นักมวยกลับมาฝึกซ้อมแบบ New Normal ได้แล้ว ค่ายมวยและสโมสรฟุตบอลพร้อมปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัดที่สุด นักชกค่าตัวเงินแสน “เดอะ เบบี้ ชาร์ค” “เพชรดำ เพชรยินดีอะคาเดมี”อดีตแชมป์โลกคิกบ็อกซิ่ง วันแชมเปี้ยนชิพและ “สะท้านเมืองเล็ก เพชรยินดีอะคาเดมี” เจ้าของแชมป์มวยไทยเวทีลุมพินี กล่าวว่า ผมรู้สึกดีใจที่ได้กลับมาเตะกระสอบ ชกเป้า และกลับมาฝึกซ้อมในค่ายมวย เพราะก่อนหน้านี้ได้แต่วิ่งรักษาความฟิตของร่างกายจากนี้อยากให้รัฐบาลปลดล็อกให้มวยกลับมาแข่งขันในเวทีได้ เพื่อให้นักมวยกลับมามีรายได้เลี้ยงปากท้องและครอบครัว
หลังจ่ากรัฐบาลผ่อนปรนมาตรการระยะ 3 ทำให้กีฬามวยกลับมาฝึกซ้อมได้เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 3 เดือน หลังหยุดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยสามารถเปิดค่ายฝึกซ้อมกับอุปกรณ์ โดยไม่มีคู่ซ้อมได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา เบื้องต้นกำหนดให้ฝึกซ้อมได้ไม่เกิน 10 คนแต่ยังไม่อนุญาตให้เข้าคู่ปล้ำกอดรัดตีเข่ากัน
พีรภัทร ศิริเรือง ผู้จัดการนักกีฬาค่ายเพชรยินดี เผยว่า หลังมีการผ่อนปรน ทางค่ายมวยได้เตรียมมาตรการ New Normal เพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับบรรดานักมวยและผู้ที่จะฝึกซ้อมมวยในค่ายอย่างเข้มงวด ทั้งกำหนดจำนวนนักมวย ทำความสะอาดอุปกรณ์ พื้นผิวบนเวทีมวย การตรวจวัดไข้ เตรียมเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ และการเว้นระยะห่างในการซ้อม หวังว่ากีฬามวยจะได้รับอนุญาตให้กลับมาชกในไม่ช้านี้
การอนุญาตให้ค่ายมวย เปิดให้นักมวยกลับมาซ้อมอีกครั้ง ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นให้กีฬามวยกลับมาแข่งขันในอนาคต แต่อย่างไรก็ตาม มวยเป็นกีฬาที่จำเป็นจะต้องปะทะกับคู่ต่อสู้ถึงจะได้คะแนนตามกติกา ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนของวงการมวยจะต้องวางมาตรการไว้รองรับ ให้สอดคล้องกับนโยบายของทางภาครัฐอย่างเข้มงวดในทุกๆ ด้าน เพื่อความปลอดภัยจากการระบาดของโควิด-19 และที่สำคัญต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจของทุกคน วงการมวยถึงจะเดินหน้าไปได้ด้วยดี
ปัจจุบันกีฬามวยได้กลับมาได้รับความนิยมจากประชาชนมากกว่า 10 ปีที่แล้ว โดยมาจากการได้เข้าไปในจอแก้วหรือโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล กล่าวด้วยว่า รายได้ของนักมวยไทยมาจากการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ ทีวีทุกๆ ช่องและทีวีดาวเทียม เป็นคอนเทนท์ในโทรทัศน์ ตลอดสัปดาห์นั้นแฟนมวยสามารถดูมวยได้ทั้ง 7 วัน มีมากถึง 14-15 ไฟต์ต่อ 1 สัปดาห์ การจัดมวยต้องมีสินค้ามาสนับสนุน ว่ากันว่าคนพากย์มวยและโปรโมเตอร์จัดชกมวยมีรายได้เข้ามาทุกๆวัน 1 สัปดาห์จะมีมากกว่า 12 ไฟต์ ยางทีก็มีถึง 15 ไฟต์
คนพากย์มวยคนคนหนึ่งทำงานสัปดาห์ละ 4-5 วัน จะมีรายได้รวมแล้วประมาณ 5 หมื่นบาท เดือนละ 2 แสนบาท เป็นรายได้ที่ไม่เลว พิธีกรบนเวทีหากมีชื่อเสียงได้ขึ้นเวทีตลอดเดือนก็จะมีรายได้มากกว่า 3 แสนบาทต่อเดือนปีหนึ่งได้รับประมาณ 3 ล้านบาทเป็นรายได้ดีไม่แพ้นักบินหรือว่าวิศวกรที่คุมงานก่อสร้าง ในขณะที่นักมวยชั้นนำก็รับเงินปีละ 4-5 ล้านบาท เลิกชกก็จะมีเงินเก็บประมาณ 30 ถึง 40 ล้านบาทตั้งตัวได้สบายๆ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี