533.jpg
บันทึกตำนานสุดช้ำ! ”เลสเตอร์”ร่วงสู่ลีกระดับ3

บันทึกตำนานสุดช้ำ! ”เลสเตอร์”ร่วงสู่ลีกระดับ3

วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.44 น.

“จิ้งจอกสีน้ำเงิน” เลสเตอร์ ซิตี้ เจ้าของแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สุดมหัศจรรย์เมื่อปี 2016 และแชมป์เอฟเอ คัพ ปี 2021 ต้องพบกับวันดับในตำนานสโมสร เมื่อกระเด็นตกชั้นไปอยู่ “ลีกวัน” หรือ “ลีกระดับ 3”ของเมืองผู้ดีอย่างเป็นทางการ ในการแข่งขันเมื่อวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา

เลสเตอร์ ลงสนามทำศึกเดอะ แชมเปี้ยนชิพ หรือลีกระดับ 2 ของประเทศ ก่อนจะทำได้แค่เสมอกับ “เสือน้อย” ฮัลล์ ซิตี้ 2-2 ทำให้พวกเขาคะแนนไม่เพียงต่อการอยู่รอดในซีซั่นหน้า แม้จะเหลือเกมอีก 2 นัดก็ตาม ทำให้ต้องตกชั้นไปอยู่ลีกระดับ 3 เป็นครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์ทีม หลังจากเคยตกต่ำแบบนี้มาแล้วเมื่อฤดูกาล 2007-08


สำหรับ เลสเตอร์ ได้มีการเข้าซื้อกิจการจากกลุ่มคิง เพาเวอร์จากประเทศไทยเตรียมเข้าซื้อหุ้น 49 เปอร์เซ็นต์ ช่วงที่อยู่ในเดอะ แชมเปียนชิพ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2010 โดยกลุ่มนี้มี นายวิชัย รักศรีอักษร(นามสกุลในเวลานั้น) ซึ่งเป็นซีอีโอของบริษัท เจรจาตกลงในขั้นสุดท้าย คาดว่าราคาอยู่ระหว่าง 1,200-1,400 ล้านบาท ในตอนแรกมีข่าวว่าจะซื้อหุ้น 49 เปอร์เซนต์ แต่สุดท้ายการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการที่เมืองไทย ที่ห้องอินฟินิตี้ 1 โรงแรม พูลแมน คิง เพาเวอร์ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2010 ระบุว่า ถือหุ้นแบบ 100 เปอร์เซนต์

เลสเตอร์ สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2015-16 เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 2 พฤษภาคม 2016(พ.ศ.2559)

เป็นการครองแชมป์ลีกสูงสุดเป็นครั้งแรก ในประวัติศาสตร์สโมสร 132 ปี โดยก่อนหน้านี้ผลงานดีที่สุดของ "เดอะ ฟ็อกซ์" คือการคว้าตำแหน่งรองแชมป์ในซีซั่น 1928-29 ก่อนที่ นายวิชัย ศรีวัฒนประภา จะเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกบริเวณหน้าสนามคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ที่ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2018 ทำให้ นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา เข้ามาบริหารงานทั้งหมดแทน

จากนั้น เลสเตอร์ ยังเดินหน้าสร้างสถิติอันยอดเยี่ยมมากมาย ทั้งการถล่มเซาแธมป์ตัน 9-0 ที่เซนต์ แมรีส์ เมื่อ 25 ตุลาคม 2019 สร้างชัยชนะนอกบ้านที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลลีกชั้นนำอังกฤษ ก่อนจบฤดูกาลอันดับ 5 จากนั้นในปี 2021 ก็คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ด้วยการชนะ เชลซี 1-0 พร้อมกับจบอันดับ 5 ในพรีเมียร์ลีกเป็นฤดูกาลที่สองติดต่อกัน ตามด้วยเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน เอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ด้วยการดวลจุดโทษ เพื่อคว้าแชมป์คอมมิวนิตี้ ชิลด์สมัยที่สองในประวัติศาสตร์

ในเดือนพฤษภาคม 2022 เลสเตอร์ ซิตี้ เข้าถึงรอบรองชนะเลิศคอนเฟอเรนซ์ลีกฤดูกาลแรก ก่อนแพ้ โรม่า จากอิตาลี จากนั้นหนึ่งปีต่อมา พวกเขาต้องตกชั้นในซีซั่น 2022-23 แต่ใช้เวลาปีเดียวก็กลับมาได้สำเร็จ ด้วยการครองแชมป์เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ซีซั่น 2023-24 แต่ต้องเสีย เอ็นโซ่ มาเรสก้า กุนซือไปให้ เชลซี แล้วก็ต้องตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก ปีที่แล้ว 2024-25

ก่อนที่ซีซั่นนี้ สถานการณ์เริ่มลำบากเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เมื่อถูกหัก 6 คะแนนเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หลังจากตรวจสอบพบว่าสโมสรละเมิดกฎผลกำไรและความยั่งยืน (Profitability and Sustainability Rules - P&S) ของทาง พรีเมียร์ลีก ในช่วงฤดูกาล 2023/24 ก่อนจะตกชั้นในบั้นปลาย

เลสเตอร์ ซิตี้ มีตัวเลขผลประกอบการฝ่าฝืนเกณฑ์ที่กำหนดเป็นจำนวนเงิน 20.8 ล้านปอนด์ ตลอดระยะเวลาตามกฎการประเมิน 3 ปี (ฤดูกาล 2022–2024) อีกทั้งยังไม่ได้ส่งงบการเงินประจำปีตามกรอบเวลาที่กำหนดอีกด้วย และจึงกลายเป็นทีมที่ 5 ที่ต้องเผชิญกับการตกชั้นติดต่อกันสองปีติด ๆ จากพรีเมียร์ลีกไปยังลีกวัน ต่อจาก สวินดอน (1994/95), วูล์ฟส์ (2012/13), ซันเดอร์แลนด์(2017/18), ลูตัน ทาวน์(2024/25) และเลสเตอร์ (2025/26)

หลังจากการตกชั้น อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการบริหารของคิง เพาเวอร์ เจ้าของสโมสรเลสเตอร์ ได้ออกแถลงการณ์ดังต่อไปนี้ว่า เรียนแฟนบอลของเรา : การตกชั้นสู่ลีกวันได้รับการยืนยันแล้ว ในฐานะประธานสโมสร ความรับผิดชอบนั้นตกอยู่ที่ผม ไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ

“เราได้สัมผัสทั้งจุดสูงสุดที่ยิ่งใหญ่และจุดต่ำสุดที่เจ็บปวดในครั้งนี้ และความเจ็บปวดนั้นแบ่งปันกันโดยทุกคน ผมรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งต่อความผิดหวังที่เราได้ก่อให้เกิดขึ้น ผมเข้าใจถึงความรู้สึกอันแรงกล้าของผู้สนับสนุนของเรา และเราไม่เคยถือเบาแต่อย่างใดต่อการสนับสนุนจากคุณ โดยเฉพาะในช่วงเวลาอย่างนี้”

            “จุดมุ่งหมายของเราขณะนี้คือการมองไปข้างหน้า เราจะตัดสินใจที่จำเป็นเพื่อขับเคลื่อนสโมสรให้ก้าวหน้า ร่วมมือกันเพื่อสร้างใหม่ ปรับปรุง และคืนมาตรฐานที่คาดหวังไว้สำหรับเลสเตอร์ ซิตี้ เป้าหมายของเราชัดเจน – เพื่อตอบโต้อย่างแข็งแกร่งและแข่งขันเพื่อขับเคลื่อนสโมสรนี้อีกครั้ง เราจะเผชิญหน้ากับเรื่องนี้โดยตรง เราจะก้าวต่อไปด้วยกัน”

พวกเขาตกชั้นด้วยงบประมาณค่าเหนื่อยที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมาสำหรับสโมสรในแชมเปี้ยนชิพ อีกครั้ง โดยปี 2023 เลสเตอร์ ซิตี้ ตกชั้นพร้อมค่าเหนื่อยสูงที่สุดนอกเหนือทีมท็อป 6 และปีนี้ 2026 เลสเตอร์ ซิตี้ ตกชั้นพร้อมค่าเหนื่อยสูงสุดเท่าที่เคยมีมาระดับแชมเปี้ยนชิพ พร้อมกับสื่อจากอังกฤษ ระบุถึงบัญชีแดงในการขาดทุน 89.7 ล้านปอนด์(2022–23), ขาดทุน 71  ล้านปอนด์(2024-25) และขาดทุน 92.5  ล้านปอนด์(2021-22)

ความกังวลที่ใหญ่ที่สุดของเลสเตอร์ คือ มีการเปิดเผยว่า พวกเขาได้ถอนเงินจากงวดในอนาคตของการชดเชยจากพรีเมียร์ลีก และงวดต่าง ๆ จากการขายผู้เล่นแล้ว ด้วยการขายเงินก้อนเหล่านั้นให้กับธนาคารแมคควอรี โดย Parachute payments ถูกยกมา นั่นก็คือ "เงินช่วยเหลือตอนตกชั้น" หรือ "เงินชดเชยการตกชั้น" ประเด็นนี้มักใช้ในบริบทของฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ หมายถึง เงินรายได้ที่พรีเมียร์ลีกจ่ายให้กับสโมสรที่ตกชั้นลงไปสู่ลีกระดับรอง เป็นเวลาหลายฤดูกาล

สำหรับ เลสเตอร์ มีค่ายืมสุทธิ 85 ล้านปอนด์ในสองฤดูกาลที่ผ่านมา และค่าใช้จ่ายค่าจ้างเกินกว่า 100 ล้านปอนด์ในแชมเปี้ยนชิพครั้งล่าสุดที่พวกเขาอยู่ที่นั่น สิ้นสุดฤดูกาล 2017/18 เลสเตอร์มีกำไรสะสม 25 ล้านปอนด์ ภายในสิ้นสุดฤดูกาล 2024/25 สิ่งนั้นกลายเป็นขาดทุนสะสม 375 ล้านปอนด์

นอกจากนี้ เลสเตอร์ ซิตี้ ได้จารึกชื่อของตัวเองในบันทึกสถิติเชิงลบของฟุตบอลอังกฤษ สโมสรนี้ตอนนี้ครอบครองทีมชุดที่แพงที่สุดที่เคยตกชั้นใน สอง ลีก พรีเมียร์ลีก (22/23): ตกชั้นด้วยทีมชุดมูลค่า 444 ล้านปอนด์ และแชมเปียนชิพ (25/26): ตกชั้นสู่ลีกวันด้วยกลุ่มนักเตะมูลค่ากว่า 140 ล้านปอนด์

นับตั้งแต่ฤดูกาลหน้า สโมสรในลีกวัน หรือระดับ 3 จะถูกจำกัดการใช้จ่าย 60% ของรายได้พิเศษจากฟุตบอล อาทิ เงินรางวัล รายได้จากแชมป์ หรือค่าตัวที่ได้รับจากการโอนย้ายอีกด้วย

บีแหลมสิงห์ 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top