542.jpg
นาทีนี้ต้องยกให้เขา นายทวารวัยเก๋า โวซินญา ฝันร้ายของกระทิงดุ

นาทีนี้ต้องยกให้เขา นายทวารวัยเก๋า โวซินญา ฝันร้ายของกระทิงดุ

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.27 น.

ค่ำคืนที่แฟนบอลทั่วโลกคาดหวังจะได้เห็นโชว์ฟอร์มโหดจากทัพ กระทิงดุ สเปน ดีกรีแชมป์ยูโรสมัยล่าสุดและเต็งหนึ่งของรายการ กลับกลายเป็นค่ำคืนที่น่าจดจำด้วยเหตุการณ์ช็อกโลก เมื่อสิ้นเสียงนกหวีดยาวที่สนามเมอร์เซเดส-เบนซ์ สเตเดี้ยม เมื่อวันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน 2026 เวลา 23.00 น. ผลการแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม H กลับจบลงด้วยการเสมอกันแบบไร้สกอร์ 0-0 ทำเอาเหล่าบรรดาเซียนบอลที่เคยฟันธงว่าสเปนจะถล่มประตูขาดลอยต้องหน้าหงายไปตาม ๆ กัน

และนี่กลายเป็นการแจ้งเกิดฮีโร่ตัวจริงที่กลายเป็นฝันร้ายของยอดทีมจากยุโรปคือ โวซินญา นายทวารวัยเก๋าวัย 40 ปี ที่สวมวิญญาณซูเปอร์เซฟปฏิเสธทุกจังหวะเข้าทำของสเปนอย่างเหนียวหนึบ วีรกรรมในแมตช์นี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ทีมชาติกาบูเวร์ดี หรือ เคปเวิร์ด ซึ่งเป็นทีมม้ามืดจากหมู่เกาะแอฟริกาตะวันตกที่เพิ่งได้สัมผัสฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์คว้าหนึ่งแต้มอันล้ำค่ามาครองได้สำเร็จ แต่ยังส่งผลให้กระแสความนิยมในตัวเขาบนโลกโซเชียลพุ่งทะยานอย่างบ้าคลั่ง โดยยอดผู้ติดตามบนอินสตาแกรมส่วนตัวของโวซินญาขยับจาก 50,000 คน เพิ่มขึ้นเป็น 5.7 ล้านคนภายในระยะเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง สะท้อนถึงความชื่นชมที่แฟนบอลทั่วโลกมีให้กับความมุ่งมั่นของนายทวารรายนี้ที่รับใช้ทีมชาติมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 2012


โวซินญา

เบื้องหลังความสำเร็จที่ไม่มีคำว่า บังเอิญ ของชายวัย 40 ปีผู้นี้ มีจุดเริ่มต้นมาจากชีวิตที่มุ่งมั่นในเมืองมินเดโล เกาะเซาวิเซนตี ซึ่งเขาเกิดเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 1986 โวซินญาเริ่มสร้างชื่อในฐานะผู้รักษาประตูจอมหนึบกับทีมท้องถิ่นอย่าง บาตูเก ในช่วงปี 2007-2011 ก่อนจะขยับขยายไปสู่ ซีเอส มินเดเลนเซ สโมสรบ้านเกิดอีกแห่งหนึ่ง ช่วงเวลานี้เองที่เป็นการบ่มเพาะฝีไม้ลายมือให้แกร่งพอที่จะออกไปผจญภัยในระดับอาชีพนอกประเทศ

และความพยายามของเขาเริ่มเห็นผลเมื่อตัดสินใจไปหาประสบการณ์ใหม่ในแองโกลากับ โปรเกรสโซ อัสโซซิอาเซา โด ซัมบิซังกา ช่วงระหว่างปี 2012-2015 ถือเป็นการเปิดโลกทัศน์และเตรียมความพร้อมสู่ลีกยุโรป โดยสถานีถัดไปคือประเทศมอลโดวากับ ซิมบรู คีชีเนา ก่อนจะขยับเข้าสู่ลีกโปรตุเกสกับ กิล วิเซนเต ในปี 2016 โดยจุดพีคในระดับสโมสรเกิดขึ้นที่ไซปรัสกับ เออีแอล ลิมาสซอล ซึ่งเขาอยู่ยาวนานถึง 5 ปี พร้อมความสำเร็จในการคว้าแชมป์ไซปรัส คัพ ฤดูกาล 2018-19 ก่อนจะย้ายไปหาความท้าทายใหม่ที่สโลวาเกีย และกลับมาประจำการเฝ้าเสาหมายเลข 1 ให้กับ จีดี ชาเวส ในโปรตุเกสจนถึงปัจจุบัน

โวซินญา

ในระดับทีมชาติ โวซินญาคือเสาหลักที่ไม่เคยสั่นคลอน เขาสร้างประวัติศาสตร์ประเดิมสนามในศึกเพลย์ออฟคัดเลือกแอฟริกัน คัพ ออฟ เนชันส์ ปี 2012 พร้อมเป็นกุญแจสำคัญที่พาทีมผ่านไปสู่รอบสุดท้ายได้เป็นครั้งแรก และในศึกปี 2013 ที่แอฟริกาใต้ เขาก็เป็นขุนพลชุดประวัติศาสตร์ที่พาทีมทะลุเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ ตลอด 14 ปีบนเส้นทางทีมชาติ เขาลงสนามรับใช้ชาติไปแล้วถึง 89 นัด ครองตำแหน่งนักเตะที่ลงเล่นให้ทีมชาติมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ตลอดกาล กลายเป็นตำนานที่ยังมีลมหายใจและพร้อมจะยืนหยัดเฝ้าเสาให้กับบ้านเกิดอย่างสง่างาม

การที่กาบูเวร์ดีซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากรเพียง 500,000 กว่าคน สามารถยันเสมอทีมระดับโลกได้อย่างแข็งแกร่ง ทั้งที่ก่อนเริ่มเกมพวกเขาถูกมองเป็นเพียงทีมรองบ่อนที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะต้านทานเกมบุกอันหนักหน่วงไว้ได้ จึงนับเป็นปาฏิหาริย์ที่หักปากกาเซียนทุกสำนักอย่างแท้จริง หากจะให้ทำความรู้จักกับพวกเขามากกว่าแค่ทีมโนเนม กาบูเวร์ดีคือประเทศหมู่เกาะภูเขาไฟ 10 เกาะกลางมหาสมุทรแอตแลนติก ด้วยรากฐานทางวัฒนธรรมที่ผสมผสานอย่างเป็นเอกลักษณ์แบบครีโอลทั้งโปรตุเกสและแอฟริกัน จนได้รับฉายาว่า แคริบเบียนแห่งแอฟริกา

โวซินญา

ซึ่งเส้นทางของ ฉลามสีน้ำเงิน สู่เวทีโลกไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากพิมพ์เขียวที่วางไว้อย่างแยบยล สมาคมฟุตบอลกาบูเวร์ดีใช้กลยุทธ์แมวมองระดับโลก ออกตามล่าลูกหลานสายเลือดกาบูเวร์ดีที่กระจายตัวอยู่ทั่วโลกโดยเฉพาะในยุโรป ให้กลับมารับใช้ชาติ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ โรเบิร์ต ปิโก โลเปส กองหลังตัวเก่งที่เคยเกือบมองข้ามคำเชิญผ่าน LinkedIn เพราะนึกว่าเป็นสแปม จนกลายมาเป็นหัวใจในแนวรับชุดประวัติศาสตร์นี้ ในรอบคัดเลือก กาบูเวร์ดีไม่ได้ผ่านเข้ารอบด้วยเกมบุกที่หวือหวา แต่ชนะใจด้วยเกมรับที่มีวินัยและประสิทธิภาพสูงสุดจนคว้าแชมป์กลุ่ม D มาได้สำเร็จ ตั๋วใบนี้ทำให้คนทั้งประเทศพร้อมใจกันหยุดงานเพื่อเชียร์นัดประวัติศาสตร์ที่สนามเหย้าในเมืองพรายา

โดยการยันเสมอทีมเต็งหนึ่ง 0-0 ในครั้งนี้เป็นบทพิสูจน์ที่ว่า ในโลกฟุตบอลยุคปัจจุบัน ไม่มีพื้นที่สำหรับคำว่ากลัว และขนาดของหัวใจสำคัญกว่าขนาดของประเทศเสมอ จากนี้คงต้องจับตาดู “ฉลามสีน้ำเงิน” ตัวนี้ให้ดี เพราะในนัดถัดไปของกลุ่ม H ที่ต้องดวลกับ อุรุกวัย และ ซาอุดีอาระเบีย พวกเขาพร้อมที่จะสร้างเซอร์ไพรส์ให้โลกได้ทึ่งอีกครั้ง

โวซินญา

โวซินญา

โวซินญา

โวซินญา

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก อินสตาแกรม vozinha1, อินสตาแกรม 433

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top