วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569
“โอซิล”ตัวจริง!ปืนบุกแมว
๐ “เฟลไลนี่”ลงช่วยผีดวลแข้ง”พาเลซ”
๐ “หงส์”เบิ้ลยอดเยี่ยมแห่งเดือนพรีเมียร์
ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำสัปดาห์นี้แบ่งการดวลแข้งออกเป็น 3 วันเหมือนเดิม โดยในเกมวันเสาร์มีทั้งหมด 8 คู่ โดย “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แชมป์เก่า เปิดรังโอลด์ แทรฟฟอร์ด เจอกับ “ปราสาทเรือนแก้ว” คริสตัล พาเลซ
เกมนัดนี้ แมนฯยูไนเต็ด ไม่มีแน่นอนคือ เวย์น รูนี่ย์ ที่บาดเจ็บบริเวณศรีษะไม่พร้อมสำหรับเกมนี้ และดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ ที่ป่วยมาเป็นปี ขณะที่ ฟิล โจนส์ กับ ราฟาเอล ดา ซิลวา สองแบ๊คขวาก็ยังเดี้ยงรอทดสอบความฟิต หากลงไม่ได้ คริส สมอลลิ่ง จะทำหน้าที่แทน ทางด้าน มารูยาน เฟลไลนี่ กองกลางหัวฟูตัวใหม่ที่เพิ่งย้ายมาจากเอฟเวอร์ตัน มีลุ้นลงเป็นตัวจริงทันที โดยต้องเบียดกับ ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์ ส่วนหน้าเป้ายังเป็น โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ เหมือนเดิม
ทางฝั่ง พาเลซ ที่ชนะ 1 แพ้ 2 มาในนัดนี้ เอียน ฮอลโลเวย์ กุนซือสมองใส มีปัญหานักเตะบาดเจ็บกันเป็นแผง โดยเฉพาะตัวหลักอย่าง เกล็น เมอร์เร่ย์, แพททริค แม็คคาร์ธนี่ย์, โจนาธาน วิลเลี่ยมส์, โจนาธาน พาร์, แจ๊ค ฮันท์ และยองนิค โบลาซี่ แถมต้องเช็คฟิต เจอโรม โธมัส อีกคนหนึ่งด้วย
ทั้งนี้ พาเลซ ไม่แพ้ แมนฯยูไนเต็ด มาแล้วถึง 8 ปีด้วยกัน โดยในเกมพรีเมียร์ลีกหนล่าสุดที่เจอกันนั้น เสมอกัน 0-0 เมื่อ 5 มีนาคม 2005 จากนั้นเจอกันแค่หนเดียวในเกมลีกคัพ เมื่อปี 2011 ปรากฏว่า พาเลซ บุกมาเผาผีถึงถิ่น 2-1 อย่างไรก็ตามนับเฉพาะพรีเมียร์ลีก ผีไม่เคยแพ้ในการเจอกัน 8 นัด และชนะได้ถึง 6 เกม โดยหนสุดท้ายที่ พาเลซ บุกมาชนะ ยูไนเต็ด ได้ถึงถิ่นคือปี 1989 สมัยยังเป็นดิวิชั่น 1 เดิม
11 ตัวจริงที่จะลงสนาม แมนฯยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา, ปาทริซ เอฟร่า, ริโอ เฟอร์ดินานด์, เนมานญ่า วีดิช, คริส สมอลลิ่ง, ไมเคิล คาร์ริค, ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์, แอชลี่ย์ ยัง, แดนนี่ เวลเบ๊ค, อันโตนิโอ วาเลนเซีย และโรบิน ฟาน เพอร์ซี่, พาเลซ : ฌูเลี่ยน สเปโรนี่, โจเอล วอร์ด, ดาเมี่ยน เดลานี่ย์, แดนนี่ แก๊บบิดอน, ดีน ม็อกซี่ย์, เจสัน พันชอน, โฆเซ่ คัมปันญ่า, ไมล์ เจดิแนค, คากิโช ดิ๊กคาชอย, ดไวท์ เกลย์ และมารูยาน ชามัคห์
ขณะที่ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล จะบุกไปเยือน “แบล็คแคทส์” ซันเดอร์แลนด์ โดยเกมนี้ อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือมาดละเมียดของทีมจะส่ง เมซุต โอซิล จอมทัพทีมชาติเยอรมนี ที่เพิ่งย้ายมาร่วมทัพด้วยค่าตัว 42 ล้านปอนด์ลงสนามเป็นตัวจริงทันที แต่มีปัญหาผู้เล่นชุดใหญ่เดี้ยงถึง 8 คน โดยเป็นตัวดัง ๆ ทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็น โธมัส แฟร์มาเล่น, โทมัส โรซิคกี้, อเล็กซ์ อ็อกซ์เล็ด-แชมเบอร์เลน, ลูคัส โพดอลสกี้, ธีโอ วัลค็อตต์ และมิเกล อาร์เตต้า
ทางฝั่ง ซันเดอร์แลนด์ จะไม่มี จอห์น โอเช กัปตันทีมที่ติดแบน หลังจากโดนไล่ออกเกมดวลกับ พาเลซ รวมกับ ลี แคทเทิ่ลโมล, เคร็ก การ์ดเนอร์ และคอนนอร์ วิคแฮม ที่ยังเดี้ยงอยู่ทั้งหมด โดยแนวรุกใช้ จี ดอง วอน กับ สตีเว่น เฟล็ทเชอร์ เป็นตัวความหวัง และเอ็มมานูเอล จั๊คเครินี่ เดินเกมริมเส้น กับ อดัม จอห์นสัน
ทางด้าน “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี รองจ่าฝูง จะบุกไปเยือนถิ่นกูดิสัน พาร์ค ของ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน โดยเกมนี้ เชลซี จะให้ เฟร์นานโด ตอร์เรส ปักหลักยืนเป็นหัวหอก โดยมี ซามูแอล เอโต้ มีชื่ออยู่ในทีมด้วย หลังจากย้ายมาจากอันจิ ขณะที่แผงกลาง แฟรงค์ แลมพาร์ด เดินเกมร่วมกับ รามิเรส และมี จอห์น เทอร์รี่ กัปตันทีมปักหลักยืนเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ดวลกับ “ทอฟฟี่เมน” ที่หมดสิทธิ์ส่ง โรเมลู ลูคาคู หัวหอกร่างใหญ่ที่ยืมมาจาก เชลซี ทำให้ต้องเลือกระหว่าง นิกิซ่า เยเลวิช หรือ อารูน่า โคเน่ ขณะที่แผงกลาง เจมส์ แม็คคาร์ธี่ย์ ตัวใหม่จากวีแกน ราคา 13 ล้านปอนด์ จะประเดิมตัวจริง รวมไปถึง แกเร็ธ แบร์รี่ ที่ยืมตัวมาจากแมนฯซิตี้ ก็จะประเดิมลงเล่นเช่นกัน
ส่วน “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รองแชมป์เก่า จะบุกไปเยือน “ช่างปั้นหม้อ” สโต๊ค ซิตี้ โดยที่ มานูเอล เปเยกรินี่ มีปัญหานักเตะเดี้ยงบานตะไทไม่ว่าจะเป็น แวงซองต์ ก็องปานี กัปตันทีม, มาร์ติน เดมิเคลิส เซ็นเตอร์คนใหม่ และดาบิด ซิลบา จอมทัพชาวสแปนิช ก็ต้องทดสอบความฟิต ขณะที่แนวรุกอาจจะวาง อัลวาโร่ เนเกรโด้ ที่กำลังฟอร์มสดลงเล่นเป็นตัวจริงนัดแรก ในส่วนของเจ้าบ้านที่ชนะ 2 แพ้ 1 จะรอเช็คฟิตของ เกล็นน์ วีแลน มิดฟิลด์คนสำคัญที่บาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่ามาจากเกมทีมชาติ แต่จะได้ ชาร์ลี อดัม กองกลางตัวเปิดบอลกลับมาอีกครั้งหลังจากหายเจ็บหลัง โดยพวกเขาไม่เคยแพ้ แมนฯซิตี้ ในการเล่นในถิ่นตัวเองในการเตะพรีเมียร์ลีก ด้วยสถิติชนะ 1 เสมอ 4
ทางด้าน เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล และแดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ หัวหอกตัวทีมชาติอังกฤษ ของลิเวอร์พูล กอดคอกันคว้ารางวัลยอดเยี่ยมแห่งเดือนสิงหาคม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นที่เรียบร้อย เมื่อวันศุกร์ที่ 13 กันยายน 2556
โดย ร็อดเจอร์ส พาทีมคว้าชัยชนะได้ 3 นัดรวด และยึดจ่าฝูงในการออกสตาร์ทซีซั่นที่ดีที่สุดในรอบ 19 ปี ส่วน สเตอร์ริดจ์ เหมายิงคนเดียวให้กับทีมทุกนัด เป็นจำนวนทั้งสิ้น 3 ประตู จึงได้รับรางวัลดังกล่าวไปแบบไม่มีคู่แข่ง ทั้งนี้ สเตอร์ริดจ์ เป็นนักเตะลิเวอร์พูล คนแรกที่ได้รับรางวัลนี้นับตั้งแต่ เฟร์นานโด ตอร์เรส เคยได้เมื่อเดือนกันยายน ปี 2009
ส่วน แกเร็ธ เบล นักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลก 85.3 ล้านปอนด์ของ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด เตรียมประเดิมสนามนัดแรกให้กับต้นสังกัดใหม่ในวันเสาร์นี้ ในการดวลกับ “เรือดำน้ำสีเหลือง”บียาร์เรอัล โดย เบล เปิดเผยว่า ตอนนี้มียังมีอาการบาดเจ็บอยู่เล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไรกับผมมากนัก ส่วนหลายคนที่อยากรู้ว่า ผมจะเล่นตำแหน่งไหนที่นี่ ผมบอกได้เลยว่า ผมพร้อมที่จะลงเล่นทุกตำแหน่ง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี