วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569
“ศุภจี” ควง “หน่อง ปลื้มจิตร์ - กิ๊ฟ วิลาวัณย์” ตำนานนักวอลเลย์บอลสาวทีมชาติไทย ร่วมเปิด “World IP Day 2026” คึกคัก ชูพลังทรัพย์สินทางปัญญาดันอุตสาหกรรมกีฬาไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ สร้างรายได้ให้ประเทศ
กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา จัดงาน World IP Day 2026 เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกีฬาไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างเป็นระบบ ผ่านการใช้ “ทรัพย์สินทางปัญญา (IP)” เป็นกลไกสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่ม และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ งาน World IP Day 2026 จัดภายใต้แนวคิด “IP & Sports: Ready, Set, Innovate” มุ่งเชื่อมโยงกีฬาเข้ากับนวัตกรรมและเศรษฐกิจยุคใหม่ พร้อมถอดบทเรียนความสำเร็จจากวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย สู่โมเดลการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน
นาง ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงานเสวนา “พลิกชัยชนะบนสนาม สู่โมเดลรายได้ใหม่ด้วยทรัพย์สินทางปัญญา” ณ SCBX NEXT STAGE ศูนย์การค้าสยามพารากอน
โดยภายในงานมี “หน่อง ปลื้มจิตร์ - กิ๊ฟ วิลาวัณย์” ตำนานนักวอลเลย์บอลสาวทีมชาติไทย ร้อยตรีจักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ ,นาง อรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา นาย ก้องศักด์ ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ผู้แทนจากภาครัฐ เอกชน บุคลากรในแวดวงกีฬา และประชาชนเข้าร่วมอย่างคึกคัก
นาง ศุภจี กล่าวว่า แม้วันทรัพย์สินทางปัญญาโลกจะตรงกับวันที่ 26 เมษายนของทุกปี แต่การจัดงานล่วงหน้าในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในฐานะประเทศสมาชิกขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ที่ต้องการผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ผ่านการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นรูปธรรม
“ทรัพย์สินทางปัญญาไม่ใช่เพียงเครื่องมือทางกฎหมาย แต่เป็นโครงสร้างสำคัญของเศรษฐกิจยุคใหม่ ที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล รัฐบาลจึงไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะการคุ้มครอง แต่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและต่อยอดให้เกิดมูลค่าเพิ่มอย่างยั่งยืน” นางศุภจี กล่าว

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ธีม “IP & Sports” ในปีนี้สะท้อนศักยภาพของอุตสาหกรรมกีฬาที่สามารถเชื่อมโยงกับทรัพย์สินทางปัญญาได้ในหลายมิติ ตั้งแต่ลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด (broadcasting rights) การสนับสนุนทางการตลาดและสปอนเซอร์ชิป (sponsorships ) การสร้างสินค้าและของที่ระลึก (merchandising) Digital Contents และแพลตฟอร์ม
ทั้งนี้ ในปี 2568 มูลค่าทางเศรษฐกิจของทรัพย์สินทางปัญญา ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมกีฬาไทยอยู่ที่ประมาณ 2.2 แสนล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง หากมีการวางระบบนิเวศ (ecosystem) ที่เอื้อต่อการสร้างและใช้ประโยชน์จาก IP อย่างครบวงจร
“การเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้าง เช่น การบริหารลิขสิทธิ์ การวางแผนสปอนเซอร์ชิป และการต่อยอดคอนเทนต์กีฬา จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถ สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในมิติของดิจิทัลคอนเทนต์และแพลตฟอร์มสมัยใหม่” นางศุภจี กล่าว
นอกจากนี้ ยังชี้ให้เห็นว่า “นักกีฬา” ในยุคปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงผู้แข่งขัน แต่เป็น “สินทรัพย์ทางเศรษฐกิจ” ที่สามารถสร้างมูลค่าได้จากแบรนด์ส่วนบุคคล และต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจในระยะยาว แม้หลังสิ้นสุดเส้นทางการแข่งขัน

โดยยกตัวอย่างกีฬาที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงของไทย ได้แก่ ฟุตบอล วิ่ง และวอลเลย์บอล ตามลำดับ ซึ่งโดยเฉพาะวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ถือเป็นต้นแบบสำคัญของการนำทรัพย์สินทางปัญญามาสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม
ภายในงาน มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จาก “หน่อง” ปลื้มจิตร์ ถินขาว และ “กิ๊ฟ” วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์ อดีตนักวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ที่ร่วมถ่ายทอดแนวคิดการต่อยอด “ชื่อเสียง” และ “ตัวตน” สู่การสร้างรายได้ ผ่านการบริหารแบรนด์ การคุ้มครองสิทธิ และการรับมือกับการละเมิดลิขสิทธิ์ในยุคดิจิทัล เพื่อเป็นแรงบันดาลใจแก่ผู้ประกอบการและคนรุ่นใหม่
ขณะเดียวกัน ยังมีผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์ให้คำปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญา (IPAC) ได้ร่วมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการคุ้มครองและการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ของทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถนำไปต่อยอดสร้างมูลค่าได้จริง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี