วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
สมรักษ์ คำสิงห์ เหรียญทองแรกของประเทศไทย
กีฬาโอลิมปิกเกมส์ เดินทางมาถึงอีกครั้งตามวงรอบสวยงามตามท้องเรื่อง 4 ปี มีครั้ง
นับจากสัปดาห์นี้เป็นต้นไป กลิ่นอายและความเคลื่อนไหวจะเดินเข้าสู่หน้าประตูบ้านท่านอย่างต่อเนื่อง กับเกมการแข่งขันจากประเทศบราซิล
สุดสัปดาห์นี้ “กีฬาแนวหน้า” ขอนำเรื่องราวของบรรดาฮีโร่โอลิมปิกเกมส์ เป็นสถิติการคว้าเหรียญของนักกีฬาไทยมาฝากกัน แบ่งปันออกไปเป็น 2 วีค
เริ่มจากวีคนี้คือกลุ่ม “ปฐมบท”แห่งความสำเร็จ กับการคว้าเหรียญรางวัลได้ก่อนยุคสหัศวรรษใหม่
แต่ตั้งเหรียญแรกที่ “พเยาว์” ทำได้ไปจนถึงเหรียญทองที่รอคอยของ “โม้อมตะ”!!!!
.jpg)
พเยาว์ พูนธรัตน์
● พเยาว์ พูลธรัตน์
เกิดวันที่ 15 ตุลาคม 2499
ความสำเร็จ : เหรียญทองแดง มวยสากลสมัครเล่น รุ่นไลท์ฟลายเวท ปี 1976 ที่ มอนทรีออล แคนาดา
นักชกจากบางสะพาน ประจวบ-คีรีขันธ์ บนวัยเพียง 19 ปีกลายเป็น “ฮีโร่” เพียงข้ามคืน หลังจากเบนเข็มจากการชกมวยไทยในชื่อ “เพชรพเยาว์ ศิษย์ครูทัศน์”
“จ้อน” คว้ารางวัลต่างๆ จากมวยสากลสมัครเล่นมากมายทั้งแชมป์คิงส์คัพ, แชมป์โกลเด้นคัพ, เหรียญเงินชิงแชมป์โลกในรุ่นไลท์ฟลายเวท ก่อนจะตะลุยโอลิมปิกเกมส์ด้วยการปราบ เรมุส คอสมา จาก โรมาเนีย 4-1 ต่อด้วยการชนะ อเล็กซานเดอร์ คาเชนโก้ จากสหภาพโซเวียต 3-2 ก่อนด้วยการชกชนะ จอร์จี้ เกโด้ จาก ฮังการี 4-1 ทำให้ได้เหรียญทองแดงทันที
น่าเสียดายที่ในรอบตัดเชือกต้องพ่ายให้กับ ลี บุง-อุค จากเกาหลีเหนือแบบอาร์เอสซียกที่ 2 อย่างไรก็ตามที่คือประวัติศาสตร์ของคนไทยทั้งมวลกับเหรียญรางวัลจาก โอลิมปิกครั้งแรกในประวัติศาสตร์
จากนั้น พเยาว์ ก็ก้าวขึ้นไปชกมวยอาชีพและก้าวเป็นแชมป์โลกคนที่ 7 ของไทยได้ในอีก 2 ปีต่อมา ปัจจุบันเสียชีวิตแล้วด้วยโรค “ALS Amyotrophic lateral sclerosis” อันเป็นโรคที่เกิดจากการตายของเซลล์ ประสาทในไขสันหลัง ทำให้เกิดการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อทั่วร่างกายเมื่อปี 2549 ด้วยวัย 49 ปี
.jpg)
ทวี อัมพรมหา
● ทวี อัมพรมหา (ขาวผ่อง สิทธิชูชัย)
เกิดวันที่ 15 พฤศจิกายน 2502
ความสำเร็จ : เหรียญเงินมวยสากลสมัครเล่นรุ่นเวลเตอร์เวท ที่แอลเอ สหรัฐอเมริกา ปี 1984
โลกได้บันทึกเอาไว้ว่า “ทวี อัมพรมหา” หรือ “ขาวผ่อง สิทธิชูชัย” กลายเป็นนักมวยคนไทยคนแรกที่ได้เหรียญเงินจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้งที่ 23 ในการขึ้นชกรุ่นเวลเตอร์เวท รอบชิงชนะเลิศกับ เจอร์รี่ เพจ
แม้เกมจะจบลงด้วยความพ่ายแพ้ แต่เป็นชัยชนะที่คนไทยไม่มีวันลืม เมื่อหนุ่มมาดเข้มวัยใกล้เบญจเพส จากบ้านแกลง จ.ระยอง ทำฝันได้สำเร็จ
สำหรับเส้นทางของ “ขาวผ่อง” เดินทางเข้าสู่เส้นทางกำปั้นเมื่อปี พ.ศ 2514 ก่อนจะชกมวยไทยแบบไร้เทียมทาน และกวาดแชมป์ประเทศตั้งแต่ปี 2523 จนกระทั่งติดทีมชาติ และก้าวไปเป็นฮีโร่เหรียญเงินคนแรกของประเทศ
.jpg)
ผจญ มูลสัน
● ผจญ มูลสัน
เกิดวันที่ 13 กันยายน 2512
ความสำเร็จ : เหรียญทองแดง มวยสากลสมัครเล่นรุ่นแบนตั้มเวท ปี 1988 ที่โซล เกาหลีใต้
นักชกที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะได้เหรียญจากโอลิมปิกเกมส์ เนื่องจากตัวเก็งเต็งหามที่จะคว้าความสำเร็จมาให้คนไทยนั้นคือ “ไอ้หนึ่ง” ฉัตรชัย สาสกุล และ วิชัย ขัดโพธิ์ แต่กลายเป็น “ผจญ” ที่สามารถผจญกับด่านอรหันต์ไปครองเหรียญทองแดงได้สำเร็จ
ในรอบแรก “ผจญ” ได้บาย ก่อนจะเข้าไปต่อยรอบ 2 ชนะคะแนน มาร์คัส พรีอัลคซ์ จาก ออสเตรเลีย ขาดลอย 5-0 ต่อด้วยบดชนะคะแนน อับราฮัม ทอร์เรส จาก เวเนซุเอลา หวุดหวิด 3-2 เข้ารอบมา “ชิงทองแดง” ก่อนจะต้อน อัลตัน คูห์ยัก จากมองโกเลีย 5-0 ได้เหรียญทองแดงมาครองได้สำเร็จ ก่อนจะพลาดท่าแพ้ เคนเนดี้ แมคคินนีย์ มวยดาวโรจน์จาก สหรัฐอเมริกา ไปแบบอาร์เอสซี
แต่นั่นก็เพียงพอที่จะสร้างรอยยิ้มให้กับคนไทย
ผจญ เป็นคนจากบ้านวง ตำบลด่านช้าง อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ ขึ้นมาชกมวยตั้งแต่อายุ 12 ในชื่อของ “พุฒ เกียรลานสาง”
.jpg)
อาคม เฉ่งไล่
● อาคม เฉ่งไล่
เกิดวันที่ 11 มิถุนายน 2513
ความสำเร็จ : เหรียญทองแดง มวยสากลสมัครเล่นรุ่นเวลเตอร์เวท ปี 1992 ที่บาร์เซโลน่า สเปน
เส้นทางของคนที่จะประสบความสำเร็จ บางครั้งมันก็มีอะไรบางอย่างเข้ามาเกี่ยวพันอย่างเหลือเชื่อ
ตามประวัติ “อาคม” ชอบเล่นฟุตบอลมากกว่าชกมวย แต่เพราะฝนตกทำให้ไอ้หนุ่มชาวจังหวัดตรัง ต้องไปชกมวยตามพี่ชาย ก่อนจะขึ้นชกมวยไทยในชื่อ “อิสระ เกียรติอินทรีดำ” เมื่ออายุ 12 ขวบ ก่อนจะมาอยู่ค่ายศักดิ์กรีรินทร์ พร้อมกับเปลี่ยนชื่อมาเป็น “อิสระ ศักดิ์กรีรินทร์” จนได้เป็นแชมป์ไลท์เวทของเวทีลุมพินี และเคยปะทะกับ “ไอ้กังหันนรก” ราม่อน แดร๊กเกอร์ ยอดมวยจากเนเธอร์แลนด์มาแล้ว
หลังจากไร้คู่ต่อกรในมวยไทย ทำให้ผันตัวเองมาชกมวยสากลสมัครเล่น จนติดทีมชาติไทยในรุ่นเวลเตอร์เวท และไปหยิบเหรียญทองแดงที่บาร์เซโลน่า โดยในรอบตัดเชือกนั้นแพ้ให้กับ ไมเคิ่ล คาร์รูท นักมวยชาวไอร์แลนด์ไปอย่างน่าเสียดาย 4-11
.jpg)
วิชัย ราชานนท์
● วิชัย ราชานนท์(ขัดโพธิ์)
เกิดวันที่ 11 มีนาคม 2511
ความสำเร็จ : เหรียญทองแดงมวยสากลสมัครเล่นรุ่นแบนตั้มเวท ปี 1996 ที่แอตแลนตา สหรัฐ
ถือเป็นนักมวยที่เป็นตัวเต็งในโอลิมปิกมาโดยตลอด ก่อนจะประสบความสำเร็จในการชกครั้งสุดท้ายของชีวิต ทั้งที่ก่อนหน้านั้น วิชัย เคยคิดจะเลิกชกมวยไปแล้วด้วย
