สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีการชี้แจงกรณีที่มีพนักงานขับรถประจำสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ รายหนึ่ง ซึ่งได้รับเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยเจ้าหน้าที่คนดังกล่าว ได้เดินทางไปตรวจเชื้อแยกต่างหากกับสต๊าฟโค้ชและนักกีฬาฟุตบอลทีมชาติไทยชุดใหญ่กลุ่มแรก ณ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สังกัดกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 30 เม.ย.2564 ซึ่งผลการตรวจเชื้อของนักกีฬาและผู้ฝึกสอนทุกคนไม่พบเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่อย่างใด
เบื้องต้นพนักงานคนดังกล่าว ไม่ใช่ผู้ขับรสบัสของทีมชาติ แต่จะคอยช่วยเหลือเกี่ยวกับขนย้ายสิ่งของต่างๆ ภายในแคมป์ที่จะมีขึ้นในวันที่ 3 พฤษภาคม และจากผลตรวจปรากฏว่าเป็นคนเดียวที่ถูกตรวจพบเชื้อโควิด-19 ส่วน คณะนักกีฬา และสต๊าฟโค้ชคนอื่นๆ ผลออกมาเป็นลบทั้งหมด ไม่พบเชื้อแต่อย่างใด และมีการใส่หน้ากากอนามัย ตลอดเวลาในระหว่างการตรวจ
ทั้งนี้ ส.บอลไทย ได้ให้พนักงานคนดังกล่าว หยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะแยกไปกักตัว รอเข้าสู่กระบวนการของกระทรวงสาธารณสุขทันที และจะไม่ไปปฏิบัติหน้าที่ในแคมป์ตลอดระยะเวลาที่ทีมชาติไทยเก็บตัวฝึกซ้อม ส่วน คณะนักกีฬาและสต๊าฟโค้ชคนอื่นๆ รวมถึงเจ้าหน้าที่สมาคม จะจัดให้มีการตรวจหาเชื้อโควิด-19 อีกครั้ง ในช่วงสัปดาห์หน้า เพื่อให้การดำเนินงานต่างๆ ภายในแคมป์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และปลอดภัย
สำหรับ ทีมชาติไทย มีโปรแกรมเข้าเก็บตัวฝึกซ้อมชุดแรกในวันที่ 3 พ.ค.นี้ คือ นักกีฬากลุ่มแรก ที่ไม่ได้ลงทำการแข่งขันฟุตบอลช้าง เอฟเอคัพ 2020 ส่วน กลุ่มที่สอง นักกีฬาที่มาจาก 4 สโมสรที่ลงแข่งขันฟุตบอลช้าง เอฟเอคัพ 2020 ประกอบด้วย ชลบุรี เอฟซี, สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด, บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด จะเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในวันที่ 7 พ.ค. 2564 และเข้าแคมป์ในวันที่ 10พ.ค.2564 ตามลำดับ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี