วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569
“จิ้งจอกสีน้ำเงิน” เลสเตอร์ ซิตี้ เจ้าของแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สุดมหัศจรรย์เมื่อปี 2016 และแชมป์เอฟเอ คัพ ปี 2021 ต้องพบกับวันดับในตำนานสโมสร เมื่อกระเด็นตกชั้นไปอยู่ “ลีกวัน” หรือ “ลีกระดับ 3”ของเมืองผู้ดีอย่างเป็นทางการ ในการแข่งขันเมื่อวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา
เลสเตอร์ ลงสนามทำศึกเดอะ แชมเปี้ยนชิพ หรือลีกระดับ 2 ของประเทศ ก่อนจะทำได้แค่เสมอกับ “เสือน้อย” ฮัลล์ ซิตี้ 2-2 ทำให้พวกเขาคะแนนไม่เพียงต่อการอยู่รอดในซีซั่นหน้า แม้จะเหลือเกมอีก 2 นัดก็ตาม ทำให้ต้องตกชั้นไปอยู่ลีกระดับ 3 เป็นครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์ทีม หลังจากเคยตกต่ำแบบนี้มาแล้วเมื่อฤดูกาล 2007-08
สำหรับ เลสเตอร์ ได้มีการเข้าซื้อกิจการจากกลุ่มคิง เพาเวอร์จากประเทศไทยเตรียมเข้าซื้อหุ้น 49 เปอร์เซ็นต์ ช่วงที่อยู่ในเดอะ แชมเปียนชิพ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2010 โดยกลุ่มนี้มี นายวิชัย รักศรีอักษร(นามสกุลในเวลานั้น) ซึ่งเป็นซีอีโอของบริษัท เจรจาตกลงในขั้นสุดท้าย คาดว่าราคาอยู่ระหว่าง 1,200-1,400 ล้านบาท ในตอนแรกมีข่าวว่าจะซื้อหุ้น 49 เปอร์เซนต์ แต่สุดท้ายการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการที่เมืองไทย ที่ห้องอินฟินิตี้ 1 โรงแรม พูลแมน คิง เพาเวอร์ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2010 ระบุว่า ถือหุ้นแบบ 100 เปอร์เซนต์
เลสเตอร์ สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2015-16 เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 2 พฤษภาคม 2016(พ.ศ.2559)
เป็นการครองแชมป์ลีกสูงสุดเป็นครั้งแรก ในประวัติศาสตร์สโมสร 132 ปี โดยก่อนหน้านี้ผลงานดีที่สุดของ "เดอะ ฟ็อกซ์" คือการคว้าตำแหน่งรองแชมป์ในซีซั่น 1928-29 ก่อนที่ นายวิชัย ศรีวัฒนประภา จะเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกบริเวณหน้าสนามคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ที่ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2018 ทำให้ นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา เข้ามาบริหารงานทั้งหมดแทน
จากนั้น เลสเตอร์ ยังเดินหน้าสร้างสถิติอันยอดเยี่ยมมากมาย ทั้งการถล่มเซาแธมป์ตัน 9-0 ที่เซนต์ แมรีส์ เมื่อ 25 ตุลาคม 2019 สร้างชัยชนะนอกบ้านที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลลีกชั้นนำอังกฤษ ก่อนจบฤดูกาลอันดับ 5 จากนั้นในปี 2021 ก็คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ด้วยการชนะ เชลซี 1-0 พร้อมกับจบอันดับ 5 ในพรีเมียร์ลีกเป็นฤดูกาลที่สองติดต่อกัน ตามด้วยเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน เอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ด้วยการดวลจุดโทษ เพื่อคว้าแชมป์คอมมิวนิตี้ ชิลด์สมัยที่สองในประวัติศาสตร์
ในเดือนพฤษภาคม 2022 เลสเตอร์ ซิตี้ เข้าถึงรอบรองชนะเลิศคอนเฟอเรนซ์ลีกฤดูกาลแรก ก่อนแพ้ โรม่า จากอิตาลี จากนั้นหนึ่งปีต่อมา พวกเขาต้องตกชั้นในซีซั่น 2022-23 แต่ใช้เวลาปีเดียวก็กลับมาได้สำเร็จ ด้วยการครองแชมป์เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ซีซั่น 2023-24 แต่ต้องเสีย เอ็นโซ่ มาเรสก้า กุนซือไปให้ เชลซี แล้วก็ต้องตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก ปีที่แล้ว 2024-25
ก่อนที่ซีซั่นนี้ สถานการณ์เริ่มลำบากเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เมื่อถูกหัก 6 คะแนนเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หลังจากตรวจสอบพบว่าสโมสรละเมิดกฎผลกำไรและความยั่งยืน (Profitability and Sustainability Rules - P&S) ของทาง พรีเมียร์ลีก ในช่วงฤดูกาล 2023/24 ก่อนจะตกชั้นในบั้นปลาย
เลสเตอร์ ซิตี้ มีตัวเลขผลประกอบการฝ่าฝืนเกณฑ์ที่กำหนดเป็นจำนวนเงิน 20.8 ล้านปอนด์ ตลอดระยะเวลาตามกฎการประเมิน 3 ปี (ฤดูกาล 2022–2024) อีกทั้งยังไม่ได้ส่งงบการเงินประจำปีตามกรอบเวลาที่กำหนดอีกด้วย และจึงกลายเป็นทีมที่ 5 ที่ต้องเผชิญกับการตกชั้นติดต่อกันสองปีติด ๆ จากพรีเมียร์ลีกไปยังลีกวัน ต่อจาก สวินดอน (1994/95), วูล์ฟส์ (2012/13), ซันเดอร์แลนด์(2017/18), ลูตัน ทาวน์(2024/25) และเลสเตอร์ (2025/26)
.jpg)
หลังจากการตกชั้น อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการบริหารของคิง เพาเวอร์ เจ้าของสโมสรเลสเตอร์ ได้ออกแถลงการณ์ดังต่อไปนี้ว่า เรียนแฟนบอลของเรา : การตกชั้นสู่ลีกวันได้รับการยืนยันแล้ว ในฐานะประธานสโมสร ความรับผิดชอบนั้นตกอยู่ที่ผม ไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ
“เราได้สัมผัสทั้งจุดสูงสุดที่ยิ่งใหญ่และจุดต่ำสุดที่เจ็บปวดในครั้งนี้ และความเจ็บปวดนั้นแบ่งปันกันโดยทุกคน ผมรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งต่อความผิดหวังที่เราได้ก่อให้เกิดขึ้น ผมเข้าใจถึงความรู้สึกอันแรงกล้าของผู้สนับสนุนของเรา และเราไม่เคยถือเบาแต่อย่างใดต่อการสนับสนุนจากคุณ โดยเฉพาะในช่วงเวลาอย่างนี้”
“จุดมุ่งหมายของเราขณะนี้คือการมองไปข้างหน้า เราจะตัดสินใจที่จำเป็นเพื่อขับเคลื่อนสโมสรให้ก้าวหน้า ร่วมมือกันเพื่อสร้างใหม่ ปรับปรุง และคืนมาตรฐานที่คาดหวังไว้สำหรับเลสเตอร์ ซิตี้ เป้าหมายของเราชัดเจน – เพื่อตอบโต้อย่างแข็งแกร่งและแข่งขันเพื่อขับเคลื่อนสโมสรนี้อีกครั้ง เราจะเผชิญหน้ากับเรื่องนี้โดยตรง เราจะก้าวต่อไปด้วยกัน”
พวกเขาตกชั้นด้วยงบประมาณค่าเหนื่อยที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมาสำหรับสโมสรในแชมเปี้ยนชิพ อีกครั้ง โดยปี 2023 เลสเตอร์ ซิตี้ ตกชั้นพร้อมค่าเหนื่อยสูงที่สุดนอกเหนือทีมท็อป 6 และปีนี้ 2026 เลสเตอร์ ซิตี้ ตกชั้นพร้อมค่าเหนื่อยสูงสุดเท่าที่เคยมีมาระดับแชมเปี้ยนชิพ พร้อมกับสื่อจากอังกฤษ ระบุถึงบัญชีแดงในการขาดทุน 89.7 ล้านปอนด์(2022–23), ขาดทุน 71 ล้านปอนด์(2024-25) และขาดทุน 92.5 ล้านปอนด์(2021-22)
ความกังวลที่ใหญ่ที่สุดของเลสเตอร์ คือ มีการเปิดเผยว่า พวกเขาได้ถอนเงินจากงวดในอนาคตของการชดเชยจากพรีเมียร์ลีก และงวดต่าง ๆ จากการขายผู้เล่นแล้ว ด้วยการขายเงินก้อนเหล่านั้นให้กับธนาคารแมคควอรี โดย Parachute payments ถูกยกมา นั่นก็คือ "เงินช่วยเหลือตอนตกชั้น" หรือ "เงินชดเชยการตกชั้น" ประเด็นนี้มักใช้ในบริบทของฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ หมายถึง เงินรายได้ที่พรีเมียร์ลีกจ่ายให้กับสโมสรที่ตกชั้นลงไปสู่ลีกระดับรอง เป็นเวลาหลายฤดูกาล
สำหรับ เลสเตอร์ มีค่ายืมสุทธิ 85 ล้านปอนด์ในสองฤดูกาลที่ผ่านมา และค่าใช้จ่ายค่าจ้างเกินกว่า 100 ล้านปอนด์ในแชมเปี้ยนชิพครั้งล่าสุดที่พวกเขาอยู่ที่นั่น สิ้นสุดฤดูกาล 2017/18 เลสเตอร์มีกำไรสะสม 25 ล้านปอนด์ ภายในสิ้นสุดฤดูกาล 2024/25 สิ่งนั้นกลายเป็นขาดทุนสะสม 375 ล้านปอนด์
นอกจากนี้ เลสเตอร์ ซิตี้ ได้จารึกชื่อของตัวเองในบันทึกสถิติเชิงลบของฟุตบอลอังกฤษ สโมสรนี้ตอนนี้ครอบครองทีมชุดที่แพงที่สุดที่เคยตกชั้นใน สอง ลีก พรีเมียร์ลีก (22/23): ตกชั้นด้วยทีมชุดมูลค่า 444 ล้านปอนด์ และแชมเปียนชิพ (25/26): ตกชั้นสู่ลีกวันด้วยกลุ่มนักเตะมูลค่ากว่า 140 ล้านปอนด์
นับตั้งแต่ฤดูกาลหน้า สโมสรในลีกวัน หรือระดับ 3 จะถูกจำกัดการใช้จ่าย 60% ของรายได้พิเศษจากฟุตบอล อาทิ เงินรางวัล รายได้จากแชมป์ หรือค่าตัวที่ได้รับจากการโอนย้ายอีกด้วย
บีแหลมสิงห์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี