Logo วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
533.jpg
หน้าแรก / กีฬา
กาเฟอีนช่วยเพิ่มการเผาผลาญไขมันได้..แค่ไหน?

กาเฟอีนช่วยเพิ่มการเผาผลาญไขมันได้..แค่ไหน?

วันเสาร์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.
Tag : กาเฟอีน
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

แนวคิดที่ว่ากาเฟอีนกระตุ้นการเผาผลาญไขมันนั้นมีมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1970 แต่ผลการศึกษากลับให้ผลลัพธ์ที่หลากหลาย…

โดยการศึกษาของ Costill et al. (1978) แสดงให้เห็นว่ากาเฟอีนสามารถเพิ่มการเผาผลาญไขมันที่สะสมได้ อีกทั้งมีการศึกษาบางส่วนที่แสดงให้เห็นว่าการเผาผลาญไขมันจะเพิ่มขึ้นพร้อมกับกรดไขมันที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามระดับกรดไขมันในเลือดที่เพิ่มขึ้นก็ไม่ได้ส่งผลให้การเผาผลาญไขมันเพิ่มขึ้นด้วยเสมอไป


นอกจากนี้ การศึกษาของ Ruiz-Moreno et al. (2020) ได้ทำการทดลองโดยให้ผู้เข้าร่วมจำนวน 12 คน กินกาเฟอีน 3 มก./น้ำหนักตัว 1 กก. ก่อนออกกำลังกาย 1 ชั่วโมง และสลับให้ผู้เข้าร่วมกินสารหลอก 3 มก./น้ำหนักตัว 1 กก. ก่อนออกกำลังกาย 1 ชั่วโมงเช่นกันจากนั้นให้ปั่นจักรยานด้วยความหนักของไขมันสูงสุด (ความหนักที่ผู้เข้าร่วมเผาผลาญไขมันมากที่สุด) ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละคน โดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 50% ของปริมาณการใช้ออกซิเจนสูงสุด (VO2max) ซึ่งเป็นความหนักของการออกกำลังกายระดับต่ำถึงปานกลาง

ซึ่งผลการศึกษาพบว่า การกินสารหลอกสามารถเผาผลาญไขมันได้เฉลี่ย 19.4 กรัมต่อชั่วโมง และการกินกาเฟอีนสามารถเผาผลาญไขมันได้เฉลี่ย 24.7 กรัมต่อชั่วโมง ดังนั้น จะเห็นได้ว่าการกินกาเฟอีนจะทำให้การเผาผลาญไขมันเพิ่มขึ้นถึง 27% (รูปที่ 1)

ทั้งนี้ผลการศึกษาที่พบว่ากาเฟอีนสามารถเพิ่มการเผาผลาญไขมันนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด เนื่องจากมีการศึกษาอีกหลายการศึกษาที่แสดงให้เห็นผลลัพธ์เหล่านี้มาก่อน แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีการศึกษาอีกจำนวนมากที่ไม่พบผลของกาเฟอีนต่อการเผาผลาญไขมัน ซึ่งผลที่แตกต่างกันนี้สามารถอธิบายได้ด้วยความหนักของการออกกำลังกายที่ใช้ในการศึกษา โดยการศึกษาของ Gutiérrcz-Hell´n et al.(2018) แสดงให้เห็นว่ากาเฟอีนมีผลต่อการเผาผลาญไขมัน เมื่อมีการออกกำลังกายที่ความหนักระดับต่ำ แต่กลับไม่มีผลในการออกกำลังกายทีมีความหนักระดับสูง (>80% VO2max) (รูปที่ 2)

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่อาจส่งผลต่อผลลัพธ์ เช่น การฝึกของผู้เข้าร่วม ระยะเวลาของโปรแกรมออกกำลังกาย การควบคุมอาหารก่อนการทดลอง เป็นต้น แต่โดยรวมแล้วผลการศึกษาที่ผ่านมาก็มีผลลัพธ์ที่ความคล้ายคลึงกัน ดังนั้น อาจสรุปได้ว่ากาเฟอีนสามารถช่วยเพิ่มการเผาผลาญไขมันได้บางกรณี เพราะการศึกษาเหล่านี้ทดลองในสภาวะอดอาหาร (ไม่รับประทานอาหารเช้า) ซึ่งเป็นสภาวะที่ร่างกายมีการเผาผลาญไขมันสูง และเมื่อมีการรับประทานอาหารเช้าหรือรับประทานคาร์โบไฮเดรตเข้าไป การเผาผลาญไขมันก็จะลดลง 30%

แล้วการกินกาเฟอีนมันสำคัญไหม ?

ผู้วิจัยได้กล่าวว่า หากใช้กาเฟอีนเพื่อลดน้ำหนักหรือลดไขมันในร่างกาย ผู้ใช้จำเป็นต้องพิจารณาถึงผลเสียของกาเฟอีนด้วย เนื่องจากการลดน้ำหนักจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อพลังงานที่ใช้ต้องมากกว่าพลังงานที่ได้รับ กาเฟอีนจึงไม่ได้เป็นตัวช่วยในการเพิ่มการใช้พลังงาน ดังนั้น ควรจะเน้นไปที่การลดปริมาณการบริโภคอาหารเสียมากกว่า และแม้ว่าในการศึกษาของ Ruiz-Moreno et al. (2020) จะแสดงให้เห็นผลของการเผาผลาญไขมันที่ค่อนข้างมาก แต่จริงๆ แล้วการเผาผลาญไขมันมีเพียงแค่ 5 กรัมต่อชั่วโมงของการออกกำลังกาย ซึ่งหมายความว่าหากต้องการลดไขมันในร่างกาย 1 กิโลกรัม เราจะต้องออกกำลังกายถึง 200 ชั่วโมง

ยกตัวอย่าง นายเอ น้ำหนัก 80 กก. ต้องการลดไขมัน 2% และมีการออกกำลังกายวันละ 1 ชั่วโมง ดังนั้น นายเอ จะต้องใช้เวลาถึง 1 ปี จึงจะสามารถลดไขมันลงได้ 2% ซึ่งในแง่ของการลดน้ำหนัก ผลการวิจัยเหล่านี้อาจไม่ได้สำคัญมากนัก แต่จะสำคัญก็ต่อเมื่อต้องการกระตุ้นให้ร่างกายนำไขมันมาเผาผลาญมากขึ้น ซึ่งจะต้องกินจนร่างกายเกิดการปรับตัว แต่จะต้องกินบ่อยแค่ไหนถึงจะเกิดการปรับตัวได้อย่างมีนัยสำคัญล่ะ?? มิหนำซ้ำก็อาจจะส่งผลต่อประสิทธิภาพร่างกายหรือสุขภาพด้วย ทั้งนี้ หากไม่มีการศึกษาในระยะยาว คำถามเหล่านี้ก็ยากที่จะตอบ

เอกสารอ้างอิง

(1) Ruiz-Moreno, C., Gutiérrez-Hellín, J., Amaro-Gahete, F.J. et al. Caffeine increases whole-body fat oxidation during 1 h of cycling at Fatmax. Eur J Nutr (2020).

(2) Costill DL, Dalsky GP, Fink WJ. Effects of caffeine ingestion on metabolism and exercise performance. Med Sci Sports. 1978 Fall;10(3):155-8. PMID: 723503.

(3) Gutiérrez-Hellín, J; Del Coso, J. Effects of p-Synephrine and Caffeine Ingestion on Substrate Oxidation during Exercise, Medicine & Science in Sports & Exercise: September 50(9): 1899-1906, 2018.

นางสาวศรัณย์รัตน์ หิรัญรัตนธรรม

นักวิทยาศาสตร์การกีฬา

งานวิทยาศาสตร์การกีฬาภูมิภาค

สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย ภาค 3

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

‘ตม.อุบลราชธานี-ตชด.227’แถลงจับยาเสพติด 100,000 เม็ด

จีนอ่วม! ฝนถล่มหนัก น้ำท่วมใหญ่หลายมณฑล คร่าชีวิต 10 ราย

อนุทิน นำทีม ภท. ยื่นร่างแก้ รธน. ปธ.สภาฯ พรุ่งนี้ เปิดทางตั้ง สสร. 100 คน ยกร่างฉบับใหม่

จับตาพรุ่งนี้!!! ศาลนัดฟังคำพิพากษา โตโต้ ปิยรัฐ คดี ม.112

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved