542.jpg
เสด็จฯประตูชัยฝรั่งเศส ร.10 - ราชินี ร่วมรำลึกถึงทหารนิรนาม

เสด็จฯประตูชัยฝรั่งเศส ร.10 - ราชินี ร่วมรำลึกถึงทหารนิรนาม

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เสด็จฯประตูชัยฝรั่งเศส

ร.10 - ราชินี

ร่วมรำลึกถึงทหารนิรนาม

ประทับเรือทอดพระเนตร

อนุรักษ์ฟื้นฟูแม่น้ำแซน

ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯประตูชัยฝรั่งเศส เพื่อทรงวางพวงมาลารำลึกทหารนิรนาม ก่อนเสด็จฯศาลาว่าการปารีสและเสด็จฯประทับเรือไฟฟ้าพระที่นั่ง จากท่าเรือศาลาว่าการกรุงปารีสไปยังท่าเรือปารีส ยอชต์ มารีนา

เมื่อเวลา 10.42น.(เวลาท้องถิ่น) วันที่ 30มิถุนายน2569 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา จากโรงแรมเลอ เมอริช กรุงปารีส โรงแรมที่ประทับ ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ไปยังประตูชัยฝรั่งเศส เพื่อทรงวางพวงมาลาเป็นการรำลึกถึงทหารนิรนาม

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง นางกาทรีนโวแทรง (Mrs. Catherine Vautrin) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกองทัพและกิจการทหารผ่านศึกสาธารณรัฐฝรั่งเศส พร้อมด้วย พลโทโลอิก มีชง ผู้บัญชาการทหารกรุงปารีส เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปยังที่ฝังศพทหารนิรนาม ซึ่งอยู่ใต้ประตูชัยฝรั่งเศส ทรงวางพวงมาลา และประทับยืนสงบนิ่งไว้อาลัยแก่ทหารนิรนาม จากนั้น ทรงสัมผัสพระหัตถ์กับสมาชิกคณะกรรมการเปลวเพลิงของสาธารณรัฐฝรั่งเศส (Flame Committee) ซึ่งกำกับดูแลพิธีจุดเปลวเพลิงที่ฝังศพทหารนิรนาม เสร็จแล้ว ทรงลงพระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย และพระนามในสมุดที่ระลึก จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปทรงสัมผัสพระหัตถ์กับคณะเกียรติยศฝ่ายฝรั่งเศส ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกองทัพและกิจการทหารผ่านศึกสาธารณรัฐฝรั่งเศส กราบบังคมทูลแนะนำคณะเกียรติยศฝ่ายฝรั่งเศส สมควรแก่เวลา จึง ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังศาลาว่าการกรุงปารีส (Hôtel de Ville de Paris)

เวลา 16.18น.(เวลาท้องถิ่น) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ถึงศาลาว่าการปารีส (Hôtel de Ville de Paris) ณ ที่นั้น นายเอมานูว์แอลเกรกัวร์ (Mr. Emmanuel Grégoire) นายกเทศมนตรีกรุงปารีส พร้อมด้วยนางลาเมีย เอล อาราชจ์ (Ms. Lamia El Aaraje) รองนายกเทศมนตรีกรุงปารีส คนที่ 1 และนางโอเดรย์ปุลวาร์ (Mrs. Audrey Pulvar) รองนายกเทศมนตรีกรุงปารีสด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังห้องซาลง เดส์อาร์กาดส์ (Salon des Arcades) พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายกเทศมนตรีกรุงปารีส กราบบังคมทูลรายงานเกี่ยวกับแนวคิด “ปารีสแห่งความยั่งยืน” เสร็จแล้ว ทรงลงพระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย และพระนามในแผ่นที่ระลึก สมควรแก่เวลา จึงประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังท่าเรือศาลาว่าการกรุงปารีส ริมฝั่งแม่น้ำแซน

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงท่าเรือศาลาว่าการกรุงปารีส นางโอเดรย์ปุลวาร์ (Mrs. Audrey Pulvar) รองนายกเทศมนตรีกรุงปารีสด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และนางสาวอลิซ ทิมซิต (Ms. Alice Timsit) รองนายกเทศมนตรีกรุงปารีสด้านการเปลี่ยนผ่านเชิงนิเวศ นโยบายสภาพภูมิอากาศ น้ำ และพลังงาน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ จากนั้น ประทับเรือไฟฟ้าพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินจากท่าเรือศาลาว่าการกรุงปารีส ไปยังท่าเรือปารีส ยอชต์ มารีนา (Paris Yacht Marina) ทอดพระเนตรการพัฒนาเมือง และทรงรับฟังการบรรยายเกี่ยวกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูแม่น้ำแซนโดยรองนายกเทศมนตรีกรุงปารีสด้านการเปลี่ยนผ่านเชิงนิเวศ นโยบายสภาพภูมิอากาศ น้ำและพลังงานเมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงท่าเรือปารีส ยอชต์ มารีนา(Paris Yacht Marina) เสด็จขึ้นจากเรือไฟฟ้าพระที่นั่ง เพื่อประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับโรงแรมที่ประทับ เลอ เมอริช กรุงปารีส

ในช่วงบ่าย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากโรงแรมเลอ เมอริช กรุงปารีส โรงแรมที่ประทับ ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ไปทอดพระเนตรนิทรรศการ “ราชพัสตราสู่สากล” (La Mode en Majesté : Haute couture et tradition a La cour de Thailande) ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะการตกแต่ง (Musée des Arts Décoratifs : MAD) กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้า สิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา นางกาทรีนเปการด์ (Mrs. Catherine Pégard) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมสาธารณรัฐฝรั่งเศส นายลิโอแนล โซวาจ (Mr. Lionel Sauvage) ประธานพิพิธภัณฑ์ศิลปะการตกแต่ง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ

จากนั้น พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา กราบบังคมทูลรายงานเกี่ยวกับนิทรรศการ “ราชพัสตราสู่สากล” (La Mode en Majesté : Haute couture et tradition a La cour de Thailande) เสร็จแล้ว พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นางเบเนดิกต์ กาดี (Mrs. BénédicteGady) กราบบังคมทูลรายงานเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างสาธารณรัฐฝรั่งเศสกับประเทศไทยในการจัดนิทรรศการ ฯ

จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังห้องกาเลอรี คริสทีเนอ และชตีเฟน อา. ชวาซมัน ซึ่งเป็นสถานที่จัดนิทรรศการ ฯ ทอดพระเนตรนิทรรศการ “ราชพัสตราสู่สากล” (La Mode en Majesté : Haute couture et tradition a La cour de Thailande) โดยนิทรรศการแบ่งออกเป็น 7โซน ประกอบด้วย 1. วีดิทัศน์ เรื่อง “ไทย-ฝรั่งเศส อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมผ่านฉลองพระองค์” 2.ชุดไทยพระราชนิยม จากแนวพระราชดำริสู่อัตลักษณ์แห่งชาติ 3.สดุดีฝีมือช่าง สืบสานหัตถศิลป์ไทย 4.ฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยห้องเสื้อบัลแมง (Balmain) 5. ผ้ายก มรดกภูมิปัญญาไทย 6.ผ้ามัดหมี่ หัตถกรรมไทยสู่สากล 7. ชุดไทยร่วมสมัย แรงบันดาลใจจากอดีตสู่ปัจจุบัน

เสร็จแล้ว ทอดพระเนตรการสาธิตหัตถกรรมไทยที่ด้านหน้าห้องจัดนิทรรศการ สมควรแก่เวลา จึงประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับโรงแรมที่ประทับ เลอ เมอริช กรุงปารีส

การจัดนิทรรศการ “ราชพัสตราสู่สากล” (La Mode en Majesté : Haute couture et tradition a La cour de Thailande) นี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา” ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ในการจัดนิทรรศการ ฯ โดยนิทรรศการจัดแสดงระหว่างวันที่ 13 พฤษภาคม – 1 พฤศจิกายน 2569 ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะการตกแต่ง (Musée des Arts Décoratifs : MAD) กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ในโอกาสครบรอบ 340 ปี แห่งความสัมพันธ์ทางการทูต นับแต่เริ่มมีการติดต่อสัมพันธ์ทางการทูตไทย – ฝรั่งเศสเมื่อพุทธศักราช 2228 และในโอกาสครบรอบ 170 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐฝรั่งเศส

นิทรรศการดังกล่าวได้จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส และพิพิธภัณฑ์ศิลปะการตกแต่งแห่งกรุงปารีส โดยจัดแสดงถึงความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมระหว่างประเทศไทยและฝรั่งเศส ผ่านวิวัฒนาการของสิ่งทอ งานหัตถศิลป์ และแฟชั่นชั้นสูง มีการจัดแสดงผลงานกว่า 200ชิ้น อาทิ ฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งเป็นผลงานการออกแบบอันปราณีตงดงามของนายปีแยร์ บัลแมง (Pierre Balmain) นักออกแบบชาวฝรั่งเศส รังสรรค์ร่วมกับเมซง เลอซาจ (Maison Lesage) สถาบันงานปักชั้นสูงของฝรั่งเศส โดยผลงานเหล่านี้สะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างภูมิปัญญาช่างฝีมือฝรั่งเศสและมรดกทางวัฒนธรรมไทย

รวมทั้งฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีและสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาและชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8แบบ ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงร่วมออกแบบกับนักประวัติศาสตร์และนักออกแบบชาวไทย การจัดแสดงฉลองพระองค์และเครื่องแต่งกายแห่งราชสำนักไทย ควบคู่กับงานหัตถศิลป์ไทยอันทรงคุณค่า สะท้อนถึงความประณีตของภูมิปัญญาและมรดกวัฒนธรรมไทยที่ได้รับการสืบสานมาอย่างยาวนาน ทั้งนี้ นิทรรศการดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนการเสนอขึ้นทะเบียนชุดไทยพระราชนิยม ต่อองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก (UNESCO) เป็นตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ประจำปี 2569 อันสะท้อนถึงคุณค่า ความงดงาม และการสืบทอดมรดกสิ่งทอของไทยสู่สากล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top