สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งอเมริกาใต้ หรือ The South American Football Confederation (CONMEBOL) ประกาศยึดสิทธิ์เจ้าภาพฟุตบอลโคปา อเมริกา ครั้งที่ 47 ของประเทศอาเจนตินาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากการระบาดของไวรัสโคโรนา หรือโควิด-19
การประกาศในครั้งนี้สร้างความสับสนให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงแฟนฟุตบอลเป็นอย่างมาก เนื่องจากการดวลแข้งกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 13 มิถุนายนนี้แล้ว ทำให้ไม่เหลือเจ้าภาพหลงเหลืออยู่เลย เพราะในตอนแรก คอนเมโบล ได้เลือก อาร์เจนตินา กับ โคลอมเบีย เป็นเจ้าภาพร่วมกัน แต่เพิ่งจะถอด โคลอมเบีย ออกไปเมื่อสองสัปดาห์ก่อน เนื่องจากเหตุผลทางการเมือง
“Conmebol กำลังวิเคราะห์ข้อเสนอจากประเทศอื่นๆ ที่แสดงความสนใจในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันระดับทวีป” คำแถลงการณ์สั้นขององค์กรลูกหนังแห่งแดนละติน ระบุ “การอัพเดตจะประกาศเร็วๆ นี้”
จากปฐมบทแรกสู่ความรุงรัง
เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2019 คอนเมโบล ได้ทำการประกาศว่า อาร์เจนตินา กับ โคลอมเบีย เป็นเจ้าภาพร่วม โดยจะแข่งขันระหว่างวันที่ 12 มิถุนายน-12 กรกฎาคม 2020 แต่เนื่องจากมีการระบาดของโควิด-19 ทำให้การแข่งขันต้องเลื่อนมาอีก 1 ปี
มีการวางสนามแข่งขันเอาไว้ 8 สนาม8 เมือง จาก 2 ประเทศ เมื่อปลายปี 2019โดยสนามทั้ง 8 แห่งประกอบด้วย 3 สนามจากอาร์เจนตินา คือ เอสตาดิโอ มาริโอ อัลแบร์โต้เคมเปส ในเมืองคอร์โดบา, เอสตาดิโอ มัลบินาสอาร์เจนตินาส ในเมืองเมนโดซ่า, เอสตาดิโอโมนูเมนทัล ในกรุงบัวโนสไอเรส และเอสตาดิโอยูนิโก ในซานดิอาโก้ เดล เอสโตเร่
อีก 4 สนามในโคลอมเบีย คือ เอสติดิโอ โอลิมปิโก้ ปาสคาล เกร์เรโร่ ในกาลี, เอสตาดิโออตานาซิโอ กิราร์ด็อต ในเมเดยิน, เอสตาดิโอ เมโทรโปลิตาโน่ โรแบร์โต้ เมเลนเดซ ในบาร์รันกุย่าและเอสตาดิโอ เอล เคมปิน ในโบโกต้า
ประท้วงผู้นำห่วยแตกทำโคลอมเบียอดจัด
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา โคลอมเบีย ได้ประกาศเงื่อนไขในการจัดการแข่งขัน เรื่องของการขอเลื่อนการแข่งขัน หรือถอนตัวออกจากการเป็นเจ้าภาพ เนื่องจากเหตุการณ์ไม่สงบทางการเมือง
ชนวนเหตุของการประท้วงเกิดจากประชาชนโกรธแค้นที่รัฐบาลโคลอมเบียจะขึ้นภาษี เพื่อลดการขาดดุลงบประมาณ ทำให้เกิดการปะทะกันโดยตำรวจโคลอมเบีย เข้าปราบพร้อมกับมีรายงานว่า มีการขับรถถังไล่ชนผู้ประท้วง รวมไปถึงการสาดกระสุนลงมาจากเฮลิคอปเตอร์เข้าใส่ผู้ประท้วงจนมีผู้เสียชีวิต ทำให้ตลอดการประท้วงนั้น มีผู้เสียชีวิตกว่า 50 ราย และสูญหายไปเกือบ 200 คน แม้ว่า รัฐบาลจะประกาศไม่ขึ้นภาษีแล้ว แต่การประท้วงก็ยังไม่ยุติ
ระบาดระลอกใหม่ ทำอาร์เจนฯโดนตัดสิทธิ์
อาร์เจนตินา ประสบกับปัญหาการระบาดระลอกใหม่ เมื่อ 4 เมษายนที่ผ่านมา ประธานาธิบดี อัลแบร์โต เฟอร์นานเดซ ก็ติดเชื้อ ทำให้พวกเขาต้องมีมาตรการล็อกดาวน์จนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม โดยอนุญาตให้ห้างสรรพสินค้าและร้านค้าจำเป็นเปิดทำการ, ร้านอาหารสามารถให้บริการได้แบบเดลิเวอรี่ หรือเปิดออเดอร์แล้วมารับเอง พร้อมห้ามคนออกจากบ้านตั้งแต่ 18.00 น. รวมทั้ง
มีกฎหมายให้ประชาชนช่วยกันแจ้งเบาะแส หากมีใครจับกลุ่มกัน หรือจัดปาร์ตี้
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังเลวร้ายเมื่อมีผู้ติดเชื้อพุ่งสูงต่อเนื่อง และเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม พบผู้เสียชีวิตในวันเดียวถึง 744 ศพ เป็นสถิติใหม่ของประเทศ รวมถึงผู้ป่วยในห้องไอซียูก็สูงที่สุดนับตั้งแต่การระบาดเริ่มขึ้น โดยรายงานล่าสุดเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีผู้ติดเชื้อสูงถึง 29,841 คนเฉลี่ยภายใน 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา มียอดผู้ติดเชื้อทะลุขึ้นมาอยู่ที่ 31,083 คน/วัน
อีกหนึ่งประเด็นที่วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลอาร์เจนตินา ก็คือ การฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 แม้จะฉีดโดสแรกไปแล้วกว่า 10 ล้านคนจากทั้งหมด 45 ล้านคน แต่ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเกิดปัญหาวัคซีนขาดแคลน ทำให้ตัดสินใจชะลอการให้วัคซีนโดสที่ 2 เพื่อให้ฉีดวัคซีนโดสแรกแก่ประชาชนได้มากขึ้น แต่สถานการณ์กลับเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม
ในตอนนี้ยอดรวมตั้งแต่มีการระบาดในอาร์เจนตินา มีทั้งสิ้น 3,753,609 คน และเสียชีวิต 77,456 คนด้วยกัน
‘สหรัฐ’เหมาะรับไม้ต่อ-ระบุอเมริกาใต้วิกฤติมาก
จากนี้น่าสนใจว่าใครจะรับไม้ต่อในการเป็นเจ้าภาพจากทั้ง อาร์เจนตินา และโคลอมเบียโดยไม่มีกระแสการยกเลิกการแข่งขันแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม ความสนใจก็คือ ถ้าหากย้ายไปประเทศอื่นๆ นั้นค่อนข้างยาก เมื่อ ชิลี มีผู้ป่วยรายใหม่สูงเป็นประวัติการณ์ต่อวัน, เปรู เมื่อเดือนที่แล้วเพิ่งจะมีผู้เสียชีวิตสูงสุดต่อวัน, ปารากวัย ก็เป็นหนึ่งในศูนย์กลางการระบาด, อุรุกวัย มีค่าเฉลี่ยการเสียชีวิตน่ากลัวที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ส่วน บราซิล สาหัสแห่งหนึ่งของโลก และยังมีการประท้วงรัฐบาลเรื่องการรับมือกับไวรัส
ยิ่งไปกว่านั้น รายงานจากสัปดาห์ที่่แล้วระบุว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตในภูมิภาคลาตินอเมริกา และแคริบเบียน พุ่งสูงเกินกว่า 1 ล้านราย หรือเกือบ 30 เปอร์เซ็นต์ ของผู้เสียชีวิตทั่วทั้งโลกจากโควิด-19ซึ่งผู้เสียชีวิตในย่านนี้ ส่วนใหญ่อยู่ที่ บราซิล, เม็กซิโก, โคลอมเบีย, อาร์เจนตินา และเปรู ถึง 90 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว
บี แหลมสิงห์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี