วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569
การแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่ 23 ประจำปี 2026 ได้ฤกษ์เปิดฉากขึ้นในคืนวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน ต่อเช้าวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายนนี้ ที่สนามกีฬาบานอร์เต หรือ สนามแห่งตำนาน “เอสตาดิโอ อัซเตก้า” กรุงเม็กซิโก ซิตี้ ประเทศเม็กซิโก โดยการแข่งขันครั้งนี้จะมีความพิเศษ เนื่องจากจะมีพิธีเปิด 3 ครั้ง เนื่องจากมีเจ้าภาพ 3 ชาติ ประกอบด้วย เม็กซิโก, แคนาดา และสหรัฐอเมริกา

โดยการลงสนามแข่งขันคู่แรก เริ่มเวลา 02.00 o.กลุ่มเอ เป็นรีแมตช์นัดประเดิมสนามจากปี 2010 เจ้าภาพร่วม “จังโก้” เม็กซิโก จะดวลกับ “บาฟาน่า บาฟาน่า” แอฟริกาโต้ โดยสนามแห่งนี้คือสังเวียนแรกที่ใช้ในเกมเปิดสนามเวิลด์ คัพ ถึง 3 สมัย (1970,1986 และ2026) โดยมี วิลตัน ซัมปาโย่ วัย 44 ปี จากบราซิล เป็นผู้ตัดสินชี้ขาดในสนาม
เม็กซิโก ชุดนี้คุมทัพมาโดย ฆาเบียร์ อากีร์เร่ วัย 67 ปี ผ่านการคุมชาติบ้านเกิดลุยฟุตบอลโลกมาแล้ว 2 สมัย ในปี 2002 และ2010 มีการยืนยันอย่างเป็นทางการหลังจบทัวร์นาเมนต์นี้จะวางมือให้ผู้ช่วยอย่าง ราฟาเอล มาร์เกซ ขึ้นมาทำงานแทน ผลงานอุ่นเครื่องเตรียมทีมทำได้ดีไม่แพ้ใครมา 8 เกมติด ชนะ 6 และเสมอ 2 ขุมกำลังชุดนี้ 13 จาก 26 ค้าแข้งในบ้านเกิด ที่เหลือไปเล่นในต่างแดน กิเยร์โม่ โอชัว ผู้รักษาประตูจอมเก๋าวัย 40 ปี มีชื่อลุยฟุตบอลโลกเป็นสมัยที่ 6 แต่มาฐานะสำรอง
ตามรายงานไม่มีปัญหานักเตะบาดเจ็บมาในระบบ 4-1-2-3 เซซาร์ มอนเตส และโยฮัน วาซเกซ จะเป็นคู่เซนเตอร์ โดยมี เอริค ลิร่า คอยสกรีนหน้าแผงแนวรับ โดยมี อัลบาโร่ ฟิดัลโก้ และไบรอัน กูเตียร์เรซ เล่นเป็นบ็อกซ์ ทู บ็อกซ์ ขนาบข้างสองฝั่ง ส่วนสามแนวรุกใช้ความเร็วของปีกสองฝั่งอย่าง โรแบร์โต้ อัลบาราโด้ และฮูเลี่ยน กีโญเนส กระชากลากเลื้อยป้อนบอลให้กับหน้าเป้าอย่าง ราอูล ฮิเมเนซ

ทางฝั่ง แอฟริกาใต้ ผ่านเข้ามาเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 4 หนล่าสุดคือปี 2010 ที่เป็นเจ้าภาพ หรือ 16 ปีที่แล้ว ไม่เคยผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ จอดป้ายที่รอบแรกมาตลอด ชุดนี้คุมทีมโดย ฮูโก้ บรอส เทรนเนอร์ชาวเบลเยียมวัย 74 ปี ขุมกำลังปัจจุบันส่วนใหญ่ค้าแข้งอยู่ในประเทศของตัวเอง มาจากสองสโมสรดังอย่าง ออร์แลนโด้ ไพเรตส์ และมาเมโลดี้ ซันดาวน์ส โดยมีนักเตะที่ค้าแข้งอยู่ในยุโรปเพียง 5 รายเท่านั้น
ก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์มีปัญหาในเรื่องการจัดการเอกสารที่ผิดพลาด จนเกือบทำให้ผู้ช่วยโค้ชและหัวหน้ารักษาความปลอดภัยของทีมอดเข้าประเทศ แต่ทุกอย่างได้รับการแก้ไขแล้ว ซึ่งผลงานในการอุ่นเครื่องไม่ดี 5 เกมหลังสุดไม่ชนะใครเสมอ 3 แพ้ 2 นัดล่าสุดเจ๊ากับ “ขุนพลเร็กเก้” จาไมก้า 1-1 สภาพทีมไม่มีปัญหานักเตะบาดเจ็บเช่นกัน มาในระบบ 4-2-3-1 วาง เจย์เดน อดัมส์ จับคู่กับ เตโบโฮ โมโคเอน่า ยืนเป็นมิดฟิลด์ตัวรับ ปล่อยให้ ออสวิน อัปโปลลิส ประสานงานกับ เทมบ้า ซวาเน่ และเรเลโบฮิเล่ โมโฟเค็ง ในเกมรุก โดยมี ไลส์ ฟอสเตอร์ จากเบิร์นลีย์ เป็นตัวจบสกอร์
สถิติการพบกันของทั้งสองทีม 4 ครั้งในทุกรายการ เม็กซิโก ชนะ 2 เสมอ 1 และแอฟริกาใต้ ชนะ 1 เจอกันในฟุตบอลโลกหนเดียวในเกมนัดเปิดสนามเมื่อปี 2010 ที่แอฟริกาใต้ เป็นเจ้าภาพเสมอกันไป 1-1 ซิปิเว่ ชาบาลาล่า เป็นผู้ทำประตูเบิกร่องให้กับทัพเจ้าภาพ ก่อนที่ ราฟาเอล มาร์เกซ จะมายิงประตูตีเสมอให้กับทีมเยือน
อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจกุนซือของทั้งสองฝั่งเคยดวลกันมาแล้วในฟุตบอลโลก 1986 ที่เม็กซิโกเป็นเจ้าภาพ ในเกมแรกของกลุ่มบี ฆาเบียร์ อากีร์เร่ ลงเล่นเป็นตัวจริงในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุก ส่วนฮูโก้ บรอส ก็ลงตัวจริงเป็นกองหลังให้กับเบลเยียม ปรากฏว่า เม็กซิโก เอาชนะไปได้ 2-1 จากการทำประตูของ เฟร์นานโด กีราร์เต้ และฮูโก้ ซานเชซ ส่วนเบลเยียมได้คืน 1 ลูกจาก เออร์วิน ฟานเดนเบิร์ก
ฟันธง : เม็กซิโก ชนะ 2-1
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี