วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
กรมพระศรีสวางควัฒนฯ พระราชทานยา “อิมครานิบ 100” 6.9 แสนเม็ด แก่ สปสช. จัดสรรให้ผู้ป่วยมะเร็งสิทธิบัตรทอง
สปสช. รับพระราชทานยารักษาโรคมะเร็งมุ่งเป้าชนิดเม็ด “อิมครานิบ 100” จำนวน 690,000 เม็ด จาก ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เพื่อจัดสรรให้แก่ผู้ป่วยมะเร็งในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือสิทธิบัตรทองทั่วประเทศ นับเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ในการเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาที่ทันสมัย จำเป็น และเท่าเทียม
เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.00 น. ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เสด็จไปในพิธีพระราชทานยารักษาโรคมะเร็ง “โครงการยารักษาโรคมะเร็งเฉลิมพระเกียรติ 69 พรรษา” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 4 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 3 อาคารวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่

โอกาสนี้ พระราชทานพระวโรกาสให้ นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เข้าเฝ้ารับพระราชทานยารักษาโรคมะเร็งมุ่งเป้าชนิดเม็ด “อิมครานิบ 100” จำนวน 690,000 เม็ด เพื่อให้ สปสช. นำไปจัดสรรแก่ผู้ป่วยมะเร็งในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือสิทธิบัตรทองทั่วประเทศ
ยารักษาโรคมะเร็งมุ่งเป้าชนิดเม็ด “อิมครานิบ 100” เป็นยามะเร็งมุ่งเป้าตำรับแรกที่ผลิตขึ้นในประเทศไทย โดยโรงงานผลิตเภสัชภัณฑ์ในพระดำริ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตและการกระจายยาตามมาตรฐานสากล ได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับยาจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 และได้รับการบรรจุไว้ในบัญชีนวัตกรรมไทย เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569
สำหรับยารักษาโรคมะเร็งมุ่งเป้ากลุ่มนี้ เป็นยาที่ออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซีนไคเนส ซึ่งมีบทบาทในการรักษาโรคมะเร็งบางชนิด และเป็นหนึ่งในแนวทางการรักษาสมัยใหม่ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วย ภายใต้ข้อบ่งใช้และดุลยพินิจของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

สปสช. จะดำเนินการบริหารจัดสรรยาที่ได้รับพระราชทานให้เป็นไปตามระบบบริการและแนวทางทางการแพทย์ เพื่อให้ผู้ป่วยที่มีความจำเป็นสามารถเข้าถึงยาได้อย่างเหมาะสม เป็นธรรม และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วยในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
ทั้งนี้ การพระราชทานยารักษาโรคมะเร็งมุ่งเป้าครั้งนี้ นอกจากจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วยมะเร็งแล้ว ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาศักยภาพในการผลิตยารักษาโรคมะเร็งชนิดอื่นๆ และจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่างราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์และ สปสช.ในการพัฒนาระบบการสนับสนุนยาและผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการแพทย์ของไทยอีกด้วย ส่งผลถึงความมั่นคงทางยาของประเทศและประโยชน์ต่อผู้ป่วยและระบบสาธารณสุขไทยในระยะยาว