วันพุธ ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
วันที่ 29 กรกฎาคม 2569 นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการกิจการด้านปฐมภูมิ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์เฟซบุ๊ก “หมอเจด” ระบุว่า เวียนหัวบ่อยเวลาเปลี่ยนท่า มึนหัวทุกครั้งที่ลุก! เช็ก 5 โรคที่หลายคนเป็นไม่รู้ตัว!
ลุกจากเตียงแล้วภาพมืด
ยืนจากเก้าอี้แล้วต้องรีบจับโต๊ะ
บางครั้งใจสั่น เหงื่อออก เหมือนจะวูบ
หลายคนปลอบตัวเองว่า
“คงลุกเร็วไป เดี๋ยวก็หาย”
ถ้าเกิดนาน ๆ ครั้งอาจมาจากพักผ่อนน้อยหรือดื่มน้ำน้อยครับ แต่ถ้าเป็นแทบทุกวัน อย่าปล่อยจนชิน เพราะอาการเวียนหัวเวลาเปลี่ยนท่าอาจเป็นสัญญาณของความดันตก เลือดจาง หัวใจเต้นผิดจังหวะ ไปจนถึงระบบประสาทที่ควบคุมความดันเริ่มมีปัญหาได้ครับ
1.ความดันตกเวลาเปลี่ยนท่า
อาการจะมาเวลาลุกจากนอนหรือนั่งครับ รู้สึกหน้ามืด ภาพดำ ขาอ่อน หรือเกือบเป็นลม เพราะเลือดยังปรับกลับขึ้นไปเลี้ยงสมองไม่ทัน ตรวจได้ด้วยการวัดความดันและชีพจรตอนนอน แล้ววัดซ้ำหลังยืน ถ้าความดันตัวบนลดตั้งแต่ 20 mmHg หรือตัวล่างลดตั้งแต่ 10 mmHg ภายใน 3 นาที จะเข้าเกณฑ์ภาวะความดันตกเวลาเปลี่ยนท่าครับ
2.ภาวะเลือดจาง
เลือดจางทำให้เลือดพาออกซิเจนไปเลี้ยงสมองได้น้อยลงครับ จึงมักมีทั้งเวียนหัว เหนื่อยง่าย ใจสั่น ซีด หอบเวลาเดิน หรือประจำเดือนมากผิดปกติ อย่าซื้อธาตุเหล็กกินจากอาการอย่างเดียวครับ ควรตรวจความสมบูรณ์ของเลือดหรือ CBC ก่อน เพราะเลือดจางมีหลายสาเหตุ ตั้งแต่ขาดธาตุเหล็กไปจนถึงมีเลือดออกในทางเดินอาหารครับ
3.หัวใจเต้นผิดจังหวะ
ถ้าเวียนหัวพร้อมใจเต้นรัว เต้นสะดุด เจ็บหน้าอก หายใจไม่เต็มอิ่ม หรือเหมือนจะวูบ ต้องระวังหัวใจเต้นเร็วหรือช้าผิดปกติครับ หัวใจที่สูบเลือดไม่สม่ำเสมอ ทำให้เลือดขึ้นไปเลี้ยงสมองลดลงชั่วคราวได้ อาการอาจเกิดเป็นพัก ๆ จนตรวจชีพจรปกติตอนถึงโรงพยาบาล จึงอาจต้องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจหรือเครื่องบันทึกจังหวะหัวใจเพิ่มเติมครับ
4.เบาหวานที่เริ่มทำลายระบบประสาทอัตโนมัติ
น้ำตาลสูงนาน ๆ สามารถทำลายเส้นประสาทที่ควบคุมชีพจรและความดันครับ พอลุกขึ้น ร่างกายจึงปรับการบีบตัวของหลอดเลือดไม่ทัน ทำให้หน้ามืดหรือความดันตกได้ มักพบร่วมกับอาการชาเท้า เหงื่อออกผิดปกติ อิ่มเร็ว ท้องอืด หรือชีพจรขณะพักเร็ว คนเป็นเบาหวานแล้วเวียนหัวเวลาเปลี่ยนท่าบ่อย ควรเช็กทั้งน้ำตาล ความดัน และระบบประสาทครับ
5.โรคหินปูนในหูชั้นในเคลื่อน
ถ้าอาการไม่ใช่หน้ามืด แต่รู้สึกว่า ห้องหมุน ตอนพลิกตัวบนเตียง เงยหน้า ก้มหน้า หรือลุกเปลี่ยนท่าศีรษะ อาจเป็น BPPV หรือโรคหินปูนในหูชั้นในเคลื่อนครับอาการมักหมุนแรงช่วงสั้น ๆ และเกิดซ้ำเมื่อขยับศีรษะในท่าเดิม โรคนี้รักษาด้วยท่าจัดตะกอนในหู ไม่ใช่กินยาความดันหรือดื่มน้ำหวานแก้ทุกครั้งครับ
ระหว่างยังไม่รู้สาเหตุ ทำแบบนี้ก่อนครับ
• ลุกเป็นขั้น จากนอนให้นั่งพักก่อน แล้วค่อยยืน
• กระดกข้อเท้าหรือขยับขาก่อนลุก เพื่อช่วยดันเลือดกลับขึ้นมา
• ดื่มน้ำให้พอ และอย่าอดอาหารจนหน้ามืด
• จดว่าอาการเกิดตอนไหน นานกี่วินาที มีใจสั่นหรือห้องหมุนร่วมไหม
• วัดความดันและชีพจรตอนนอนกับหลังยืน แล้วนำตัวเลขไปให้หมอดู
• อย่าปรับยา เพิ่มเกลือ หรือซื้อยาบำรุงเลือดกินเองครับ
ถ้าเวียนหัวร่วมกับพูดไม่ชัด หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง เจ็บหน้าอก หายใจไม่ออก เป็นลม หรือปวดศีรษะรุนแรงทันที ให้รีบไปฉุกเฉินครับ ส่วนคนที่เวียนหัวซ้ำบ่อยเวลาเปลี่ยนท่า อย่าปล่อยจนชิน ลองสังเกตอาการและไปตรวจหาสาเหตุให้ชัด จะได้ดูแลได้ตรงจุดและไม่พลาดโรคที่สำคัญครับ ใครมีคำถาม หรืออยากให้ผมเขียนความรู้เรื่องอะไรคอมเมนต์กันมาได้เลยนะครับ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี