533.jpg
กรมพระศรีสวางควัฒนฯ พระราชทานยา ‘อิมครานิบ 100’  6.9 แสนเม็ด แก่ สปสช.ช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งบัตรทอง

กรมพระศรีสวางควัฒนฯ พระราชทานยา ‘อิมครานิบ 100’ 6.9 แสนเม็ด แก่ สปสช.ช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งบัตรทอง

วันเสาร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.01 น.

กรมพระศรีสวางควัฒนฯ พระราชทานยา “อิมครานิบ 100” 6.9 แสนเม็ด แก่ สปสช. จัดสรรให้ผู้ป่วยมะเร็งสิทธิบัตรทอง

สปสช. รับพระราชทานยารักษาโรคมะเร็งมุ่งเป้าชนิดเม็ด “อิมครานิบ 100” จำนวน 690,000 เม็ด จาก ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เพื่อจัดสรรให้แก่ผู้ป่วยมะเร็งในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือสิทธิบัตรทองทั่วประเทศ นับเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ในการเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาที่ทันสมัย จำเป็น และเท่าเทียม

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.00 น. ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เสด็จไปในพิธีพระราชทานยารักษาโรคมะเร็ง “โครงการยารักษาโรคมะเร็งเฉลิมพระเกียรติ 69 พรรษา” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 4 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 3 อาคารวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่

โอกาสนี้ พระราชทานพระวโรกาสให้ นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เข้าเฝ้ารับพระราชทานยารักษาโรคมะเร็งมุ่งเป้าชนิดเม็ด “อิมครานิบ 100” จำนวน 690,000 เม็ด เพื่อให้ สปสช. นำไปจัดสรรแก่ผู้ป่วยมะเร็งในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือสิทธิบัตรทองทั่วประเทศ

ยารักษาโรคมะเร็งมุ่งเป้าชนิดเม็ด “อิมครานิบ 100” เป็นยามะเร็งมุ่งเป้าตำรับแรกที่ผลิตขึ้นในประเทศไทย โดยโรงงานผลิตเภสัชภัณฑ์ในพระดำริ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตและการกระจายยาตามมาตรฐานสากล ได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับยาจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 และได้รับการบรรจุไว้ในบัญชีนวัตกรรมไทย เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569

สำหรับยารักษาโรคมะเร็งมุ่งเป้ากลุ่มนี้ เป็นยาที่ออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซีนไคเนส ซึ่งมีบทบาทในการรักษาโรคมะเร็งบางชนิด และเป็นหนึ่งในแนวทางการรักษาสมัยใหม่ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วย ภายใต้ข้อบ่งใช้และดุลยพินิจของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

สปสช. จะดำเนินการบริหารจัดสรรยาที่ได้รับพระราชทานให้เป็นไปตามระบบบริการและแนวทางทางการแพทย์ เพื่อให้ผู้ป่วยที่มีความจำเป็นสามารถเข้าถึงยาได้อย่างเหมาะสม เป็นธรรม และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วยในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

ทั้งนี้ การพระราชทานยารักษาโรคมะเร็งมุ่งเป้าครั้งนี้ นอกจากจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วยมะเร็งแล้ว ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาศักยภาพในการผลิตยารักษาโรคมะเร็งชนิดอื่นๆ และจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่างราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์และ สปสช.ในการพัฒนาระบบการสนับสนุนยาและผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการแพทย์ของไทยอีกด้วย ส่งผลถึงความมั่นคงทางยาของประเทศและประโยชน์ต่อผู้ป่วยและระบบสาธารณสุขไทยในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top