นักชกจากขอนแก่น ผ่านการชกโอลิมปิกเกมส์อย่างโชกโชน เริ่มจากปี 1988 ที่กรุงโซล แต่ต้องตกรอบเนื่องจากชั่วโมงบินยังไม่สูงนัก จากนั้นอีก 4 ปีต่อมา วิชัย “ดวงแตก” แบบสุดๆ เมื่อถูกจับแพ้ เนื่องจากศีรษะแตกทั้งที่คะแนนเหนือกว่านักมวยจากเยอรมันอย่างชัดเจน จากนั้น วิชัย มาได้แค่เหรียญเงินซีเกมส์ บวกกับความผิดหวังจากโอลิมปิกทำให้อยากจะแขวนนวม ก่อนจะตัดสินใจกลับมาชกอีกครั้ง พร้อมกับเปลื่ยนนามสกุล “ขัดโพธิ์” ของพ่อมาใช้ “ราชานนท์” ของแม่
ไม่รู้ว่ามีผลอะไรขนาดไหนโอลิมปิกที่แอตแลนตา ปรากฏว่า วิชัย คว้าเหรียญทองแดงมาครองได้สำเร็จ โดยรอบชิงเหรียญทองแดง ชนะ คะแนน ไฮแคม นาฟิล จาก โมร็อคโก 13-4
.jpg)
สมรักษ์ คำสิงห์ เหรียญทองแรกของประเทศไทย
● สมรักษ์ คำสิงห์
เกิดวันที่ 16 มกราคม 2516
ความสำเร็จ : เหรียญทองมวยสากลสมัครเล่นรุ่นเฟเธอร์เวท ปี 1996 ที่แอตแลนตา สหรัฐอเมริกา
ประวัติศาสตร์จารึกเอาไว้ว่ามนุษย์คนแรกของประเทศไทยที่คว้าเหรียญทองจากโอลิมปิกเกมส์ได้สำเร็จมีชื่อว่า “เจ้าบาส” สมรักษ์ คำสิงห์!!!
ตระกูลนักสู้จากขอนแก่น สืบเนื่องจากพ่อของสมรักษ์ก็เป็นนักมวยเก่า ทำให้หัดชกมวยมาตั้งแต่เด็ก กระทั่งขึ้นชกครั้งแรกอายุแค่ 7 ขวบเท่านั้น ก่อนจะเข้ากรุงเทพฯและใช้ชื่อนักมวยว่า “พิมพ์อรัญเล็ก ศิษย์อรัญ”
สมรักษ์ผ่านมวยมวยชั้นดีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ฉมวกเพชร ช่อชะมวง, ชาติชายน้อย ชาวไร่อ้อย และกลายเป็นนักมวยเงินแสนที่ไร้คู่ต่อกรในปี พ.ศ. 2538 จนก้าวขึ้นมาชกมวยสากลสมัครเล่น
ด้วยความเป็นอัจฉริยะ “สมรักษ์” ผิดหวังจากโอลิมปิกเกมส์ที่บาร์เซโลน่า ก่อนจะมาได้คว้าเหรียญทองมวยทหารโลกที่อิตาลี ตามด้วยเหรียญทอง เอเชี่ยนเกมส์ ที่ฮิโรชิม่า ปี 1994 พร้อมกับเป็นคนเดียวของทัพนักกีฬาไทยที่ได้เหรียญทอง จากการแข่งขันในครั้งนั้น
2 ปีต่อมาโอลิมปิก ที่แอตแลนตา สมรักษ์เริ่มต้นเส้นทางแห่งตำนาน ด้วยการชกชนะ แดเนี่ยล เซต้า จากเปอร์โตริโก้ 13-2 ในรอบแรก จากนั้นชนะ ฟิลิปป์ เอ็นดู จาก แอฟริกาใต้ 12-7 ในรอบ 2 ต่อด้วยรอบก่อนรองชนะเลิศพิชิต รามาส พาลียนี่ จากรัสเซีย 13-4 ตุนเหรียญทองแดงเอาไว้ ก่อนจะมาไล่ต้อน พาโบล ชาคอน จาก อาร์เจนตินา ขาดกระจุย 20-8 เข้าไปชิงเหรียญทองกับ เซราฟิม โทโดรอฟ จากบัลแกเรีย
“สมรักษ์” ขึ้นชกด้วยความมั่นใจก่อนจะบดเอาชนะไปได้แบบสะใจคนไทย 8-5 สร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการกีฬาไทยได้สำเร็จ
ลีลาชั้นเชิงการชกบนเวทีกับฝีปากของเขาถือว่าเหลือร้าย จนได้ฉายาว่า “โม้อมตะ” มาครอบครองอย่างเต็มหัวใจ แม้ว่าโอลิมปิกเกมส์อีก 2 สมัยสมรักษ์จะไม่ประสบความสำเร็จ ด้วยการตกรอบ 3 ที่ซิดนีย์ และตกรอบแรกที่เอเธนส์
แต่คำว่า “วีรบุรุษเหรียญทอง” ไม่เคยจางหายไป...จากชายที่ชื่อ สมรักษ์
พร้อมกับทำให้เป็นโอลิมปิกหนแรกที่นักกีฬาไทยได้ 2 เหรียญรางวัลอีกด้วย!!!
บี แหลมสิงห์/บันทึก
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี