‘แต้ว’ สุดาพร สีสอนดี
มหกรรมกีฬาโอลิมปิก ฤดูร้อน “โตเกียวเกมส์ 2020” ประจำวันที่ 3 สิงหาคมนี้ เป็นการเดินทางถึงวันที่ 11 ของการแข่งขัน มีการชิงเหรียญทอง รวมทั้งสิ้น 24 เหรียญทอง จาก กรีฑา 6 เหรียญทอง, เรือแคนู 4 เหรียญทอง, ยิมนาสติก, มวยปล้ำ กีฬาละ 3 เหรียญทอง, มวยสากล, จักรยาน, เรือใบ, กีฬาละ 2 เหรียญทอง กระโดดน้ำ และยกน้ำหนัก กีฬาละ 1 เหรียญทอง
ไฮไลท์สำคัญของการแข่งขันประจำวันนั่นคือการลุ้นเหรียญประวัติศาสตร์จากมวยหญิงของ “แต้ว” สุดาพร สีสอนดีขึ้นเวทีตะบันหน้ากับ แคโรลีน ดูบัวส์ จากสหราชอาณาจักรในรอบ 8 คน รุ่น 60 กก.หญิง เริ่มการชกในเวลา 10.50 น.
ผลงานในรอบแรก สุดาพร เอาชนะ มาเรีย โฆเซ่ปาลาซิออส จากเอกวาดอร์ มาได้ 5-0 จากนั้นเข้ารอบ 2 ก็ทุบซิมรานจิต คาอูร์ จากอินเดีย 5-0
ขณะที่ ดูบัวส์ ดีกรีเจ้าของแชมป์ยูธ โอลิมปิกเกมส์ วัย 20 ปี เจ้าของเหรียญทองยูธ โอลิมปิกเกมส์ ปี 2018ที่อาร์เจนตินา ด้วยการเอาชนะ พรทิพย์ บัวป่า ของไทยในนัดชิงเหรียญทอง ซึ่งครอบครัวเธอเป็นชาวเกรดา จากเวสต์อินดี้ ทะเลแคริบเบียน มีพี่น้อง 11 คน โดยเธอเป็นน้องของแดเนี่ยล ดูบัวส์ เจ้าของเข็มขัดแชมป์สมาคมมวยโลก อินเตอร์ริมรุ่นเฮฟวี่เวท
ส่วนการดวลกำปั้นครั้งนี้ในรอบแรก ดูบัวส์ เอาชนะดอนเยต้า ซาดิคู จากโคโซโว 5-0 ก่อนจะชนะ ราชิด้า เอลลิส จากสหรัฐอเมริกา 3-0
ทางด้าน “บิ๊กชาย” นายสมชาย พูลสวัสดิ์ ผู้จัดการทีมและประธานพัฒนาเทคนิคสมาคมกีฬามวยฯ กล่าวว่า เรื่องการชกที่ผ่านมา โดยเฉพาะ ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี พูดในฐานะคนทำมวยคิดว่าเราไม่น่าแพ้แต่ก็ยอมรับในคำตัดสินของกรรมการ อย่างที่บอกทั้งคู่ต่างมีดีกรีและมีประสบการณ์ที่สูงพอๆ กันหากเกมไม่ขาดโอกาสที่จะออกหน้าไหนก็ได้ แต่เหนือสิ่งอื่นใดต้องชื่นชมสปิริตของ “เจ้าสด” ทำหน้าที่ครั้งนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบมากถือเป็นแบบอย่างให้กับนักชกรุ่นน้องได้เอาเยี่ยงอย่าง
“ต้องชื่นชมโค้ชทั้ง 3 คน “แซม” กามนิตย์ นารีรักษ์,เพิก พึ่งปัญญา และ ชัยชุมพล ชำนาญมาก ที่ร่วมทำงานในการแก้เกมและวางแผนการชกให้กับนักมวยทุกคนในการแข่งขันกีฬามวยโอลิมปิกเกมส์หนนี้ได้เป็นอย่างดี นักมวยหญิง 3 คน เป็นน้องใหม่ในโตเกียวเกมส์แต่ทุกคนทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมผ่านเข้าถึงรอบ 8 คน กับรอบ 16 คน ได้ก็ต้องยกนิ้ว โดยเฉพาะในคู่ของ “ฉัตร์ชัยเดชา กับ นักชกคิวบา” ที่เกมเบียดชนิดหายใจรดต้นคอแบบลุ้นกันสนุก เพียงแต่การตัดสินไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ก็เท่านั้น แต่ยืนยันว่าโปร่งใส
ส่วนผลงานนักกีฬาไทย เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มีลงแข่งขัน 1 ประเภท นั่นคือ “กัปตัน” อิสรานุอุดม ภูริหิรัญพัชร์ นักกีฬาแม่นปืน วัย 17 ปี ซึ่งถือเป็นนักกีฬายิงปืนที่อายุน้อยที่สุดในกีฬาโอลิมปิกโตเกียวเกมส์ 2020 ได้อันดับที่ 20 ในการแข่งขันปืนสั้นยิงเร็ว 25 ม.ชาย เปิดเผยว่า แม้จะไม่ได้เป็น 1 ใน 6 คนผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ แต่สำหรับตนไม่ได้รู้สึกเสียใจ กลับมีความสุขด้วยซ้ำ
“การที่ต้องเดินทางมาถึงญี่ปุ่นตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม มีส่วนเหมือนกัน เพราะกว่าจะแข่งจริงก็เกือบครึ่งเดือน เพราะทำให้สูญเสียช่วงเวลาฝึกซ้อมที่จะได้จับปืนจริงๆ ไปถึง 12 วัน ได้ซ้อมแค่ 3 วันเท่านั้น ทำได้แค่ฝึกซ้อมยิงลม ซึ่งก็ได้ความรู้สึกเท่ากับซ้อมจริง และการที่ยังต้องสวมหน้ากากอนามัยลงยิงตลอดเวลา เพราะยังไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เนื่องจากอายุยังไม่ถึงเกณฑ์ ก็ค่อนข้างอึดอัด เพราะหากเทียบกับนักกีฬาคนอื่นๆ ที่ถอดหน้ากากยิงปกติ แต่หากมองอีกมุมหนึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ปลอดภัยกับตัวเราครับ ก็ถือป้องกันโควิด-19 ซึ่งผมก็มองว่าสุขภาพเราคือสิ่งที่สำคัญที่สุด และพร้อมจะกลับมาสู้ต่อในครั้งต่อไป”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี