การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 เพลย์ออฟ เดินทางมาถึงเกมสำคัญ โดยจะชิงชนะเลิศ ในคืนวันอังคารไปจนถึงเช้าวันพุธนี้ จะทำให้ “เวิลด์คัพ ครั้งที่ 23” จะได้ทีมเข้าแข่งขันครบทั้ง 48 ประเทศ เพื่อลงเตะบนดินแดนคอนคาเคฟ กลางปีนี้ แบ่งเป็นยุโรปที่จะเตะ 01.45 น.ทุกคู่ และอินเตอร์ คอนเฟเดเรชั่น เพลย์ออฟส์จะเตะตรงกับบ้านเราเช้าตรู่วันพุธ ที่สนามกลางอย่าง เม็กซิโก ซึ่งปรีวิวทั้ง 6 เกมสำคัญมีดังนี้
๐ บอสเนียฯ VS อิตาลี (เพลย์ออฟ ยุโรป พาร์ท เอ )
อิตาลี แชมป์โลก 4 สมัย จะยกพลออกไปเยือน บอสเนียและเฮอร์เซโกวีน่า ที่สตาดิโอน บิลิโน่ โปลเย่, เซนิก้ ใน บอสเนียฯ
เจ้าถิ่น บอสเนียฯ หักปากกาเซียนด้วยการบุกไปไล่ตามตีเสมอ “มังกรแดง” เวลส์ 1-1 ก่อนจะดวลจุดโทษคว้าชัยมาได้ 4-2 เคยลุยฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมาแล้วในปี 2014 ที่ประเทศบราซิล คุมทัพโดย เซอร์เกย์ บาร์บาเรซ อดีตหัวหอกเตัวดัง ถือว่าพร้อมเต็มสูบมาในระบบ 4-4-2 เซอัด โคลาซินัค เป็นผู้นำในแนวรับ ส่วนแนวรุก เคริม อลายเบโกวิช ดาวรุ่งอนาคตไกลวัย 18 ปี ที่เพิ่งเซ็นสัญญาล่วงหน้าไปอยู่กับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น จะเป็นตัวทีเด็ดทำเกมรุกสนับสนุนคู่หัวหอกวัยเก๋าอย่าง เอดิน เชโก้ และเออร์เมดิน เดมิโรวิช
ทีมเยือน “อัซซูรี่” แชมป์ฟุตบอลโลก 4 สมัย ในปี 1934, 1938, 1982 และ2006 แต่ 2 หนหลังสุดไม่ผ่านรอบคัดเลือก เปิดบ้านเอาชนะ ไอร์แลนด์เหนือ 2-0 ทีมของ เจนนาโร่ กัตตูโซ่ ไม่มีรายงานผู้เล่นบาดเจ็บหรือติดโทษแบน มีความเป็นไปได้ว่าจะยึดชุดเดิม แต่อาจจะเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในแดนหน้า ฟรานเชสโก้ ปิโอ เอสโปซิโต้ ที่ทำผลงานได้ดีอาจจะได้สตาร์ทก่อน มาเตโอ เรเตกี จับคู่กับ มอยเซ่ คีน ในแดนหน้า ที่เหลือนำโดย มัตเตโอ โปลิตาโน่, นิโกโล่ บาเรลล่า, มานูเอล โลคาเตลลี่, ซานโคร โตนาลี่ และเฟเดริโก้ ดิมาร์โก
สถิติการพบกันของทั้งสองทีม 6 ครั้งในทุกรายการ อิตาลี แพ้ครั้งเดียว ซึ่งเป็นหนแรกที่ทั้งสองทีมเจอกันเมื่อปี 1996 เป็นเกมอุ่นเครื่อง หลังจากนั้น เก็บกินได้หมด ชนะ 4 และเสมอ 1
สกอร์ที่คาด: บอสเนียฯ 1-2 อิตาลี
๐ สวีเดน VS โปแลนด์ (เพลย์ออฟ ยุโรป พาร์ท บี)
เกมที่สตรอว์เบอร์รี อารีน่า เมืองโซลน่า “ไวกิ้ง” สวีเดน จะเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือน “อินทรีขาว” โปแลนด์ โดยเจ้าถิ่นหลังได้ แกรห์ม พ็อตเตอร์ เข้ามาคุมทีม ดูดีขึ้น รอบที่แล้วบุกไปถล่ม ยูเครน 3-1 จากแฮตทริกฮีโร่ของ วิคตอร์ เยอเคเรส ผ่านการเล่นรอบสุดท้ายของฟุตบอลโลกมา 13 สมัย ดีที่สุดคือการคว้าอันดับ 3 ในปี 1994 ที่สหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าภาพ เกมนี้ไม่มี อิซัค เฮียน แนวรับจากอตาลันต้า ที่บาดเจ็บจนถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามในเกมที่แล้ว ทำให้ คาร์ล สตาร์เฟลท์ จากเซลต้า บีโก้ จะเสียบแทน ตำแหน่งวิงซ้ายต้องลุ้นว่าจะใช้ กาเบรียล กุดมุนด์สสัน หรือดาเนี่ยล สเวนส์สัน ที่เหลือน่าจะเป็นชุดเดิม มาในระบบ 3-4-2-1
ฟากทีมเยือน โปแลนด์ ได้สองประตูจากสองผู้เล่นตัวเก๋าอย่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ และปีโอเตอร์ ซีลินสกี้ พลิกแซงเอาชนะ แอลเบเนีย 2-1 เคยเล่นรอบสุดท้ายของเวิล์ด คัพ มา 9 สมัย จบอันดับ 3 ได้ 2 ครั้ง ในปี 1974 และ1982 ชุดนี้คุมทัพโดย แยน อูร์บัน สภาพทีมต้องลุ้นว่าตัวริมเส้นอย่าง ยาคุบ คามีนสกี้ จะฟิตทันหรือไม่ แต่ นิโกล่า ซาเยฟสกี้ พ้นโทษแบนกลับมาพอดี คาดว่าน่าจะออกสตาร์ทตัวจริงทันที มาในระบบ 3-4-2-1 เหมือนกัน สถิติการพบกัน 28 ครั้งในทุกรายการ สวีเดน ทำได้ดีกว่า ชนะ 15 เสมอ 4 และโปแลนด์ ชนะ 9
สกอร์ที่คาด: สวีเดน 2-1 โปแลนด์
๐ โคโซโว VS ตุรกี (เพลย์ออฟ ยุโรป พาร์ท ซี)
เกมที่ฟาดีล โวคีร์ สเตเดี้ยม ในพริสติน่ ทีมชาติโคโซโว จะเปิดบ้านรับการมาเยือน “ไก่งวง” ตุรกี เจ้าถิ่นเป็นสมาชิกของฟีฟ่าเมื่อปี 2016 พัฒนาวงการลูกหนังอย่างรวดเร็ว ลุ้นเข้ารอบสุดท้ายของทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์เป็นหนแรก เกมที่แล้วบุกไปเฉือน สโลวะเกีย ถึงถิ่นแบบสุดมันส์ 4-3 ทีมนี้คุมทัพโดย มาร์โก โฟด้า เทรนเนอร์ชาวเยอรมนี วัย 59 ปี สภาพทีมสมบูรณ์มีโอกาสที่จะเน้นแท็กติกเดิมมาในระบบ 5-3-2 เกมรุกฝากความหวังไว้ที่ดาวรุ่งพุ่งแรงอย่าง ฟิสนิค อัลลานี่ และกัปตันทีม เวดัต มูริกี้
ฝั่ง “ไอ้เครื่องร่อน” วินเซนโซ่ มอนเตลล่า อดีตหัวหอกทีมชาติอิตาลี คุมทีมเยือนมาหลังจากเปิดบ้านทำศึกวัลลาเคีย ด้วยการบดเอาชนะ “ผีดิบ” โรมาเนีย 1-0 ลุ้นไปบอลโลกรอบ 24 ปี เกมนี้ต้องลุ้นว่ามิดฟิลด์กัปตันทีมอย่าง ฮาคาน ชัลฮาโนกลู จะพร้อมลงเล่นหรือไม่ หลังมีอาการบาดเจ็บจนถูกเปลี่ยนตัวในช่วงท้ายเกม ทีมเล่นระบบ 4-2-3-1 ชัลฮานโนกลู จะคุมแดนกลางร่วมกับ อิสมาอิล ยุคเซ็ค ปล่อยให้ บาริส ยิลมาซ, อาร์ด้า กือแลร์ และเคนาน ยิลดิซ ประสานงานเกมรุกสนับสนุน เคเร็ม อั๊คเตอร์โคกลู ที่ถูกดันไปเล่นหน้าเป้า โดยสถิติการพบกันของทั้งสองทีม 3 ครั้งในทุกรายการ ตุรกี เก็บเรียบเอาชนะได้หมด
สกอร์ที่คาด: โคโซโว 1-2 ตุรกี
๐ สาธารณรัฐเช็ก VS เดนมาร์ก (เพลย์ออฟ ยุโร พาร์ท ดี)
“เช็ก พาวเวอร์” สาธารณรัฐเช็ก จะเปิดบ้านสตาดิโอน เล็ตน่า รับการมาเยือน “โคนม” เดนมาร์ก โดยเจ้าถิ่นลุยรอบสุดท้ายของฟุตบอลโลกมาแล้ว 9 สมัย เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ 2 หนในปี 1934 และ1962 แต่ต้องอกหักทั้งสองครั้งพ่ายให้ อิตาลี และบราซิล ในสมัยที่ยังไม่แยกประเทศใช้ชื่อ เชโกสโลวะเกีย หลังแยกออกมาเล่นรอบสุดท้ายแค่หนเดียวในปี 2006 เกมนี้ทีมของ มิโลสลาฟ คูเบ็ค ไม่มี วาคลาฟ แชร์นี่ ปีกตัวเก่งที่บาดเจ็บ นอกนั้นไม่น่ามีการเปลี่ยนแปลงอะไร ยึดระบบ 3-4-3 นำโดยตัวเก๋าอย่าง วลาดิเมียร์ คูฟาล และโทมัส ซูเซ็ค ส่วนแนวรุกฝากความหวังไว้ที่ พาเวล ซูลซ์ และพาทริค ชิค
ฟากผู้มาทีมเยือนของ ไบรอัน รีเมอร์ ผ่านเข้ารอบมาแบบไม่ยากเย็นด้วยการถล่ม นอร์ธ มาซิโดเนีย ขาดลอย 4-0 ทีมเวลานี้ไม่มี แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล, อันเดรียส คริสเตนเซ่น, ราสมุส คริสเตนเซ่น, แพทริค ดอร์กู และ ยานนิค เวสเตอร์การ์ด ที่บาดเจ็บ แต่ยังทำผลงานได้ดี เล่นในระบบ 4-2-3-1 มอร์เทน ยูลมันด์ คุมแดนกลางร่วมกับ ปีแอร์-เอมิล ฮอยเบียร์ค โดยมี กุสตาฟ อิซัคเซ่น ทำเกมรุกประสานงานกับ วิคเตอร์ โฟรโฮลด์ท และมิคเคล ดามสการ์ด พร้อมมี ราสมุส ฮอยลุนด์ ยืนหน้าเป้า
สถิติการพบกันของทั้งสองทีม 12 ครั้งในทุกรายการ ถือว่าสูสี ผลัดกันชนะไปฝั่งละ 3 และเสมอ 6
สกอร์ที่คาด: สาธารณรัฐเช็ก 1-2 เดนมาร์ก
๐ จาเมก้า vs ดีอาร์ คองโก(เพลย์ออฟ อินเตอร์คอนฯ กลุ่ม 1)
ในการเตะนัดชิงชนะเลิศ 2 คู่ เตะที่ประเทศเม็กซิโก เริ่มจาก กลุ่ม 1 “เร็กเก้บอยส์” ทีมชาติจาเมก้า จากคอนคาคาเคฟ พบกับ “เลียวพาร์ด” ทีมชาติสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก หรือ ดีอาร์ คองโก จากแอฟริกา ในช่วงเช้ามืดวันพุธที่จะถึงนี้ เวลาตี 4 ที่เอสตาดิโอ อัคร่อน เมืองซาโปปัน รัฐฮาลิสโก ตั้งอยู่ในพื้นที่ปริมณฑลของกัวดาลาฮารา
“เร็กเก้บอยส์” ผ่านเข้ารอบบอลโลกครั้งแรกและครั้งเดียวเมื่อปี 1998 ต้องใช้ รูดอล์ฟ สเปด คุมทัพชั่วคราว หลังจากทีมเด้ง สตีฟ แม็คลาเรน อดีตกุนซือทีมชาติอังกฤษ ออกไปจากทีมเพราะชวดตั๋วบอลโลกในรอบแบ่งกลุ่ม
ทีมมีนักเตะค้าแข้งในเกาะอังกฤษ เป็นหลักถูกเรียกมาติดทีมนี้ถึง 15 คน ในแนวรับทั้ง เอธาน พินน็อก จากเบรนท์ฟอร์ด, ริชาร์ด คิง จากเซนต์ เมียร์เรน และโจเอล ลาติบอเดียร์ จากโคเวนทรี โดยมี ไบลี่ย์ คาดามาร์เตรี่ ลูกชายของ แดนนี่ คาดามาร์เตรี่ อดีตแข้งดังพรีเมียร์ลีก ซึ่งยิงประตูชัยจากรอบรองเป็นความหวังในแนวรุก
“เลียวพาร์ด” ทีมชาติดีอาร์ คองโก จากแอฟริกา ลุ้นไปบอลโลกสมัย 2 หลังจากเคยไปมาเมื่อปี 1974 ในยุคชื่อประเทศซาอีร์ ซึ่งมี เซลาสเตียน เดซาเบร ชาวฝรั่งเศสเป็นกุนซือ นำทีมมาโดย 2 แนวรับอดีตแข้งผีแดงทั้ง อัคเซล ตวนเซเบ้ จากเบิร์นลี่ย์ กับ แอร่อน วาน-บิสซาก้า จากเวสต์แฮม ปักหลักแนวรับ โดยมี โนอาห์ ซาดิกี้ ห้องเครื่องดาวรุ่งจาก ซันเดอร์แลดน์ เดินเกมกับ เมสชัค เอเลีย จากอลันยาสปอร์ ในตุรกี และแนวรุกมี โยอัน วิสซ่า จากนิวคาสเซิ่ล กับ เซดริก บาคัมบู จอมเก๋าวัย 34 ปีจาก เรอัล เบติส ล่าตาข่าย
สกอร์ที่คาด : จาเมก้า 1-2 ดีอาร์ คองโก
๐ โบลีเวีย vs อิรัก(เพลย์ออฟ อินเตอร์คอนฯ กลุ่ม 2)
นัดชิง กลุ่ม 2 ทีมชาติโบลีเวีย จากอเมริกาใต้ พบกับ “สิงโตแห่งเมโสโปเตเมีย” ทีมชาติอิรัก จากเอเชีย โดยจะเตะกันในเช้าวันพุธนี้ เวลา 10.00 น.ที่เอสตาดิโอ บีบีวีเอ เมืองกัวดาลูเป รัฐนวยโบเลออน
โบลีเวีย ลุ้นไปบอลโลก สมัยที่ 4 และเป็นหนแรกตั้งแต่ปี 1994 ภายใต้การคุมทัพของ ออสการ์ วิเลกาส วัย 55 ปี ฝากความหวังไว้ที่ มิเกล เตอร์เซรอส จอมทัพดาวรุ่ง วัย 21 ปี ที่ซัดไปถึง 7 ประตูในรอบคัดเลือกโซนละติน ซึ่งเป็นผู้ยิงประตูชัยจากจุดโทษในรอบตัดเชือก ทำเกมกับ รามิโร่ วาก้า ที่เล่นอยู่ในโมร็อกโก กับ วีดัด คาซาบลังก้า ส่วนแนวรับ หลุยส์ ฮาควิน ที่เล่นอยู่ในลีกซาอุฯ กับ อัล-ไต และโรแบร์โต้ เฟอร์นานเดซ จากอัคร่อน ในรัสเซีย เป็นกุญแจสำคัญ ส่วนกองหน้าตัวเป้าคือ เอ็นโซ่น มอนเตยโร่ จากชุนบุค ในเกาหลีใต้
ฟากฝั่ง อิรัก ที่ต้องเดินทางหนีแผ่นดินสงคราม เข้าสู่การแข่งขัน ซึ่งทีมของ เกรแฮม อาร์โนลด์ ลุ้นไปบอลโลกสมัยที่ 2 หลังจากเคยไปตั้งแต่ปี 1986 ทีมมี อายเมน ฮุสเซน ทำไป 3 ประตูใน 2 นัดล่าสุดในการเล่นทีมชาติ เป็นตัวความหวัง คาดว่า จะจับคู่กับ โมฮานาด อาลี วัย 25 ปี ในแดนหน้า โดย อาลี ทำประตูได้ใน 3 จาก 5 เกมล่าสุดที่ลงเล่นในระดับนานาชาติ แต่กัปตันทีม จาลาล ฮัสซัน มีอาการบาดเจ็บอดลงสนาม ทำให้ชวดโอกาสติดธงนัดที่ 100
สกอร์ที่คาด : โบลีเวีย 1-2 อิรัก
บี แหลมสิงห์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี