สมเด็จพระราชินี เสด็จไปยังสนามแข็งขันฮอกกี้น้ำแข็ง ทอดพระเนตรการแข่งขัน รอบชิงเหรียญทองแดง

สมเด็จพระราชินี เสด็จไปยังสนามแข็งขันฮอกกี้น้ำแข็ง ทอดพระเนตรการแข่งขัน รอบชิงเหรียญทองแดง

วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 07.15 น.

สมเด็จพระราชินี เสด็จไปยังสนามแข็งขันฮอกกี้น้ำแข็ง มิลาโน ซานตา จูเลีย ไอซ์ ฮอกกี้ อารีนา เมืองมิลาน ทอดพระเนตรการแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งหญิง รอบชิงเหรียญทองแดง

เมื่อวันที่ 19 ก.พ.2569 เวลา 13.07 น. (เวลาท้องถิ่น) ของสาธารณรัฐอิตาลี สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี  เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากโรงแรมพาเลซ โรงแรมที่ประทับ เมืองโคโม ไปยังสนามแข็งขันฮอกกี้น้ำแข็ง มิลาโน ซานตา จูเลีย ไอซ์ ฮอกกี้ อารีนา เมืองมิลาน โดยมีข้าราชการและเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโรม ตลอดจนประชาชนชาวไทย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทส่งเสด็จ 

เมื่อรถยนต์พระที่นั่งถึงยังสนามแข็งขันฮอกกี้น้ำแข็งฯ นายลุก ตาร์ดิฟ ประธานสหพันธ์ฮอกกี้น้ำแข็งนานาชาติ , คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการโอลิมปิกสากล พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล คู่สมรสฯ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ

ในโอกาสนี้ ทอดพระเนตรการแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งหญิง รอบชิงเหรียญทองแดง ในมหกรรมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว 2026 ระหว่างทีมชาติสวีเดน กับทีมชาติสวิสเซอร์แลนด์ ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของประธานสหพันธ์ฮอกกี้น้ำแข็งนานาชาติ ด้วยทรงดำรงตำแหน่งทูตส่งเสริมกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งประเภทหญิงของสหพันธ์ฯ 

สำหรับฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เป็นเสื้อทรงแจ็กเก็ตยาว ความยาวระดับพื้น แขนยาวสีดำ คอปีน โครงทรงบานชาย (A-Line) ผ้าวูลทอสอดดิ้น บุด้านในด้วยผ้าไหมทอยกลาย 
พระดุม (กระดุม) เป็นวัสดุนิลทรงรีตัวเรือนเงิน เรียงชิดกันด้านหน้าเสื้อทรง ปลายแขนและคอตกแต่งผ้าไหมชายครุยผ้าไหมสีครีม ใส่คู่กับพระสนับเพลาทรงขาตรงสีดำ
”กระเป๋าทรง“ หนังวัวสีดำ ฉลองพระบาทบูทข้อเท้าสีดำ เครื่องประดับเป็นโอปอลคู่ทรงรี สำหรับกลัดช่วงอก (Jabot Pins) ตัวเรือนทอง แหวนอะพาไทต์ตาแมวล้อมเพชร ตัวเรือนทอง โทนอ่อนตัดกับสีดำ

ทั้งนี้ กีฬาฮอกกี้น้ำแข็ง แบ่งทีมที่แข่งขันเป็น 2 ทีม ทีมละ 6 คน ประกอบด้วย ผู้รักษาประตู 1 คน และผู้เล่นในตำแหน่งสเก็ต 5 คน ได้แก่ กองหน้า 3 คน และกองหลัง 2 คน กติกาการแข่งขันใช้เวลา 60 นาที แบ่งเป็น 3 รอบ รอบละ 20 นาที ทีมที่ทำประตูได้มากที่สุดจะเป็นผู้ชนะ เมื่อจบเกมการแข่งขันหากคะแนนเสมอกัน จะต่อเวลาพิเศษ ซึ่งเกมจะจบลงทันทีเมื่อทีมใดทีมหนึ่งทำประตูได้ หากไม่มีทีมใดทำประตูได้หลังการต่อเวลาพิเศษ จะตัดสินด้วยการยิงลูกโทษ
 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top