542.jpg
ฉุนขาดค่ายำลูกชิ้น! รปภ.วัย 46 ฟันคอแม่ค้ารุ่นใหญ่วัย 56 บาดเจ็บสาหัส

ฉุนขาดค่ายำลูกชิ้น! รปภ.วัย 46 ฟันคอแม่ค้ารุ่นใหญ่วัย 56 บาดเจ็บสาหัส

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.52 น.

ฉุนขาดค่ายำลูกชิ้น! รปภ.วัย 46 ฟันคอแม่ค้ารุ่นใหญ่วัย 56 หวิดขาด ตัดเส้นเลือดใหญ่เลือดท่วมสาหัส ตม.สายตรวจสกัดจับทันควันจ่อคุกยาว

วันที่ 16 มิ.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.ท.ชาติชาย คำหว่าน รองสารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรปากคลองรังสิต ได้รับแจ้งเหตุสะเทือนขวัญคนร้ายใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกายกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสเป็นตายเท่ากัน เหตุเกิดบริเวณฝั่งตรงข้ามร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น สาขาชุมชนบางกุฎีทอง ถนนบางกะดีสายใน หมู่ 2 ตำบลบางกะดี อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชาแล้วรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.พัฒนชัย ภมรพิบูลย์ ผกก.สภ.ปากคลองรังสิต, พ.ต.ท.สิรภพ บัวหลวง รอง ผกก.สืบสวน, พ.ต.ท.กันณพงศ์ พุทธชาด รอง ผกก.ป. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และรถกู้ชีพชั้นสูงจากโรงพยาบาลกรุงสยามเซนต์คาร์ลอส


ในที่เกิดเหตุบริเวณริมถนนหน้าร้านค้า เจ้าหน้าที่พบร่างของ น.ส.จันทร์เพ็ญ อายุ 56 ปี อาชีพแม่ค้าขายลูกชิ้น นอนจมกองเลือดขนาดใหญ่ในสภาพหายใจรวยริน ตรวจสอบพบบาดแผลฉกรรจ์จากของมีคมฟันเข้าที่บริเวณลำคอด้านซ้ายลึกจนตัดสับเส้นเลือดใหญ่อย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่กู้ภัยป่อเต็กตึ๊งต้องรีบทำการห้ามเลือดและปฐมพยาบาลช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วน ก่อนจะประสานรถกู้ชีพนำส่งห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลกรุงสยามเซนต์คาร์ลอสอย่างเร่งด่วนที่สุด ส่วนผู้ก่อเหตุได้เดินถือมีดหลบหนีไปท่ามกลางความแตกตื่นของชาวบ้าน

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจและชุดสืบสวน สภ.ปากคลองรังสิต ได้กระจายกำลังปิดล้อมและปูพรมค้นหาในเขตชุมชนอย่างเร่งด่วน จนกระทั่งสามารถสกัดจับกุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้บริเวณปากซอยลำภู ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุออกไปประมาณ 500 เมตร ทราบชื่อคือ นายมานะ หรือ ‘นะ’ อายุ 46 ปี ทำงานเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ในสภาพเนื้อตัวมีรอยเลือด พร้อมของกลางอาวุธมีดปอกผลไม้ดัดแปลงปลายแหลม ความยาวรวมกว่า 50 เซนติเมตร (ครึ่งเมตร) มีคราบเลือดสดติดอยู่ 1 เล่ม เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวมาสงบสติอารมณ์ที่โรงพัก

จากการสอบสวน นายสมพงษ์ อายุ 64 ปี พยานที่เห็นเหตุการณ์ระบุว่า ทั้งผู้บาดเจ็บและผู้ก่อเหตุพักอาศัยอยู่ในห้องเช่าตึกเดียวกัน โดยช่วงเช้าที่ผ่านมา น.ส.จันทร์เพ็ญ ได้เดินเข้ามาทวงถามค่ายำลูกชิ้นจากนายมานะ แต่นายมานะไม่ยอมรับและเกิดการโต้เถียงกันรุนแรง ถึงขั้นพยายามดึงตนเข้าไปเป็นพยานด้วย แต่ตนปฏิเสธไม่ขอรับรู้ จนกระทั่งมาเกิดเหตุร้ายขึ้นในที่สุด

ด้าน นายมานะ ให้การรับสารภาพว่า ตนรู้จักกับผู้บาดเจ็บมาประมาณ 1 ปี ก่อนเกิดเหตุตนเพิ่งไปกดเงินมาใช้หนี้เพื่อนและนั่งดื่มสุราจนมึนเมา ต่อมาได้เดินมาเจอผู้บาดเจ็บและถูกตะโกนทวงค่ายำลูกชิ้นอีกครั้ง ตนรู้สึกโมโหและอับอายเพราะปกติออกไปทำงานแต่เช้าตรู่ก่อนร้านจะเปิดด้วยซ้ำ ด้วยความสับสนและฤทธิ์สุรา ตนจึงเดินไปซื้อมีดและวัตถุดิบทำอาหาร ก่อนจะเดินกลับมาเก็บของที่ห้องเช่าแล้วเดินไปพูดบอกลาเจ้าของห้องเช่าว่า ‘ชาตินี้คงได้เจอกันแค่นี้’ พอเดินลงมาจากตึกก็เจอผู้บาดเจ็บยืนอยู่และเกิดการท้าทายกันอีกครั้ง ตนฟิวส์ขาดคว้ามีดยาวที่เพิ่งซื้อมาสับฟันเข้าที่ลำคอและหัวไหล่ผู้ตายอย่างแรงเห็นเลือดพุ่ง จึงตกใจวิ่งหนีเพราะกลัวชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์

สุดท้าย พ.ต.อ.พัฒนชัย ภมรพิบูลย์ ผกก.สภ.ปากคลองรังสิต เปิดเผยปิดท้ายว่า พฤติการณ์ของผู้ต้องหามีการไปจัดหาซื้ออาวุธมีดขนาดใหญ่หลังจากการโต้เถียงรอบแรก ถือเป็นการเตรียมการและเล็งเห็นผลในชีวิต เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาหนักคือ ‘พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา’ และ ‘พกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือไม่มีเหตุอันสมควร’ โดยผู้ต้องหาจำนนต่อสถิติวิดีโอและหลักฐานให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงคุมตัวเข้าคุกดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top