546.jpg
‘ซาลาห์’วัดคม‘อาซาร์’!  หงส์ลุ้น‘ฟานไดจ์ค’บุกเชลซี  ‘เรือใบ’ลูบปากรอแซงยึดฝูง

‘ซาลาห์’วัดคม‘อาซาร์’! หงส์ลุ้น‘ฟานไดจ์ค’บุกเชลซี ‘เรือใบ’ลูบปากรอแซงยึดฝูง

วันเสาร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

‘ซาลาห์’วัดคม‘อาซาร์’!

หงส์ลุ้น‘ฟานไดจ์ค’บุกเชลซี

‘เรือใบ’ลูบปากรอแซงยึดฝูง

‘ชุดขาว’ลุ้นแบ๊กเตะตราหมี

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำวันเสาร์ที่ 29 กันยายนนี้ มีการดวลแข้งทั้งหมด 8 คู่ ซึ่งมีโอกาสที่จ่าฝูงจะเปลี่ยนมืออีกครั้งเช่นกัน เมื่อเกมบิ๊กแมทช์ในเวลา 23.30 น. “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ที่มี 16 คะแนน เปิดสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ เจอกับ“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล จ่าฝูงที่มี 18 คะแนน ส่วนอีกเกมคือแชมป์เก่า“เรือใบสีฟ้า”แมนฯซิตี้ ที่มี 16 คะแนน จะรับมือ “นกนางนวล” ไบร์ทตัน

ความพร้อมเกมนี้ เชลซี รอเช็คฟิต อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ปราการหลังทีมชาติเยอรมนี ที่เจ็บกล้ามเนื้อต้นขาจากเกมเสียสถิติชนะรวด เจ๊ากับ เวสต์แฮม เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว รวมถึง เปโดร,
รูเบน ลอฟตัส-ชีค และอันเดรส คริสเตนเซ่น ที่เหลือพร้อม เอแด็น อาซาร์ จะกลับมาลงตัวจริงอีกครั้ง หลังจากลงสำรองทีเด็ดยิงประตูชัยให้ทีมบุกเด็ดปีก ลิเวอร์พูล 2-1 ในศึกคาราบาว คัพ เมื่อกลางสัปดาห์ รวมถึงแผงกลาง จอร์จินโญ่ กับ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ พร้อมเล่น


ทางฝั่ง “หงส์แดง” รอเช็คอาการของ เฟอร์จีล ฟาน ไดจ์ค ปราการหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลกที่เจ็บจากศึกพรีเมียร์ลีกนัดก่อน แต่คาดว่าจะลงเล่นได้ โดยจับคู่กับ โจ โกเมซ เหมือนเดิม หลังจากกลางสัปดาห์ใช้ โฌแอล มาติ๊ป กับ เดยัน ลอฟเรน ขณะที่แดนกลางยังลุ้นว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ จะเลือกใครระหว่าง นาบี เกอิต้า หรือจอร์แดน เฮนเดอร์สัน ลงเล่นกับ เจมส์ มิลเนอร์ กับ จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม ส่วนเกมรุก โมฮาเหม็ด ซาลาห์ คัมแบ๊กตัวจริงกับโรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ประสานพลังกับ ซาดิโอ มาเน่ ลุ้นฉีกตาข่าย

สถิติคู่นี้ ลิเวอร์พูล เหนือกว่าด้วยการชนะ 77 เสมอ 40 แพ้ 63 แต่การเจอกัน 15 เกมหลังสุด ลิเวอร์พูล ชนะได้แค่ 2 นัดเท่านั้น และเชลซี ชนะไปได้ถึง 6 เกม

ทางด้าน “เรือใบสีฟ้า” ที่ชนะมา 3 นัดติดในลีก ได้เล่นในถิ่นตัวเองแต่ยังไม่มี เควิน เดอ บรอยน์ กับ เบนฌาแม็ง เมนดี้ ที่ยังบาดเจ็บทั้งคู่ ซึ่ง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยึดระบบ 4-3-3 ลงสนาม จะส่งริยาร์ด มาห์เรซ, กาเบรียล เฮซุส และลีรอย ซาเน่ ลงลุ้นสกอร์ โดยมีแบร์นาโด ซิลวา เป็นตัวขับเคลื่อนเกม

ฝั่ง “นกนางนวล” ผู้มาเยือนจากแดนใต้ที่ฟอร์มกำลังรูดไม่ชนะมา 4 นัดติด ไม่มี เดล สตีเฟ่นส์ แผงกลางคนสำคัญที่บาดเจ็บ แถม ปาสกาล โกรส ก็ต้องทดสอบความฟิต ซึ่งเป็นไปได้ที่คริส ฮิวจ์ตัน กุนซือจะปรับมาเล่นระบบกองหลัง 5 คน แล้วทิ้ง เกล็น มารี่ย์ ปักหลักเป็นหอกเป้า

ทั้งนี้หาก แมนฯซิตี้ ที่ลงเตะก่อนสามารถเอาชนะได้ และผลคู่ของ เชลซี กับ ลิเวอร์พูล จบลงด้วยผลเสมอ จะทำให้ แมนฯซิตี้ พลิกนำจ่าฝูงทันที แม้ว่าจะมี 19 แต้มเท่ากัน แต่ในเรื่องของประตูได้เสียก่อนแข่ง แมนฯซิตี้ บวกอยู่ถึง 16 ลูก ลิเวอร์พูลมีประตูบวก 12 ส่วน เชลซี บวก 10

ข้ามไปที่กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี มีเกมบิ๊กแมทช์ระหว่าง “ม้าลาย” ยูเวนตุส แชมป์ 7 สมัยซ้อน เล่นในบ้านดวล นาโปลี รองแชมป์เก่า นัดนี้ ยูเว่ ที่สตาร์ทชนะ 6 นัดรวด ไม่มี ซามี่ เคดิร่า
กองกลางที่เจ็บไปพร้อมกับ มัตเตีย เด ชีโญ่ ส่วน ดั๊กลาส คอสต้าติดแบนแถมยังเจ็บซ้ำอีกด้วย ที่เหลือถือว่าเต็มสูบ เอ็มเร่ ชาน, แบลส มาตุยดี้ และมิราเลม ปานิช ส่วน 3 แกนรุก เปาโล ดีบาล่า
ประสานพลังกับ มาริโอ มานด์ซูคิช และยอดดาวดัง คริสติอาโน่โรนัลโด้ ที่ตอนนี้ค่าเฉลี่ยดีสุดของทีม พร้อมเป็นดาวยิงสูงสุด 3 ประตู

ขยับมาที่ นาโปลี นำทัพโดย คาร์โล อันเชล็อตติ ที่ชนะ 5 แพ้ 1 ที่ปรับทัพการเล่นอุตลุดใน 3 เกมหลัง แต่นัดนี้ดคาดว่า จะเล่น 4-2-3-1 ให้ ลอเรนโซ่ อินซิเย่ ที่ซัดไปแล้ว 5 ประตู เดินเกมร่วมกับ ปิโอตอร์ ซิเลนสกี้ และโฆเซ่ กายาฆ่อน โดยที่ อาร์คาดิอุส มีลิค ปักหลักเป็นหอกเป้า

ส่วนเกมลา ลีกา สเปน มีศึกดาร์บี้แมทช์กรุงมาดริด ที่สนามซานดิอาโก้ เบอร์นาเบว “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ที่อยู่อันดับ 2 มี 13 แต้ม ปะทะ “ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด
มี 11 แต้ม อยู่ที่ 3 เวลา 01.45 น.

เจ้าบ้านมีปัญหาตรงแบ๊กทั้งสองฝั่ง เมื่อ ดาเนี่ยลคาร์บาฆาล แบ๊กขวาบาดเจ็บอยู่ก่อนหน้านี้ ต้องรอทดสอบความฟิตขณะที่แบ๊กซ้าย มาร์เซโล่ เดี้ยงจากนัดกลางสัปดาห์ลงไม่ได้แน่นอนแล้ว ทำให้ นาโช่ ต้องไปประจำการแทน ส่วนเกมรุก อิสโก้ ยังบาดเจ็บทำให้ มาร์โก อาเซนซิโอ ได้เล่นร่วมกับ คาริม เบนเซม่า และแกเร็ธ เบล ต่อไป

ทีมเยือนที่เริ่มตั้งลำได้ชนะรวด 2 นัดในลีก รอเช็คสองปราการหลัง โฆเซ่ ฆิมิเนซ กับ สเตฟาน ซาวิซ ที่ต้องชิงตำแหน่งลงคู่กับ ดีเอโก้ โกดิน ที่เหลือถือว่ากำลังลงตัว โรดรี้ ยืนกลางกับ โกเก้ โดยมี โตมาส์ เลอมาร์ กับ ซาอูล ญีเกซ ทำเกมริมเส้น ส่วนคู่หน้า อองตวน กรีซมันน์ ประสานงานกับ ดีเอโก้ คอสต้า

สำหรับคู่นี้ซัดกันมาแล้ว 220 นัด เรอัล มาดริด ชนะถึง 109 นัด เสมอ 55 แอตเลติโก มาดริด ชนะ 56 นัด

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top