การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ครั้งที่ 16 หรือยูโร 2020 รอบ 16 ทีมสุดท้าย คืนที่ 3 ประจำวันจันทร์ที่ 28 มิถุนายนนี้ มีการดวลแข้งทั้งหมด 2 คู่
เริ่มจากเกมระหว่าง “กระทิงดุ” ทีมชาติสเปน แชมป์ 3 สมัยดวลกับ “ตาหมากรุก” ทีมชาติโครเอเชีย รองแชมป์โลกทีมล่าสุด ในเวลา 23.00 น. ที่ พาร์เค่น สเตเดี้ยม กรุงโคเปนเฮเกนประเทศเดนมาร์ก
“โครเอเชีย พลิกสถานการณ์ในเกมนัดสุดท้ายด้วยการถล่มเอาชนะ สกอตแลนด์ 3-1 ผ่านเข้ารอบมาเป็นที่สองของกลุ่มดี ความพร้อมกุนซือ ชลัตโก้ ดาลิช ได้ทีมที่สมบูรณ์เมื่อ บอร์นา บาริซิซ แบ๊กซ้ายจาก เรนเจอร์ส หายเจ็บฟิตพร้อมช่วยทีม แต่ดูแล้วน่าจะนั่งสำรองไปก่อนใช้ดาวรุ่งอย่าง ยอสโก้ กวาร์ดิโอล ส่วนคูเซนเตอร์ เปลี่ยนมาใช้ความเก๋าของ เดยัน ลอฟเรน จับคู่กับ โดมากอย วีด้า ตำแหน่งอื่นๆ ไม่มีปัญหาอะไรปรับมาใช้แผน 4-3-3 แผงมิดฟิลด์นำโดยตัวเก๋าอย่าง ลูก้า โมดริชเล่นกับ มาร์เซโล่ โบรโซวิช และมัตเตโอ โควาซิซ ตัวรุกเลือก นิโกล่า วลาซิซ ที่ฟอร์มดีประสานงานกับ บรูโน่ เพ็ตโควิช
อย่างไรก็ตาม อีวาน เปริซิซ ปีกจอมเก๋ามาติดเชื้อโควิด-19 ทำให้ต้องถอนตัวออกไปแล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้แนวรุกอีกคนจะเป็น อันเต้ เรบิช ลงสนามแทน
.jpg)
ต่อเวลาเฮ : เฟดเดริโก้ เคียซ่า กองหน้าทีมชาติอิตาลี (เบอร์14) ยิงประตูช่วยทัพ อัซซูรี่ ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ก่อนจะเอาชนะ ออสเตรีย 2-1 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายยูโร 2020 ไปรอพบ
ผู้ชนะคู่ระหว่าง เบลเยียม-โปรตุเกส ต่อไป
ทางด้าน “กระทิงดุ” สเปน ที่รอบแรกเสมอ 2 นัด ก่อนจะเร่งเครื่องเกมสุดท้ายถล่มสโลวะเกีย แบบเละเทะ 5-0 เข้ารอบมาด้วยการเป็นอันดับ 2 เกมนี้ไม่มีปัญหาในการจัดทัพ เชื่อว่ากุนซือ หลุยส์ เอ็นริเก้น่าจะยึดผู้เล่นชุดเดิมจากนัดล่าสุด เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า จะเบียดมาร์กอส ญอเรนเต้ ไปนั่งสำรอง ส่วนแดนกลางใช้ เซร์คิโอ้บุสเกตส์ กลับมาประสานงานกับ โกเก้ และเปดรี้ ขณะที่สามแนวรุกประกอบไปด้วย ปาโบล ซาราเบีย จากเปแอสเช ที่ฟอร์มดีลงเล่นร่วมกับ อัลบาโร่ โมราต้า และเกราร์ด โมเรโน่ ต่อไปเหมือนเดิม
11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม โครเอเชีย (4-3-3) : โดมินิค ลิวาโควิช, ซิเม่ เวอร์ซัลจ์โก้, เดยัน ลอฟเรน, โดมากอย วีด้า,ยอสโก้ กวาร์ดิโอล, ลูก้า โมดริช, มาร์เซโล่ โบรโซวิช, มัตเตโอโควาซิซ, นิโกล่า วลาซิซ, บรูโน่ เพ็ตโควิช และอันเต้ เรบิช
สเปน (4-3-3): อูไน ซิม่อน, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, อายเมริคลาปอร์ก, เปา ตอร์เรส, ฆอร์ดี้ อัลบา, โกเก้, เซร์คิโอ้ บุสเกตส์, เปดรี้, ปาโบล ซาราเบีย, อัลบาโร่ โมราต้า และเกราร์ด โมเรโน่
สถิติการพบกับของทั้งสองทีม เจอกันมา 8 ครั้ง สเปน ชนะได้ 4 โครเอเชีย ชนะ 3 และเสมอ 1 ล่าสุดเพิ่งเจอกันในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก 2018 สเปน ชนะในบ้าน 6-0 ก่อนที่โครเอเชียจะกลับไปเอาคืน 3-2
อีกคู่ “ไก่ทองคำ” ทีมชาติฝรั่งเศส รองแชมป์เก่า และเต็ง 1 จะดวลกับ “นาฬิกา” ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ เวลา02.00 น. ที่ อารีน่า นาติโอนาล่า กรุงบูคาเรสต์ ประเทศโรมาเนีย
ฝรั่งเศส ที่หมายมั่นปั้นมือจะคว้าแชมป์รายการนี้ให้ได้หลังจากผิดหวังแพ้นัดชิงในบ้านของตัวเองเมื่อ 5 ปีที่แล้วผลงานในรอบแรก ชนะ 1 เสมอ 2 มี 5 แต้ม เข้ารอบมาด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม แน่นอนคือไม่มี อุสมาน เดมเบเล่ ที่บาดเจ็บถอนตัวออกไป รวมถีง ลูก้าส์ ดีญ มีอาการบาดเจ็บ ทีมของ ดิดิเย่ร์ เดสชองส์ ดูเหมือนจะมีปัญหาทางฝั่งซ้าย เพราะ ลูก้าส์ แอร์กนองเดซ ฟอร์มไม่ดี อาจจะมีการปรับหมากส่ง เลโอ ดูบัวส์ที่ปกติเป็นแบ๊กขวาไปประจำการแทน แถมข่าวร้ายเพิ่มเติมคือ อาเดรียง ราบิโอต์ เจ็บข้อเท้าไม่พร้อมลงเล่น ส่วนพวกที่ได้พักจากเกมเสมอ โปรตุเกส 2-2 จะกลับมาเป็นตัวจริง เล่นในระบบ 4-3-1-2 โกร็องแต็ง โตลิสโซ่, เอ็นโกโล่ ก็องเต้ และ ปอล ป๊อกบาคุมแดนกลาง โดยมี อองตวน กรีซมันน์ คอยทำเกมสอดประสานกับคู่หัวหอก คาริม เบนเซม่า และคีลียัน เอ็มบาปเป้

ม้ามืด : แคสเปอร์ ดอลเบิร์ก กองหน้าทีมชาติเดนมาร์ก เหมาคนเดียว 2 ประตู ช่วยให้ทัพ “โคนม” ถล่มเอาชนะ ทีมชาติเวลส์ 4-0 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายศึก ยูโร 2020
ทางฝั่ง “แดนนาฬิกา” สวิตเซอร์แลนด์ พลิกสถานการณ์เข้ารอบมาในเกมนัดสุดท้ายด้วยการถล่มเอาชนะ ตุรกี มาได้3-1 ทีมมีการปรับหมากเล็กน้อยด้วยการถอย ริคาร์โด้ โรดริเกซไปยืนเป็น 3 แนวรับเล่นร่วมกับ มานูเอล อคานจี และนิโก้ เอลเวดี้ ทำให้ ฟาเบียน แชร์ จะหลุดไปนั่งสำรอง ส่วนคนที่มาแทน โรดริเกซ ในตำแหน่งวิงซ้ายคือ สตีเว่น ซูเบอร์ จากไอทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต เกมที่แล้วฟอร์มดีสุด ๆ ด้วยการทำ 3 แอสซิสต์ และ 5 คีย์พาสต์ ส่วนที่เหลือไม่น่าจะปรับอะไร กรานิต ชาก้าคุมจังหวะเกมแดนกลางร่วมกับ เรโม่ ฟรอยเลอร์ โดยมี เซอร์ดานชากิรี่ ยืนเป็นเพลย์เมกเกอร์สร้างสรรค์เกมอยู่ด้านหลังของแฮริส เซเฟโรวิช และบรีล เอ็มโบโล่
11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม ฝรั่งเศส (4-3-1-2) :ฮูโก้ ญอริส, เบนฌาแม็ง ปาวาร์, ราฟาเอล วาราน, เพรสเนล คิมเปบเบ้, เลโอ ดูบัวส์, โกร็องแต็ง โตลิสโซ่, เอ็นโกโล่ ก็องเต้,พอล ป๊อกบา, อองตวน กรีซมันน์, คีลียัน เอ็มบาปเป้ และคาริม เบนเซม่า
สวิตเซอร์แลนด์ (3-4-1-2) : ยานน์ ซอมเมอร์, นิโก้ เอลเวดี้, มานูเอล อคานจี, ริคาร์โด้ โรดริเกซ, เควิน เอ็มบาบู,กรานิต ชาก้า, เรโม่ ฟรอยเลอร์, สตีเว่น ซูเบอร์, เซอร์ดาน ชากิรี่,แฮริส เซเฟโรวิช และบรีล เอ็มโบโล่
สถิติการพบกับของทั้งสองทีม เจอกันมาทั้งหมด 38 ครั้ง ฝรั่งเศส ชนะได้ 16 เสมอ 10 และสวิตเซอร์แลนด์ ชนะ 12 ที่น่าสนใจคือ 7 เกมหลังสุดที่ดวลกัน ฝรั่งเศส ไม่ปราชัยให้กับสวิตเซอร์แลนด์เลย โดยเอาชนะได้ 3 และเสมอ 4
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี