วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ประจำค่ำคืนวันอังคารที่ 7 กรกฎาคม เป็นเกมในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ในเวลา 07.00น. หรือช่วงเช้าของวันอังคารตามเวลาในประเทศไทย ลงเล่นที่สนาม ลูเมน ฟิลด์ ในเมืองซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน เจ้าภาพร่วม “พญาอินทรี” สหรัฐอเมริกา จะพบกับ “ปีศาจแดงแห่งยุโรป” เบลเยียม
ความพร้อมเริ่มที่ สหรัฐอเมริกา ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ด้วยการบดเอาชนะ บอสเนียและเฮอร์เซโกวีน่า 2-0 ทำให้ 4 เกมที่ผ่านมา ชนะ 3 แพ้ 1 โดยสามารถยิงประตูคู่แข่งได้ทุกนัด แถมเกมนี้ ฟีฟ่า ยังพักโทษแบนของ โฟลาริน บาโลกุน หัวหอกคนสำคัญที่ซัดไปแล้ว 3 ประตู หลังโดนใบแดงไล่ออกจากสนามให้กลับมาลงสนามในเกมนี้ โดยมีรายงานว่ามาจากคำสั่งของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิปบดีสหรัฐฯ ที่สายตรงหา จานนี่ อินฟานติโน่ ประธานฟีฟ่า ถึง 3 ครั้ง
ส่วนตำแหน่งอื่น มิดฟิลด์ คริสเตียน โรลดาน และแนวรับอย่าง มาร์ค แม็คเคนซี่ มีปัญหาอาการบาดเจ็บน่าชวดช่วยทีมในเกมนี้ ที่เหลือไม่มีใครได้รับใบเหลืองคาดโทษ มาในระบบ 4-2-3-1 มาลิค ทีลแมน ที่ปั่นฟรีคิกเป็นประตูในเกมล่าสุดคุมแดนกลางร่วมกับ ไทเลอร์ อดัมส์ แนวรุกใช้ เซร์กิโน่ เดสต์ ประสานงานกับ เวสตัน แม็คเคนนี่ และคริสเตียน พูลิซิช ส่วนหน้าคาดว่ากุนซือ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ จะเลือก ริคาร์โด้ เปปี้ หัวหอกจาก พีเอสวี ไอนด์โฮเฟน ที่มีข่าวเชื่อมโยงกับ ฟูแล่ม ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
ทางฝั่ง เบลเยียม ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมด้วยการพลิกนรกตื่นขึ้นมาจากหลุม หลังเป็นฝ่ายตามหลัง เซเนกัล 2 ประตู แต่ใช้เวลา 3 นาที ได้สองประตูตามตีเสมอ 2-2 ก่อนจะต่อเวลาพิเศษแซงเอาชนะ 3-2 จากจุดโทษของ ยูริ ตีเลมานส์ ในนาทีที่ 124:43 กลายเป็นประตูที่ช้าที่สุดใน ประวัติศาสตร์ของฟุตบอลโลก
เกมนี้ทีมของ รูดี้ การ์เซีย ไม่มีรายงานนักเตะบาดเจ็บหรือติดโทษแบน ยกเว้น เซโน่ เดบาสต์ ที่เดี้ยงอยู่แล้ว แบรนดอน เมเชเล่ ในตำแหน่งเซนเตอร์เป็นผู้เล่นคนเดียวที่มีใบเหลืองติดตัวมา มีความเป็นไปได้ว่าเกมนี้ยึดระบบ 4-2-3-1 อาจจะเปลี่ยนตรงกลางส่ง อมาดู โอนาน่า ลงไปคุมเกมร่วมกับ ยูรี ตีเลมานส์ แนวรุกยังใช้ชุดเดิม นำโดย เลอันโดร ทรอสซาร์, เควิน เดอ บรอยน์ และเฌเรมี่ โดกู ขณะที่หน้าเป้า โรเมลู ลูกากู ลงมาเป็นสำรองทำประตูได้สองเกมติดมีลุ้นออกสตาร์ทตัวจริง หากสภาพร่างกายสมบูรณ์
สถิติการเจอกันของทั้งสองทีม 5 ครั้ง ในทุกรายการ ไม่เคยจบลงด้วยผลเสมอ เบลเยียม ชนะ 4 สหรัฐอเมริกา ชนะ 1 ซึ่งชัยชนะเกมเดียวของทีม “พญาอินทรี” เกิดขึ้นในศึกฟุตบอลโลกครั้งแรก เมื่อปี 1930 ในรอบแบ่งกลุ่ม ถล่ม เบลเยียม แบบราบคาบ 3-0 หลังจากนั้นต้องรออีก 84 ปี กว่าที่ทั้งสองทีมจะพบกันอีกครั้งในเวิลด์คัพ รอบสุดท้ายในปี 2014 เป็นเกมรอบ 16 ทีม เสมอกันในเวลาปกติ 0-0 ก่อน เบลเยียม ชนะเฉือนคว้าชัย 2-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ จากการทำประตูของ 2 ผู้เล่นที่ยังอยู่ชุดปัจจุบันอย่าง โรเมลู ลูกากู และเควิน เดอ บรอยน์ นอกจากนี้ ทิม ฮาวเวิร์ด ผู้รักษาประตูของสหรัฐอเมริกา ได้จารึกสถิติกลายเป็นนายทวาร ที่ทำสถิติเซฟมากที่สุดในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายจำนวน 16 ครั้ง ในเกมนั้นอีกด้วย
11 ผู้เล่นตัวจริงที่คาด
สหรัฐอเมริกา (4-2-3-1) : แมทธิว ฟรีส, อเล็กซานเดอร์ ฟรีแมน, คริส ริชาร์ดส์, ทิม รีม, แอนโทนี่ โรบินสัน, มาลิค ทีลแมน, ไทเลอร์ อดัมส์, เซร์กิโน่ เดสต์, เวสตัน แม็คเคนนี่, คริสเตียน พูลิซิช และ โฟลาริน บาโลกุน
เบลเยียม (4-2-3-1) : ตีโบต์ กูร์กตัวส์, ทีโมธี กาสตานเญ่, แบรนดอน เมเชเล่, อาร์ตูร์ เธียต, มักซิม เดอ คุยเปอร์, ยูริ ตีเลมานส์, อมาดู โอนาน่า, เลอันโดร ทรอสซาร์, เควิน เดอ บรอยน์, เฌเรมี่ โดกู และโรเมลู ลูกากู
สกอร์ที่คาด : เบลเยี่ยม ชนะ 3-2
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี