เมซุต โอซิล ดาวเตะจอมเทคนิคประกาศเลิกเล่นทีมชาติเยอรมนี ในวัย 29 ปีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมออกโรงแฉสิ้น ตัวเองตกเป็นเหยื่อของเรื่องการเมืองและชาติพันธุ์ รวมถึงเป็นแพะรับบาป หลังจากที่ทัพอินทรีเหล็ก ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในฟุตบอลโลกครั้งที่ผ่านม
เหตุการณ์วันอำลานี้เริ่มจาก โอซิล เขียนจดหมายผ่าน IG มีใจความถึงการเข้าพบประธานาธิบดี เรเซฟ เตยิป เออร์โดกัน ของ ตุรกี ใจความว่า ผมก็เหมือนกับอีกหลายคน ที่บรรพบุรุษมาจากมากกว่า 1 ประเทศ ตัวผมเติบโตในเยอรมนี แต่ครอบครัวมีพื้นเพอาศัยอยู่ในตุรกี
เขาเป็นลูกผสม “เตอร์กิช-เยอรมนี” รุ่นที่ 3 ของครอบครัว ซึ่งประเด็นร้อนคือ ก่อนบอลโลก โอซิล มีภาพถ่ายร่วมกับ เรเซฟ เตยิป เออร์โดกัน ของ ตุรกี ทำให้ถูกโยงว่าเป็นผู้สนับสนุนทางการเมือง ถือเป็นขั้วตรงกันข้ามกับประชากร ดอยช์-เติร์ก นับล้านในเยอรมนี
“ผมมีหัวใจสองดวง หนึ่งคือเยอรมนี และอีกหนึ่งคือเตอร์กิช แม่สอนผมมาตั้งแต่เด็กว่า ให้เคารพผู้อื่น และต้องไม่ลืมว่า เรามาจากที่ไหน เรื่องนั้นยังคงอยู่ในหัวของผมมาถึงทุกวันนี้”
“การถ่ายรูปคู่กับประธานาธิบดี เออร์โดกัน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง หรือการเลือกตั้งใดๆ ทั้งสิ้น มันเป็นเรื่องที่ผมให้ความเคารพต่อผู้ที่ปกครองประเทศของครอบครัวของผม คุณต้องไม่ลืมว่า งานของผมคือฟุตบอล ไม่ใช่นักการเมือง และการพบกันของเราก็ไม่มีการเมืองเกี่ยวข้องเลย เพราะความจริงแล้ว เราก็คุยกันเรื่องเดิมๆ เหมือนที่เราเจอกันทุกครั้ง นั่นก็คือฟุตบอลเท่านั้น”
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เขาประกาศเลิกเล่นทีมชาติ ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ปิดตำนานการลงเล่น 11 นัดให้ทีมยู-19, 16 นัด ยู-21 พร้อมแชมป์ยุโรป ปี 2009 และ 92 นัดกับทีมชุดใหญ่ พร้อมกับถ้วยแชมป์ฟุตบอลโลก 2014
“นี่คือสิ่งที่ผมตัดสินใจยากมากๆ แต่หลังจากพิจารณาดูแล้ว ถึงเวลาที่ผมจำเป็นต้องเลิกเล่นทีมชาติ โดยเฉพาะเหตุการณ์ครั้งหลังสุดในช่วงฟุตบอลโลก ตัวผมถูกเหยียดเชื้อชาติ และถูกดูหมิ่นแบบไม่ให้การยอมรับซึ่งกันและกัน การได้สวมเสื้อทีมชาติเยอรมนีลงสนาม คือที่สุดแห่งความภูมิใจของผม ทุกครั้งผมตื่นเต้น แต่เมื่อผู้บริหารระดับสูงของ เดเอฟเบ ปฏิบัติกับผมอย่างไม่เป็นธรรม พวกเขาไม่ให้ความเคารพการมีรากเหง้าที่ผมเป็นคนตุรกี ผมคิดว่าพวกเขาเห็นแก่ตัวเกินไป ในการนำเรื่องของผมไปหาเสียง นำเรื่องของผมไปหากินเรื่องการเมือง”
โอซิล กล่าวทิ้งท้ายอีกว่า เรื่องการเมืองไม่ได้เกี่ยวกับที่ผมประกอบอาชีพนักเตะ ดังนั้นผมจะไม่กลับมาเล่นทีมชาติอีกแล้ว เพราะทุกคนในโลกนี้ต้องการได้รับการยอมรับทางเชื้อชาติและชนชั้น
ทั้งนี้ในโลกออนไลน์ มีการให้กำลังใจ โอซิล ด้วยการติดแฮชแท็ก #StandWithOzil และ #SayNoToRacism เพื่อให้กำลังใจดาวเตะผู้นี้ พร้อมกันนี้มีกลุ่มแฟนบอลอาร์เซนอล นับร้อยคนรวมตัวกันที่หน้าสนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม พร้อมใส่เสื้อปัก โอซิล เพื่อมาให้กำลังใจอีกด้วย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี