็นต้น เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ และวางพวงมาลาถวายราชสักการะ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่พระองค์ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานับประการเพื่อส่งเสริมช่วยเหลือพสกนิกรให้มีอาชีพที่มั่นคงมีรายได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ด้านนางน้ำผึ้ง คมจักร อายุ 54 ปี ชาว อ.เมืองระนอง จ.ระนอง กล่าวว่า ที่ผ่านมา วันที่ 5 ธ.ค.ของทุกปี ตนและเพื่อนบ้านจะเดินทางมาถวายพระพรในหลวง ร.9 ก็จะได้รับเสด็จฯในหลวง ร.9 และสมเด็จพระพันปีหลวง นอกจากนี้ เคยเดินทางมางานพระบรมศพ ในหลวง ร.9 งานพระบรมศพ สมเด็ยย่า(สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี) และงานพระบรมศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ด้วย สำหรับภาพความทรงจำที่มีต่อสมเด็พระพันปีหลวง คือ ท่านจะเสด็จคู่กับในหลวง ร.9 ตลอด กว่า 10 ปีที่แล้ว ท่านเคยเสด็จไป จ.ระนอง ก็ได้มีโอกาสเฝ้ารับเสด็จด้วย พระองค์จะทักทายประชาชนด้วยอัธยาศัยที่เป็นกันเองท่านจะรักประชาชน

“พระองค์ท่านทรงชอบใส่ชุดผ้าไหม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของคนไทยที่ทั่วโลกรู้จัก เวลาในหลวง ร.9 เสด็จไปไหน พระองค์ก็จะเสด็จไปด้วยทุกภาคทุกหนทุกแห่ง และเสด็จไป 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทรงไปช่วยเหลือส่งเสริมอาชีพให้กับประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ท่านเป็นพระพันปีหลวงที่แกร่งที่สุด การสูญเสียพระองค์ท่านไปก็รู้สึกเสียใจมากๆท่านเป็นที่รักของประชาชนคนไทยและคนทั่วโลก ท่านทรงเป็นพระพันปีหลวงที่ยิ่งใหญ่ของประเทศไทยก็ว่าได้ ประทับใจที่พระองค์ท่านทรงงานมากมายเพื่อช่วยเหลือประชนและประเทศชาติ” นางน้ำผึ้งกล่าว

นางสาวอรทัย ศรีสุวรรณ์ อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.6 รร.บรมราชินีนาถราชวิทยาลัย จ.ราชบุรี กล่าวว่า วันนี้ตนและเพื่อนนักเรียนเดินทางมาจากอำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี พร้อมคณะผู้บริหาร คณะครู โรงเรียนบรมราชินีนาถราชวิทยาลัย เพื่อเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพสมเด็จพระพันปีหลวง ด้วยน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ นาม “โรงเรียนบรมราชินีนาถราชวิทยาลัย” เป็นนามพระราชทานแก่โรงเรียนจากสมเด็จพระพันปีหลวง เมื่อปี 2535 และทรงมีพระบรมราชานุญาตให้ประดับตราสัญลักษณ์ มหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ ที่ซุ้มประตูโรงเรียนและใช้เป็นตราประจำโรงเรียนจนทุกวันนี้ เป็นโรงเรียนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระองค์ท่าน สร้างเยาวชนจำนวนมากที่มีความรู้ และเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ช่วยเหลือสังคม รวมถึงมีมูลนิธิเพื่อการศึกษาโรงเรียนบรมราชินีนาถราชวิทยาลัย เพิ่มโอกาสการศึกษาให้เยาวชน

“หนูเป็นเด็กบ้านนอก มาจาก จ.นราธิวาส ได้มีโอกาสมาเรียนต่อระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนบรมราชินีนาถราชวิทยาลัย ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาแบบประจำ ก่อนหน้านี้ ได้ศึกษาประวัติของโรงเรียน เราเป็นเครือข่ายโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติฯ รู้สึกภาคภูมิใจมากได้เรียนที่นี่ ได้พัฒนาตัวเองด้านวิชาการทั้งวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ได้ทำงานร่วมกับสภานักเรียน ฝึกความเป็นผู้นำ การได้ขึ้นไปกราบพระบรมศพบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทุกคนซาบซึ้งมาก เป็นโอกาสที่พวกเราจะได้แสดงความอาลัย ซึ่งหนูเพื่อนนักเรียนและนักเรียนรุ่นน้องตั้งปณิธานจะตั้งใจเรียนและเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับนักเรียนและเยาวชนตอบแทนคุณแผ่นดิน รวมถึงจะปฏิบัติตามแนวพระราชดำรัสการศึกษาสร้างประเทศชาติ“นางสาวอรทัย กล่าว

ขณะที่ น.ส.จินตนา อรุณแก้ว อายุ 64 ปี ชาว อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ตนและเพื่อนข้าราชการเกษียณ รวม 10 คน ในฐานะข้าของแผ่นดิน เดินทางมาด้วยรถตู้จาก จ.เชียงใหม่ มุ่งมั่นมากราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวงสักครั้งในชีวิต เป็นครั้งแรกที่มาสักการะรู้สึกตื้นตันและคิดถึงพระองค์มาก รวมถึงได้เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ หากพูดถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน เหมือนน้ำทิพย์โชลมใจ ทำให้ร่มเย็นเป็นสุข ชาวสันกำแพงมักนึกถึงซิ่นสันกำแพง เป็นผ้าทอที่มีความงดงาม อดีตชาวบ้านสันกำแพงทอผ้าอยู่กับบ้าน เป็นภูมิปัญญาที่เกือบเลือนหายไป แต่ด้วยพระวิสัยทัศน์ของสมเด็จพระพันปีหลวง ทำให้มรดกวัฒนธรรมนี้ยังคงอยู่ และเป็นผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาต่อเนื่อง ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศนิยม เพราะมีเอกลักษณ์และสวยงาม ทุกวันนี้มรดกที่ทรงฝากไว้มีโครงการหลวงตีนตก เป็นทั้งศูนย์พัฒนาอาชีพงานผ้า งานปัก งานถัก งานทอ และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเชียงใหม่ ซึ่งกลุ่มชาวบ้านแม่ออนเตรียมจะเดินทางมาถวายความอาลัยด้วย ส่วนตนและเพื่อนๆก็จะสานต่องานของแผ่นดินในบทบาทที่แต่ละคนทำได้ จะตามรอยเบื้องพระยุคลบาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top