ยกเหล็กถึงไทย
ยอดอัดฉีดทะลุ100ล้าน
‘กำปั้น’ไร้เหรียญทุกรุ่น
‘เปี่ยมวิไล’พ่ายส่งท้าย
ไอร์แลนด์แจกกล้วยไอบา
นายสยามพงษ์ ผลมาก ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์แนวหน้า รายงานการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 31 หรือ“ริโอเกมส์ 2016” ที่นครริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล ระหว่างวันที่ 5-21 สิงหาคมนี้
ซึ่งในการแข่งขันเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ไฮไลท์อยู่ที่การแข่งขันมวยสากล หญิง รุ่นฟลายเวต 51 กิโลกรัม ‘เจ้าแสบ’ เปี่ยมวิไล เล่าเปี่ยม ดีกรีอันดับ 3 โลกของไอบา ที่จับสลากได้บายในรอบแรก ขึ้นชกรอบชิงเหรียญทองแดง หรือรอบ 8 คนสุดท้าย เจอกับคูปรับเก่า อิงกลิช วิคตอเรีย วาเลนเซีย จากโคลอมเบีย ซึ่งเปี่ยมวิไล เคยชนะมาแล้วในมวยหญิงชิงแชมป์โลก หรือ วีเมนส์ เวิลด์ บ็อกซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ ปีนี้ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ที่กรุงอัสตานา ประเทศคาซัคสถาน โดยเจ้าแสบขึ้นชกในมุมแดง ซึ่งมวยหญิงกติกายังใส่เฮดการ์ด ชก 4 ยก ๆ ละ 2 นาที
ยกแรก เปิดฉากขึ้นมา เปี่ยมวิไล เดินหน้ายิงหมัดฮุคซ้าย 2 หมัดติด แต่โดน วาเลนเซีย ปล่อยหมัดชุดคืน จากนั้นทั้งคู่ยืนประจัญหน้าแลกหมัดกันกลางเวที ผลัดกันโดนหมัดซ้ายของคู่ชก ,ยกสอง วาเลนเซีย เดินหน้าใช้ขวานำก่อกวนไปเรื่อย และมีหมัดหลังชกจะๆ เข้าหน้าเปี่ยมวิไล นักชกไทยพยายามตอบโต้ด้วยฮุคขวา แต่ชกได้ไม่ถนัดหมดยกสองคะแนน เปี่ยมวิไล ยังตามหลัง เข้าสู่ยกสาม เปี่ยมวิไล เร่งเครื่องเข้าหา ปล่อยฮุคซ้ายจะ ๆ แต่โดนหมัดหลังซ้ายของ วาเลนเซีย เล่นงานไปหลายครั้งทำให้แต้มตามหลังค่อนข้างไกล
ยกสุดท้าย นักชกไทยไม่มีอะไรจะเสียเดินหน้าลุยแหลกและต่อยเข้าหน้า วาเลนเซีย จังๆหลายหมัดแต่ปลายยกถูกหมัดชุดสวนกลับมา ก่อนหมด 4 ยก เปียมวิไล แพ้ขาด 0-3 เสียง 37-39, 37-39 และ 36-40 ตกรอบไป พร้อมกับทำให้กำปั้นไทยที่เดินทางมาแข่งในโอลิมปิกเกมส์ในครั้งนี้ทั้ง 5 คน มือเปล่าไร้เหรียญกลับบ้านเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1976 หรือเมื่อ 40 ปีที่แล้ว
ภายหลังการชก เปียมวิไล ถึงกับร่ำไห้ก่อนเปิดใจว่า เกมนี้คงจะโทษใครไม่ได้ เป็นที่ตัวเราเองทีไม่สามารถชกได้ดีพอ ไม่สามารถนำความสามารถที่มีนำมาใช้ได้ทั้งหมด พยายามทำให้ดีที่สุดแล้ว แตมันก็ไม่ถึงเป้าหมายทีวางเอาไว้ ความกดดันไม่ได้มีส่วนอะไรกับความพ่ายแพ้ในครั้งนี้ มันอยูที่ตัวเราเองมากกว่า จากนี้ไปยังไม่ตัดสินใจว่าจะชกต่อหรือไม่ คงต้องรออีกสักระยะ
ทั้งนี้ในการชกวันเดียวกัน ในศึกมวยสากลสมัครเล่น ชาย รอบ 8 คน ในรุ่นแบนตั้มเวท 56 กิโลกรัม ระหว่าง วลาดิเมียร์ นิคิติน จากรัสเซีย กับ ไมเคิล คอนแลน กำปั้นจากสาธารณรัฐไอร์แลนด์ ปรากฏว่า นิคิติน ได้รับการชูมือหลังจากชนะเอกฉันท์ท่ามกลางเสยงโห่จากแฟนมวย ทำให้ คอลแลน ถอดเสื้อประท้วง พร้อมชูนิ้วกลางให้กรรมการอีกด้วย นอกจากนี้เขายังเขียนข้อความผ่านโลกออนไลน์ดังอย่าง “ทวิตเตอร์” ใจความถึง วลาดีเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ด้วยว่า คุณจ่ายให้ ไอบา เท่าไหร่ ที่ทำให้ผมแพ้ ทั้งนี้ นิคิติน คนนี้เป็นผู้ชนะเหนือ ฉัตร์ชัย อย่างน่ากังขา ในรอบที่แล้ว
ขณะเดียวกัน ทัพฮีโร่นักกีฬายกน้ำหนักทีมชาติไทย เดินทางกลับถึง สนามบินสุวรรณภูมิเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังทำผลงานคว้า 2 ทอง 1 เงิน 1 ทองแดง ในการแข่งขัน โอลิมปิก เกมส์ 2016 ที่ประเทศ บราซิล เมื่อวันพุธที่ 17 ส.ค. ที่ผ่านมา ท่ามกลางครอบครัวของนักกีฬา และแฟนกีฬาชาวไทย ที่มาต้อนรับอย่างคับคั่ง
สำหรับผลงานของทัพจอมพลังไทยนั้นได้ 2 เหรียญทอง จาก “แนน” โสภิตา ธนสาร รุ่น 48 กก.หญิง และ “ฝ้าย” สุกัญญา ศรีสุราช รุ่น 58 กก.หญิง, เหรียญเงิน จาก “แต้ว” พิมศิริ ศิริแก้ว รุ่น 58 กก.หญิง และเหรียญทองแดงจาก “ดุ่ย” สินธุ์เพชร์ กรวยทอง รุ่น 56 กก.ชาย
โดยหลังเดินทางกลับมาถึง “น้องแนน” โสภิตา เผยว่า ที่ผ่านมาเจอปัญหามากมาย ร้องไห้ตลอด เคยรู้สึกท้อจนอยากเลิกเล่น วันนี้รู้สึกดีใจมากที่ได้สร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติ ขอบคุณทุกคนที่คอยสนับสนุนและเป็นกำลังใจ จากนี้ยังจะขอทำเพื่อชาติเหมือนเดิม แม้ไม่อาจพูดได้ว่าโอลิมปิกเกมส์ครั้งหน้าจะคว้าเหรียญทองได้เหมือนเดิมหรือไม่ แต่จะทำให้เต็มที่ ส่วนเรื่องเงินอัดฉีดยังไม่ได้คิดว่าจะเอาไปทำอะไรบ้าง อยากมุ่งเป้าไปที่การหางานมากกว่า ซึ่งอยากรับราชการทหาร
ทางด้าน “น้องฝ้าย” สุกัญญา เผยว่า ก่อนไปไม่ได้หวังเหรียญทอง รู้สึกดีใจมากที่ทำเพื่อประชาชนคนไทยสำเร็จ ตอนนี้ตนยังเรียนอยู่สพล.ชลบุรี ปี 3 ซึ่งหลังเรียนจบอยากรับราชการทหารบก ก็ได้ข่าวว่าผู้ใหญ่ได้ดำเนินเรื่องให้แล้ว ส่วนเงินอัดฉีดจะเลือกเอาแบบผ่อนจ่าย 12 ล้านบาท และจะไปซื้อที่ดินของคุณย่า ในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี และปลูกบ้านใหม่ให้ครอบครัว นอกจากนั้นอยากได้รถฟอร์จูนเนอร์
ขณะที่ นาง บุษบา ยอดบางเตย นายกสมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า ความสำเร็จของเราครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของทุกฝ่าย รวมทั้งสปอนเซอร์ที่สนับสนุนเรามาตลอด ทำให้ดำเนินการตามแผนต่างๆ ที่วางไว้ได้ จากนี้จะปล่อยให้นักกีฬากลับบ้านไปพักผ่อน ระหว่างวันที่ 20-21 สิงหาคม ก่อนกลับมารวมตัวกันอีกครั้งเพื่อเตรียมแข่งขันโอลิมปิก 2020 ต่อทันที ซึ่งจะดันนักกีฬาชุดใหม่ขึ้นมา เพราะต่อยอดเหรียญรางวัลต่อไป
ในส่วนเงินอัดฉีดที่จะได้รับจากการคว้าเหรียญรางวัลโอลิมปิกนั้น จะได้รับยอดเงินอัดฉีดจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ 2 ทอง 1 เงิน 1 ทองแดง เป็นเงิน 36 ล้านบาท (สมาคมกีฬายกน้ำหนักฯ ได้ 30 เปอร์เซ็นต์ 10.8 ล้านบาท, ผู้ฝึกสอนได้ 20 เปอร์เซ็นต์ 7.2 ล้านบาท), คณะกรรมการโอลิมปิคฯ 10.08 ล้านบาท, อิชิตัน 21.5 ล้านบาท, เอไอเอส 2.8 ล้านบาท, นสพ.ข่าวสด 2.8 ล้านบาท และ โอสถสภา 2.8 ล้านบาท รวมทั้งหมด 93,980,000 บาท อย่างไรก็ตามหลังจากนี้คาดว่าจะมีหน่วยงานและภาคเอกชนร่วมอัดฉีด อาทิ ธนาคาร ธอส, โตโยต้า, ห้างสรรพสินค้า เดอะมอลล์ กรุ๊ป, สิงห์ คอเปอร์เรชั่น ทำให้คาดว่าจะเกินหลัก 100 ล้านบาท
ทั้งนี้ โสภิตา ธนสาร กับ สุกัญญา ศรีสุราช ที่ได้เหรียญทอง จะได้รับเงินรางวัลรวมมากถึงคนละ 27.88 ล้านบาท ขณะที่ พิมศิริ ศิริแก้ว เหรียญเงิน จะได้รับ 12.1 ล้านบาท และ สินธุ์เพชร์ กรวยทอง ที่ได้เหรียญทองแดง จะได้รับ 8.12 ล้านบาท
บรรยายภาพ
ฮีโร่ถึงบ้าน : ทัพนักกีฬายกน้ำหนักทีมชาติไทย เจ้าของผลงานคว้า 2 เหรียญทอง,1 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง ในการแข่งขัน โอลิมปิก เกมส์ 2016 ที่ประเทศ บราซิล ได้เดินทางกลับมาถึง สนามบินสุวรรณภูมิ ท่ามกลางครอบครัวของนักกีฬา และแฟนกีฬาชาวไทย ที่มาต้อนรับอย่างคับคั่ง เมื่อวันพุธที่ผ่านมา
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี