538.jpg
อย่าปล่อยให้สายเกินแก้ 'หมอเจด'เผยอาการปวดหัวบ่อยๆ แบบไหนที่ไม่ควรกินยา แล้วปล่อยผ่าน

อย่าปล่อยให้สายเกินแก้ 'หมอเจด'เผยอาการปวดหัวบ่อยๆ แบบไหนที่ไม่ควรกินยา แล้วปล่อยผ่าน

วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 22.00 น.

วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ หรือ หมอเจด  รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ระบุว่า  ปวดนิดหน่อยก็กินพารา ปวดอีกก็กินยาแก้ปวด แล้วก็ไปทำงานต่อ เหมือนหัวเราเป็นอะไหล่ที่เปลี่ยนได้ง่าย ๆ แบบนั้นแหละ แต่ความจริงคือปวดหัวบางแบบไม่ได้น่ากลัวครับ พักผ่อนน้อย เครียด นอนดึก จ้องจอนาน ก็ปวดได้ แต่บางแบบมันไม่ควรถูกกดทับด้วยยาแล้วปล่อยผ่าน โดยเฉพาะคนวัย 35+ ที่เริ่มมีความดัน น้ำตาล ไขมัน นอนน้อย เครียดสะสม หรือมีโรคประจำตัวร่วมด้วย

1.ปวดหัวแบบเดิม ๆ จากเครียด อาจไม่อันตราย แต่ก็ไม่ควรปล่อยเรื้อรัง
ถ้าปวดตื้อ ๆ รอบศีรษะ บีบ ๆ เหมือนมีอะไรรัดหัว เป็นช่วงงานหนัก นอนน้อย จ้องจอนาน อาจเป็นปวดหัวจากความเครียดหรือกล้ามเนื้อตึงได้ครับ แต่ถ้าเป็นบ่อยจนต้องกินยาแทบทุกสัปดาห์ อันนี้ก็ไม่ใช่เรื่องปกติแล้วนะครับ ต้องกลับมาดูการนอน คอ บ่า ไหล่ สายตา ความเครียด และการใช้ยา อย่ากินยาแก้ปวดจนเป็นนิสัย เพราะบางคนสุดท้ายปวดหัวจากการใช้ยาแก้ปวดบ่อยเกินไปอีก


2.ปวดหัวข้างเดียวตุบ ๆ คลื่นไส้ แพ้แสง อาจเป็นไมเกรน
ไมเกรนไม่ได้แปลว่าแค่ปวดหัวข้างเดียวนะครับ บางคนปวดตุบ ๆ คลื่นไส้ อาเจียน แพ้แสง แพ้เสียง อยากนอนในห้องมืด ๆ ถ้าเป็นแบบนี้ซ้ำ ๆ ควรหาตัวกระตุ้น เช่น นอนน้อย อดอาหาร กาแฟ แอลกอฮอล์ ฮอร์โมน ประจำเดือน กลิ่นแรง ๆ หรือความเครียด แล้วคุยกับหมอถ้าเป็นบ่อย ไม่ใช่กินยาไปเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่ปวด เพราะไมเกรนมีทั้งยารักษาตอนกำเริบและยาป้องกันในบางคนครับ

3.ปวดหัวแบบระเบิดขึ้นมาทันที อันนี้อย่ารอ
ถ้าปวดหัวรุนแรงมากแบบฉับพลัน เหมือนปวดที่สุดในชีวิต หรืออยู่ดี ๆ ปวดพุ่งขึ้นมาแรงมาก อันนี้ไม่ใช่เวลานอนพักดูอาการครับ ต้องไปโรงพยาบาล เพราะอาจเกี่ยวกับเลือดออกในสมอง เส้นเลือดโป่งพอง หรือภาวะอันตรายอื่นได้ อย่าไปนั่งวิเคราะห์เองว่า “สงสัยนอนน้อย” ถ้ามันรุนแรงผิดจากทุกครั้ง ไปตรวจครับ

4.ปวดหัวร่วมกับอาการทางสมอง ต้องรีบมาก
ถ้าปวดหัวแล้วมีหน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง ชาครึ่งซีก พูดไม่ชัด เดินเซ ตามัว มองเห็นภาพซ้อน สับสน ชัก หรือหมดสติ แบบนี้ไม่ต้องรอดูครับ รีบไปโรงพยาบาลทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของสโตรก เลือดออกในสมอง หรือการติดเชื้อรุนแรงได้ อาการพวกนี้ไม่ใช่ “เดี๋ยวกินยาแล้วนอนพัก” นะครับ

5.ปวดหัวพร้อมไข้ คอแข็ง หรืออาเจียนพุ่ง ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ
ถ้าปวดหัวหนักร่วมกับไข้สูง คอแข็ง ก้มคอแล้วปวดมาก ซึมลง อาเจียนมาก หรือมีผื่นผิดปกติ ต้องระวังการติดเชื้อในระบบประสาท เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือภาวะอื่นที่ต้องรักษาเร็ว อันนี้ไม่ใช่ปวดหัวจากเครียดธรรมดาครับ

6.ปวดหัวใหม่ ๆ หลังอายุ 35–40 ขึ้นไป ต้องดูจริงจังกว่าเดิม
ถ้าไม่เคยปวดหัวแบบนี้มาก่อน แล้วอยู่ดี ๆ เริ่มปวดบ่อย ปวดแรงขึ้นเรื่อย ๆ ปวดตอนเช้า ปวดจนตื่นกลางดึก หรือปวดร่วมกับน้ำหนักลด เหนื่อยง่าย ตามัว อ่อนแรง อันนี้ควรตรวจครับ โดยเฉพาะคนที่มีความดันสูง เบาหวาน ไขมันสูง สูบบุหรี่ หรือมีประวัติคนในบ้านเป็นเส้นเลือดสมอง อย่าใช้คำว่า “แก่แล้วก็ปวด” มากลบทุกอย่างนะครับ

7. ปวดหัวจากความดันสูง บางคนไม่รู้ตัวเลย
หลายคนคิดว่าความดันสูงต้องปวดหัวเสมอ ไม่จริงครับ บางคนความดันสูงไม่มีอาการ แต่บางคนอาจปวดหัว มึนท้ายทอย หนักหัว โดยเฉพาะถ้าความดันสูงมาก ๆ สิ่งที่ควรทำคือวัดความดันให้เป็นนิสัยบ้าง ไม่ใช่วัดเฉพาะตอนเข้าโรงพยาบาล ถ้าปวดหัวบ่อยแล้วไม่เคยวัดความดันเลย อันนี้พลาดมากครับ

8.กินยาแก้ปวดบ่อย ๆ ก็ทำให้เรื่องยุ่งขึ้นได้
พาราใช้ได้ครับ แต่ต้องใช้ให้ถูกขนาด ส่วนยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เช่น ibuprofen, diclofenac, naproxen ถ้ากินบ่อย ๆ เป็นประจำ อาจกระทบกระเพาะ ไต ความดัน และเลือดออกในทางเดินอาหารได้ บางคนปวดหัวบ่อยแล้วซื้อยากินเองตลอด สุดท้ายไม่ได้แก้ต้นเหตุ แถมเพิ่มปัญหาใหม่เข้ามาอีก แบบนี้ไม่คุ้มครับ

ถ้าปวดหัวบ่อย ควรเริ่มเช็กอะไรบ้าง?
• วัดความดัน โดยเฉพาะตอนปวดหัวและตอนพักปกติ
• จดว่าเริ่มปวดตอนไหน ปวดตรงไหน ปวดแบบไหน มีคลื่นไส้ แพ้แสง หรืออาการชาร่วมไหม
• ดูการนอน ความเครียด คาเฟอีน แอลกอฮอล์ และการจ้องจอ
• เช็กสายตา ถ้าปวดหัวร่วมกับตาล้า มองไม่ชัด หรือเพ่งเยอะ
• อย่ากินยาแก้ปวดเกินจำเป็น และอย่ากิน NSAIDs บ่อยเอง
• ถ้าอาการแปลกจากเดิม รุนแรงขึ้น หรือมีสัญญาณอันตราย ให้ไปตรวจครับ
ปวดหัวไม่ใช่ทุกครั้งที่จะน่ากลัว แต่ก็ไม่ใช่ทุกครั้งที่ควรกินยาแล้วจบ ถ้าปวดแบบเดิมจากนอนน้อยก็ปรับพื้นฐาน แต่ถ้าปวดแรงผิดปกติ ปวดแบบไม่เคยเป็น มีชาหรืออ่อนแรง มีไข้ คอแข็ง ตามัว พูดไม่ชัด หรือปวดบ่อยจนต้องพึ่งยาเรื่อย ๆ อย่าดื้อครับ ไปตรวจให้รู้เรื่องดีกว่า ใครมีคำถาม หรืออยากให้ผมเขียนความรู้เรื่องอะไรคอมเมนต์กันมาได้เลยนะครับ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top