วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569
การแข่งขันฟุตบอลโลก ครั้งที่ 23 ในวันที่สองของการแข่งขัน ตรงกับเวลาประเทศไทย คืนวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายนต่อเช้าวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายนนี้ นัดแรกของกลุ่มดี ลงเล่นในเวลา 08.00น. เช้าวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน ตามเวลาในประเทศไทย อีกหนึ่งทีมเจ้าภาพร่วม “พญาอินทรี” สหรัฐอเมริกา จะเปิดโซไฟ สเตเดี้ยม ในอิงเกลวู้ด รัฐแคลิฟอร์เนีย ดวลกับ ปารากวัย จากอเมริกาใต้ แดนนี่ มัคเคลี่ วัย 43 ปี จากเนเธอร์แลนด์ เป็นผู้ตัดสิน
สหรัฐอเมริกา เข้าร่วมฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นหนที่ 12 ผลงานที่ดีที่สุดคือการคว้าอันดับ 3 ร่วมกับ ยูโกสลาเวีย ในฟุตบอลโลกครั้งแรก 1930 ที่ประเทศอุรุกวัย แต่ถ้ายุคหลังเคย เข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ ก่อนจะพ่ายให้กับ “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี เมื่อปี 2002 ในฟุตบอลโลกฉบับเอเชียที่ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพร่วม ชุดนี้คุมทัพโดย เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ อดีตปราการหลังของทีมชาติอาร์เจนติน่า ที่ผ่านการคุมหลายสโมสร อาทิ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์, ปารีส แซงต์ แชร์กแมง และเชลซี เข้ามารับงานเมื่อเดือนกันยายนปี 2024
ขุมกำลังในชุดนี้ 17 จาก 26 ราย ค้าแข้งอยู่ในยุโรป ซึ่งล้วนแต่อยู่ใน 5 ลีกใหญ่ ลงอุ่นเครื่องไป 2 เกมก่อนเข้าทัวร์นาเมนต์ ชนะ เซเนกัล 3-2 และพ่ายให้กับ เยอรมนี 1-2 สภาพทีมต้องลุ้นทดสอบความฟิตของ คริส ริชาร์ดส์ แนวรับจากคริสตัล พาเลซ ที่บาดเจ็บไม่ได้ลงเล่นเกมอุ่นเครื่องเลย นอกนั้นไม่น่ามีปัญหาอะไร มีการทดสอบหลายระบบการเล่นที่แตกต่างออกไปในช่วงหลายเกมที่ผ่านมา นัดนี้อาจจะเน้นเกมรุกใช้ระบบ 3-4-2-1 ไทเลอร์ อดัมส์ คุมแดนกลางร่วมกับ เวสตัน แม็คเคนนี่ โดยมี เซร์กิโน่ เดสต์ และแอนโทนี่ โรบินสัน ขึ้นเกมริมเส้น สามแนวรุกวาง มาลิค ทิลแมน ประสานงานกับ คริสเตียน พูลิซิช และโฟลาริน บาโลกัน
ฟากของ ปารากวัย เข้ารอบมาด้วยการคว้าอันดับ 6 ของทวีปอเมริกาใต้ ผ่านเข้ามาเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 9 ผลงานที่ดีที่สุดคือการเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศในปี 2010 ที่ประเทศแอฟริกาใต้เป็นเจ้าภาพ หลังจากนั้นก็หายยาวไป 16 ปี กลับมาอีกครั้งในปีนี้ คุมทีมโดย กุสตาโว่ อัลฟาโร่ เทรนเนอร์ชาวอาร์เจนไตน์ 63 ปี แกนหลักมีทั้งค้าแข้งในยุโรป และลีกใหญ่ในอเมริกาใต้อย่าง อาร์เจนติน่า และบราซิล
อย่างไรก็ตามมีเรื่องให้ต้องปวดหัว เมื่อ ฮูลิโอ เอ็นซิโซ่ แนวรุกคนสำคัญได้รับอาการบาดเจ็บจากเกมอุ่นเครื่องที่ถล่ม นิการากัว 4-0 ส่งผลให้เขาจะพลาดลงเล่นเกมนี้ ลุ้นกลับมาอีกทีนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม ส่วน ดาเมียน โบบาดิย่า มิดฟิลด์จากเซา เปาโล ที่มีปัญหาบริเวณเข่ากลับมาซ้อมได้เต็มรูปแบบ พร้อมเป็นตัวเลือก นอกนั้นอยู่กันครบ มาในระบบ 4-2-3-1 กัปตันทีม กุสตาโว่ โกเมซ และโอมาร์ อัลเดเรเต้ จากซันเดอร์แลนด์ เป็นกำแพงเหล็กในแนวรับ ตรงกลาง โบบาดิย่า จะจับคู่กับ อันเดรส คูบาส ปล่อยให้ มิเกล อัลมิรอน ประสานงานเกมรุกกับ ดีเอโก้ โกเมซ และราม่อน โซซ่า โดยมี อันโตนิโอ ซานาเบรีย เป็นหน้าเป้า
สถิติการพบกันของทั้งสองทีม 9 ครั้งในทุกรายการ สหรัฐอเมริกา เหนือกว่าชนะ 5 เสมอ 2 และปารากวัย ชนะ 2
เจอกันในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายหนเดียว ซึ่งเกิดขึ้นในครั้งแรกเมื่อ 96 ปีที่แล้ว 1930 ในรอบแบ่งกลุ่ม สหรัฐอเมริกา ถล่ม 3-0 เบิร์ต พาเทโนด หัวหอกของพญาอินทรี ถูกบันทึกว่าเป็นนักเตะคนแรกที่ทำแฮตทริกในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย
11 ผู้เล่นตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนามในเกมนี้
สหรัฐอเมริกา (3-4-2-1): แมตต์ เทิร์นเนอร์, อเล็กซ์ ฟรีแมน, ทิม รีม, คริส ริชาร์ดส์, เซร์กีโน่ เดสต์, ไทเลอร์ อดัมส์, เวสตัน แม็คเคนนี่, แอนโทนี่ โรบินสัน, มาลิค ทีลแมน, คริสเตียน พูลิซิช และโฟลาริน บาโลกัน
ปารากวัย (4-2-3-1): กาติโต้ เฟร์นานเดซ, ฮวน กาเซเรส, กุสตาโว่ โกเมซ, โอมาร์ อัลเดเรเต้, จูเนียร์ อลองโซ่, ดาเมียน โบบาดิย่า, อันเดรส คูบาส, มิเกล อัลมิรอน, ดีเอโก้ โกเมซ, ราม่อน โซซ่า และอันโตนิโอ ซานาเบรีย
สกอร์ที่คาด: สหรัฐอเมริกา 2-1 ปารากวัย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี