หลังจากความสำเร็จใน “โอลิมปิกเกมส์” มาถึง “พาราลิมปิกเกมส์” ในดินแดนแซมบ้า บราซิล
ตอนนี้ทัพนักกีฬาพาราลิมปิก ทำเหรียญทอง “เทียบเท่า” กับที่ทัพนักกีฬาโอลิมปิก ทำเอาไว้ได้สำเร็จแล้วที่ 2 เหรียญทอง
ในโอลิมปิกเกมส์ ทีมไทยได้ทั้ง 2 เหรียญทองมาจาก ยกน้ำหนัก
ในพาราลิมปิกเกมส์ ทีมไทยได้ทั้ง 2 เหรียญทองมาจาก “วีลแชร์”
ไม่ได้นัดกันมาแต่อย่างใด แต่เมื่อ 4 ปีก่อน 2 ชนิดกีฬานี้ ถือเป็น “ผู้แพ้” เพราะไม่ถึงเหรียญทอง แต่ในปีนี้ พวกเขากลับมาอย่างยิ่งใหญ่
กลับมาในฐานะของ “ผู้ชนะ” อีกครั้ง!!!
ที่แปลก คือ ทั้งสมาคมกีฬายกน้ำหนักฯในโอลิมปิกและทีมวีลแชร์เรซซิ่งพาราลิมปิก ได้รับการสนับสนุนยาวนานและต่อเนื่องจาก "สิงห์ คอร์เปอเรชั่น" จนกลับมาทวงความสำเร็จอีกครั้ง
ในการแข่งขันกรีฑา ประเภท วีลแชร์ เรซซิ่ง 5,000 ม. ที 54 มี 3 นักวีลแชร์เรซซิ่งทีมชาติไทย คือ ประวัติ วะโฮรัมย์, เรวัตร์ ต๋านะ และ ขจรศักดิ์ ธรรมโสภณ ลงชิงทอง
ก่อนที่ ประวัติ วะโฮรัมย์ นักวีลแชร์ซิ่งไทย จะตะบึงวีลแชร์คู่ใจนำคว้าเหรียญทอง ด้วยเวลา 11.01.71 นาที โค่นม้าเต็งอย่าง มาเซล ฮุก จากสวิสเซอร์แลนด์ ไปได้อย่างสวยงาม
เป็นเหรียญทองแรกของทัพไทยในพาราเกมส์ และเป็นทองแรกของทีมวีลแชร์เรซซิ่ง ในรอบ 8 ปีเลยทีเดียว โดยเหรียญทองสุดท้ายที่ทัพวีลแชร์ไทยทำได้ ก็มาจากรุ่นนี้ และประวัติ วะโฮรัมย์ คนนี้ เมื่อการแข่งขันปักกิ่งเกมส์ ที่ประเทศจีน เมื่อ ปี 2008
.jpg)
“ประวัติ” ถือเป็นนักกีฬาที่กวาดเหรียญในพาราลิมปิกเกมส์ ได้แบบเป็นกอบเป็นกำ นับตั้งแต่คว้าเหรียญทอง วีลแชร์ 10,000 เมตร T54 และวีลแชร์ 5,000 เมตร T54 ที่ซิดนี่ย์เกมส์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อปี 2000 หรือเมื่อ 16 ปีที่แล้ว
จากนั้น ประวัติ ก็คว้าอีก 2 ทองที่เอเธนส์เกมส์ ประเทศกรีซ จากประเภททีม 4x100 เมตร และ 4x400 เมตร T53-54 ตามด้วย 5,000 เมตร T54 ที่ปักกิ่งเกมส์
มาถึง 4 ปีที่แล้ว ดีที่สุดของ ประวัติ ก็คือ 2 เหรียญเงิน 1500 เมตร T54 และ 4x400เมตร T53-54
สุดท้ายด้วยพลังกายและพลังใจ ที่บอกตามตรงว่า ไม่รู้หัวใจทำด้วยอะไร ประวัติ บนวัย 35 ปี กลับมาคว้าชัยได้อีกครั้งในเกมที่บราซิลครั้งนี้
นาทีนี้ ประวัติ ทำไปแล้ว 6 เหรียญทอง, 6 เหรียญเงิน และอีก 1 เหรียญทองแดงในพาราลิมปิกเกมส์ตลอดกาล
มากกว่าใครในสยามประเทศ
ซึ่ง ประวัติ วะโฮรัมย์ ได้รับการยกย่องมาตลอดว่าเป็น มนุษย์ที่ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา เมื่อสวมหัวใจสิงห์ สู้กับโรคโปลิโอที่ขาซ้าย ซึ่งเขาบอกว่า ไม่เคยโทษใครเลย นอกจากโชคชะตา แต่สิ่งที่ต้องทำก็คือ “อย่ายอมแพ้” จนมาเริ่มตะลุยวีลแชร์ เมื่ออายุ 14 ปี ที่โรงเรียนศรีสังวาล และฝึกซ้อมอย่างหนัก
จนกระทั่งมาถึงวันนี้ ไม่น่าเชื่อว่า หลังจากชัยชนะของ ประวัติ เพียงไม่กี่อึดใจ ทัพไทยก็ได้เหรียญทองต่อเนื่องจากพงศกร แปยอ ดาวรุ่งวีลแชร์ เรซซิ่ง วัยเพียง 20 ปี
ที่มี ประวัติ เป็นไอดอล!
พงศกร ที่เพิ่งได้เหรียญเงินวีลแชร์ 100 เมตร คลาส T53 ลงแข่งขัน วีลแชร์ 400 ม. คลาส T 53 ก็คว้าเหรียญทองแดงได้สำเร็จ
ด้วยการโค่น เบรนท์ ลากาทอส ตัวเก็งเต็งหนึ่งจากแคนาดา พร้อมคว้าเหรียญทองที่ 2 ให้กับทัพไทยได้สำเร็จ
ถือเป็นการประเดิมพาราลิมปิกเกมส์ครั้งแรกได้ยิ่งกว่าความฝันอย่างแท้จริง
พงศกร เป็นคนจังหวัดขอนแก่น เป็นผู้พิการโปลิโอมาแต่กำเนิด และเริ่มเล่นกีฬานี้ตอนอายุ 13 ปี จากการชักชวนของ ประวัติ วะโฮรัมย์ และ เรวัตร์ ต๋านะ ฮีโร่รุ่นพี่นั่นเอง
น่าสนใจตรงที่ พงศกร เริ่มเล่นวีลแชร์ เรซซิ่ง เพียงแค่เดือนแรก ก็คว้าเหรียญทอง กีฬานักเรียนนักศึกษาพิการแห่งประเทศไทย มาครองได้ทันที ในการแข่งขันที่จังหวัดสุโขทัย กระทั่งก้าวมาเป็นแชมป์เยาวชนโลก ระยะ 100 ม. และ 400 ม.
มาในวันนี้ พงศกร ซึ่งอยู่ในโครงการสนับสนับสนุนนักกีฬาของ”สิงห์ คอร์เปอเรชั่น” ที่ให้การสนับสนุนมาตั้งแต่เริ่มต้น จนกลายเป็นคนไทยที่คว้าเหรียญพาราลิมปิกเกมส์ เป็นฮีโร่ของคนทั้งชาติไปเรียบร้อย
นาทีปัจจุบัน ไทยได้ไปแล้ว 2 ทอง 1 เงิน 1 ทองแดง เชื่อมั่นว่า นักกีฬาของไทยเราจะคว้าเหรียญต่าง ๆ มาเพิ่มได้อีก
อยู่ที่ว่าจะเป็นชนิดกีฬาไหน แต่ที่แน่ ๆ ในศึกพาราลิมปิกเกมส์ ที่ดินแดนแห่งพระเจ้าคราวนี้
ถือเป็นการกลับมาแจ้งเกิดอีกครั้งของฮีโร่วีลแชร์เรซซิ่ง ที่สวมหัวใจสิงห์เข้าสู้ นี่แหละทัพพาราลิมปิกของไทย
หัวใจย่อมใหญ่กว่าตัว!!!
บี แหลมสิงห์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี