ไทยประเดิมโอลิมปิกหรู
‘แนน’คว้าทอง!
ถวาย‘ในหลวง-ราชินี’
ยอดอัดฉีดทะลุ23ล้าน
ยกน้ำหนักลั่นมีลุ้นอีก
นายกฯแสดงความยินดี
นายสยามพงษ์ ผลมาก ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์แนวหน้ารายงานการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 31 “ริโอเกมส์ 2016” จากนครริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล ระหว่างวันที่ 5-21 สิงหาคมนี้ โดยการแข่งขันอย่างเป็นทางการวันแรก ทัพนักกีฬาไทยคว้าเหรียญทองในปฏิบัติการทวงความสำเร็จได้แล้ว จากยกน้ำหนักหญิง รุ่น 48 กิโลกรัม ด้วยพลังของ “น้องแนน” โสภิตา ธนสาร
โดยการแข่งขัน ที่ริโอเซนโตร พาวิลเลียน 2 เมื่อวันเช้าตรู่วันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา เป็นการแข่งขัน ยกน้ำหนัก ไฮไลท์อยู่ในรุ่น 48 ก.ก. หญิง มีแข่งขัน 12 คน ผลปรากฏว่า “น้องแนน” โสภิตา ธนสาร จอมพลังสาววัย 22 ปีจากจังหวัดชุมพร คว้าเหรียญทองมาครองหลังจากยกได้น้ำหนักรวม 200 กิโลกรัม จากท่าสแนทช์ 92 กิโลกรัม และท่าคลีน แอนด์ เจิร์ก 108 กิโลกรัม ซึ่งเป็นการเอาชนะอันดับ 2 อย่าง วาห์ยูนี อกุสติอานี จาก อินโดนีเซีย ที่ทำน้ำหนักรวม 192 กิโลกรัม แบบขาดลอยถึง 8 กิโลกรัม ซึ่งนับเป็นเหรียญแรกในริโอเกมส์ของทัพนักกีฬาไทย และเป็นนักกีฬาที่คว้าเหรียญทองเป็นคนที่ 8 ตลอดกาลของไทยด้วย
ภายหลังการแข่งขัน “โสภิตา” เปิดเผยด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่า ขอบคุณทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความสำเร็จนี้ ทั้งครอบครัว, สมาคมยกน้ำหนัก, สถาบันการพลกรุงเทพ, โรงเรียนกีฬากรุงเทพ, การไฟฟ้าฝ่ายผลิต น้ำตาที่ไหลในวันนี้มันตื้นตันในความสำเร็จ เพราะตั้งแต่ลดน้ำหนักมาแข่งรุ่นนี้กลัวว่าจะทำไม่ได้ แต่ก็ทำสำเร็จ จึงอยากให้คนที่เล่นกีฬาแล้วยังไม่ถึงฝันก็อย่าเพิ่งท้อ ทุกอย่างเปลี่ยนได้ตลอดเวลา ส่วนเงินที่ได้นั้นก็จะให้ครอบครัวทั้งหมด นอกจากนี้ยังอยากนำเหรียญทองถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ
“สิ่งที่อยากได้คืออยากเป็นข้าราชการ ทหารบก จากนี้ต้องไปแก้บนพม่า เพราะตอนไปแข่งขันที่พม่าบนกับหลวงพ่อทันใจ ว่าอยากได้โควตา โดยจะนำดอกไม้ไปถวาย นอกจากนี้ยังบนกับอนุสาวรีย์ย่าโม ที่จ.นครราชสีมา หากได้เหรียญทองจะแก้บนด้วยการรำและถวายหัวหมู” จอมพลังสาวกล่าว
ต่อข้อซักถามที่ว่า โสภิตา ตะโกนว่าอะไรก่อนยก ซึ่งชาวบราซิลที่เข้ามาชมสนามต่างพูดทุกครั้ง และปรบมือให้กำลังใจตลอด “น้องแนน” ตอบว่า พูดแค่ว่า “เอาโว้ย” เพื่อกระตุ้นให้ตัวเองมีสมาธิมากที่สุดนั่นเอง
สำหรับ “น้องแนน” โสภิตา ธนสาร เกิดวันที่ 23 ธ.ค.2537 ปัจจุบันอายุ 22 ปี เป็นชาว จ.ชุมพร บิดาชื่อ นายสุรศักดิ์ ธนสาร (ถึงแก่กรรม) มารดาชื่อ นางสรารัตน์ ธนสาร เริ่มเล่นยกน้ำหนักเมื่อปี พ.ศ.2549 ติดทีมชาติครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2553
ซึ่งจากการคว้าเหรียญทองของจอมพลังสาววัย 22 ปี ทำให้เจ้าตัวจะได้รับเงินรางวัลอัดฉีดจากหน่วยงานภาครัฐเเละเอกชนหลายส่วน โดยกองทุนพัฒนาการกีฬาเเห่งชาติ มอบให้ทองละ 10,000,000 บาท, ตัน ภาสกรนที (อิชิตัน) ทองละ 10,000,000 บาท, โอสถสภา ทองละ 1,000,000 บาท เเละ เอไอเอส ทองละ 1,000,000 บาท ,สภา และ นสพ.ข่าวสด ที่ทองละ 1,000,000 บาท รวมเบ็ดเสร็จขณะนี้ รับเงินอัดฉีดเเน่นอนแล้ว 23,000,000 บาทด้วยกัน
ทางด้าน “เสธยอด” พลตรีอินทรัตน์ ยอดบางเตย นายกกิตติมศักดิ์สมาคมยกน้ำหนัก กล่าวว่า เป็นการเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยม ที่เราคว้าเหรียญทองได้ จากนี้ก็เชื่อว่าเรามีโอกาสคว้าเหรียญอีกเพราะไม่กดดันอีกต่อไป อยากให้จับตานักกีฬาอาทิ พิมศิริ ศิริแก้ว ส่วนภาพรวมตอนนี้ขอย้ำอีกครั้งว่า ยกน้ำหนักของเราได้ลุ้นทุกวัน
ขณะที่ ดร.สิริลักษณ์ ทัดมั่น ผู้ฝึกสอนคนแรกของ “น้องแนน” เปิดเผยว่า เมื่อปี พ.ศ2549 ญาติของ โสภิตา เรียนอยู่ที่ รร.กีฬากรุงเทพมหานคร ตอนแรก แนน เล่นกีฬาชกมวย แต่หลังจากนั้นได้เปลี่ยนมาเล่นกีฬายกน้ำหนัก จากนั้นเห็นว่า น่าจะมีมีอนาคตที่ดี จึงขอชวนให้มาร่วมทีมฝึกซ้อมด้วย แม้ว่าตอนนั้น “น้องแนน” ตัวเล็กมาก และไม่มีแววจะเป็นนักยกน้ำหนักได้ แต่สิ่งที่ดีคือมีจิตใจที่มุ่งมั่น เชื่อฟังผู้ฝึกสอน รวมทั้งมีระเบียบวินัย
ทั้งนี้ ในตอนแรก “น้องแนน” ฝึกซ้อมที่น้ำหนัก 52 กก. แต่โอกาสจะขยับขึ้นมาติดทีมชาติในรุ่นนี้ค่อนข้างยาก เนื่องจากคู่แข่งเยอะ จึงลดน้ำหนักลงมา ซึ่ง “น้องแนน” ก็สามารถทำได้ ก่อนจะติดทีมชาติ พร้อมกับคว้าเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ในที่สุด
ขณะเดียวกัน “พลตรี สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ติดตามการแข่งขันยกน้ำหนัก รุ่น 48 กก.หญิง และฝากแสดงความยินดีกับ “น้องแนน” โสภิตา ธนสาร และสมาคมยกน้ำหนักฯ ที่สามารถคว้าเหรียญทองแรกให้กับทัพนักกีฬาไทย ตั้งแต่ช่วงต้นของการแข่งขัน ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยปลุกพลัง สร้างแรงฮึดให้กับนักกีฬาไทยคนอื่น ๆ ในช่วงเวลาที่เหลือได้ และได้ขอให้พี่น้องประชาชนส่งแรงใจไปเชียร์ทัพนักกีฬาไทยให้ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อนำความสำเร็จและความภาคภูมิใจกลับมาฝากคนไทยทุกคน”
ทางด้านบรรยากาศการลุ้นเหรียญทองที่ จ.ชุมพร ที่บ้านเลขที่ 69/6 หมู่ 8 ต.วิสัยใต้ อ.สวี จ.ชุมพร ซึ่งเป็นบ้านของ นาง สรารัตน์ ธนสาร อายุ 48 ปี มารดาของ “น้องแนน” เรียกว่าคึกคักสุดๆ เมื่อมี นาย สมดี คชายั่งยืน ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร , นายสุพล จุลใส นายก อบจ.ชุมพร ,นาย นพพร อุสิทธิ์ นายกสมาคมกีฬา จ.ชุมพร พร้อมด้วยชาวบ้านร่วม 500 คน ได้เฝ้าติดตามชมการแข่งขันยกน้ำหนักอย่างคึกคัก
ซึ่งหลังจากที่ โสภิตา คว้าเหรียญทองมาได้สำเร็จ นาง สรารัตน์ ผู้เป็นมารดา กล่าวทั้งน้ำตาด้วยความยินดีว่ารู้สึกดีใจมาก ที่ “น้องแนน” ประสพความสำเร็จ ขอขอบคุณชาวไทยที่ร่วมกันเชียร์ในครั้งนี้ส่วน นาย นพพร อุสิทธิ์ นายกสมาคมกีฬา จ.ชุมพร กล่าว แสดงความยินดีในชัยชนะ ซึ่งนับเป็นความภาคภูมิใจ ของ ชาวชุมพร และของคนไทยอีกครั้ง และวันที่น้องแนน เดินทางกลับมาจะจัดพิธีต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่
พร้อมกันนี้ การคว้าเหรียญทองในครั้งนี้ถือว่าเป็นการตบหน้า เว็บไซต์ USA TODAY สื่อชื่อดังของสหรัฐอเมริกา ที่ก่อนหน้านี้ได้วิเคราะห์ว่าทัพนักกีฬาไทย จะไม่สามารถคว้าเหรียญทองมาครองใน โอลิมปิกเกมส์ อีกสมัย และจะทำได้แค่ 2 เหรียญเงิน กับอีก 4 เหรียญทองแดง เท่านั้น พร้อมยังบอกด้วยว่า สหรัฐอเมริกา จะครองเจ้าเหรียญทองใน “ริโอ เกมส์” ครั้งนี้
อนึ่งผลงานของทัพนักกีฬาไทยที่คว้ามา 1 เหรียญทอง ทำให้จบการแข่งขัน โอลิมปิกเกมส์ วันแรก ไทย นั้นรั้งอยู่ในอันดับที่ 6 ของตารางร่วม จากทั้งหมด 207 ชาติที่เข้าร่วม ส่วนอันดับ 1 เป็นของ ออสเตรเลีย 2 ทอง 1 ทองแดง ,อันดับ 2 ฮังการี 1 ทอง 4 เงิน ,อันดับ 3 สหรัฐอเมริกา 1 ทอง 4 เงิน,อันดับ 4 เกาหลีใต้ 1 ทอง 1 เงิน และ อันดับ 5 ญี่ปุ่น 1 ทอง 4 ทองแดง
สำหรับการแข่งขันประจำวันจันทร์ที่ 8 สิงหาคมนี้ มีชิงทั้งสิ้น 14 เหรียญทอง จากยกน้ำหนัก 2 เหรียญ, ว่ายน้ำ 4 เหรียญ, ยิงปืน 2 เหรียญ, รักบี้ 7 คน 1 เหรียญ, ยูโด 2 เหรียญ, ยิมนาสติก 1 เหรียญ, ฟันดาบ 1 เหรียญ, กระโดดน้ำ 1 เหรียญ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี