542.jpg
ปรีวิว-ฟันธง!‘ไก่’ชน‘สิงโต’ศึกแห่งศักดิ์ศรีบี้ที่3บอลโลก

ปรีวิว-ฟันธง!‘ไก่’ชน‘สิงโต’ศึกแห่งศักดิ์ศรีบี้ที่3บอลโลก

วันเสาร์ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.36 น.

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ประจำค่ำคืนวันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม เดินทางมาถึงรอบชิงอันดับ3 ลงเล่นในเวลา 04.00น. ที่สนามฮาร์ดร็อก สเตเดี้ยม ในไมอามี่ การ์เดนส์ รัฐฟลอริด้า ประเทศสหรัฐอเมริกา “ตราไก่” ฝรั่งเศส จะพบกับ “สิงโตคำราม” อังกฤษ 

 


“ตราไก่” ฝรั่งเศส หยุดเส้นทางฝันไว้ที่รอบรองชนะเลิศ ด้วยบอลระบบของสเปน แพ้แบบสู้ไม่ได้ 0-2 ถือว่าเป็นความพ่ายแพ้เกมแรกในทัวร์นาเมนต์แล้วตกรอบทันที ทำให้ 3 ทัวร์นาเมนต์หลังสุด ตั้งแต่ ยูโร 2024 และเนชั่นส์ ลีก 2025 พวกเขาตกรอบตัดเชือกด้วยน้ำมือของทัพ “กระทิงดุ” ทั้งหมด กัปตันทีมอย่าง คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ยอมรับแบบตรงไปตรงมาว่าทีมของเขาพ่ายให้กับคู่แข่งในทุกกระบวนท่า ไม่ว่าจะเป็น เทคนิคหรือแท็กติก 

 

เส้นทาง 7 เกมที่ผ่านมาของทีมชาติฝรั่งเศสในทัวร์นาเมนต์นี้กันอีกครั้ง รอบแบ่งกลุ่มคว้าชัย 3 เกมรวด สตาร์ทด้วยการเอาชนะ เซเนกัล 3-1 ตามด้วยถล่ม อิรัก 3-0 และอัดนอร์เวย์ 4-1 ส่วนรอบน็อกเอาต์ ไม่เสียประตู 3 เกมติด 32 ทีมถล่ม สวีเดน 3-0 เฉือน ปารากวัย ในรอบ 16 ทีม 1-0 และรอบ 8 ทีม ต้อนโมร็อกโก 2-0 มาเสียประตูในเกมล่าสุดพ่ายให้กับ สเปน ในรอบตัดเชือก 0-2 

 

เกมนี้จะเป็นนัดสุดท้ายในการคุมทีมของกุนซือ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ ที่รับไม้ต่อจาก โลร็องต์ บล็องก์ อยู่กับทีมมาตั้งแต่ปี 2012 เกมนี้ไม่มี วิลเลี่ยม ซาลิบา แนวรับจากอาร์เซน่อล ที่บาดเจ็บบริเวณหลังเรื้อรัง ตามรายงานอาจโชคร้ายพัก 4-5 เดือน ส่วน บรีซ ซอมบ้า นายทวารมือสองมีอาการบาดเจ็บน่องจาการซ้อม ต้องลุ้นว่าจะใช้มือหนึ่งอย่าง ไมค์ เมญอง หรือเปิดโอกาสให้กับมือสามอย่าง โรบิน ริสแซร์ ตำแหน่งอื่นๆ ถือว่าพร้อม แต่น่าจะสลับให้สำรองลงเล่น วอร์เรน ซาอีร์-เอเมรี่ คุมแดนกลางร่วมกับ มานู โกเน่ แนวรุกใช้ รายาน แชร์กี ประสานงานกับ ไมเคิ่ล โอลิเซ่ และเดซิเร่ ดูเอ้ โดยมี คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ที่กำลังลุ้นตำแหน่งดาวซัลโวซัดไปแล้ว 8 ประตู 

 

ทางฝั่ง อังกฤษ ชวดเข้าชิงหนแรกในรอบ 60 ปี ด้วยการพ่ายให้กับ “ฟ้าขาว” อาร์เจนติน่า แบบเจ็บปวด 1-2 พวกเขานำก่อนจาก แอนโธนี่ กอร์ดอน ในนาทีที่ 55 แต่หลังจากนั้น เลือกซื้อเกมรับจนมาเสียประตู ภายใน 7 นาที กุนซือ โธมัส ทูเคิ่ล โดนสับยับในเรื่องของแท็กติกและการตัดสินใจเปลี่ยนตัว แต่เขายังคงมุ่งมั่นอยากพาทีมคว้าอันดับ 3 และทำงานต่อไปในยูโร 2028 ที่อังกฤษจะเป็นเจ้าภาพ

 

 7 เกมที่ผ่านมา เริ่มจากรอบแบ่งกลุ่ม ออกสตาร์ทด้วยการถล่ม โครเอเชีย 4-2 ตามด้วยเสมอ กาน่า 0-0 และเอาชนะ ปานามา 2-0 ส่วนในรอบน็อกเอาต์ 32 ทีม พลิกแซง ดีอาร์ คองโก ในช่วงท้ายเกม 2-1 รอบ 16 ทีม เฉือน เม็กซิโก 3-2 ตามด้วยต่อเวลาพิเศษแซง นอร์เวย์ 2-1 ในรอบ 8 ทีม และพ่ายให้กับ อาร์เจนติน่า 1-2 ในรอบตัดเชือก

 

เกมนี้ไม่มี รีซ เจมส์ ที่บาดเจ็บจนถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามในเกมล่าสุด สมทบกับจอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่ผ่าตัดข้อมือ ข่าวดีคือการได้ จาเรลล์ ควอนซาห์ พ้นโทษแบนกลับมาเป็นตัวเลือกในแนวรับ แต่น่าจะต้องนั่งสำรองไปก่อน เพราะช่วงหลัง เจด สเปนซ์ ทำผลงานได้ดีขึ้น เกมนี้มีแววจะโยกจากทางซ้ายกลับมาอยู่ทางขวา และส่ง นิโก้ โอไรลีย์ ลงตัวจริง แดนกลาง ค็อบบี้ เมนู ยังคงเป็นเครื่องหมายคำถาม 7 เกมที่ผ่านมายังไม่ได้ลงเล่นแม้แต่นาทีเดียว เกมนี้อาจจะได้รับโอกาส เช่นเดียวกับ เทรโวห์ ชาโลบาห์ ในแนวรับ รวมไปถึง มาร์คัส แรชฟอร์ด ในเกมรุก แต่ แฮร์รี่ เคน กับ จู๊ด เบลลิงแฮม ที่ซัดไปคนละ 6 ประตูจะได้ลงเล่น

 

สถิติการเจอกันของทั้งสองทีม 32 เกมในทุกรายการ อังกฤษ เหนือกว่า ชนะ 17 เสมอ 5 และฝรั่งเศส ชนะ 10 ดวลกันในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมา 3 ครั้ง ไม่เคยจบลงด้วยผลเสมอ อังกฤษ ชนะได้ 2 ครั้ง ในรอบแบ่งกลุ่มเมื่อปี 1966 และ1982 ฝรั่งเศส ชนะ 1 ครั้ง ด้วยสกอร์ 2-1 ในรอบ 8 ทีม เมื่อปี 2022 โดย อังกฤษ ลงเล่นเกมชิงอันดับ 3 ฟุตบอลโลกมา 2 ครั้งแพ้ทั้งหมด หนแรกในปี 1990 พ่ายให้กับเจ้าภาพ อิตาลี 1-2 และ2018 โดน เบลเยียม สอย 2-0 ส่วน ฝรั่งเศส ผ่านเกมนัดชิงอันดับ 3 ฟุตบอลโลกมา 3 ครั้ง เริ่มจากปี 1958 ที่สวีเดน ถล่ม เยอรมันตะวันตก 6-3 จากการทำ 4 ประตูของ ฌูสต์ ฟงแตง 1982 พ่ายให้กับ โปแลนด์ ในยุคของ เกอร์เซกอร์ซ ลาโต้ และชบิ๊กนิว โบเนี๊ยค และปี 1986 เสมอ เบลเยียม 2-2 ก่อนจะต่อเวลาพิเศษเอาชนะไปได้ 4-2 

 

11 ผู้เล่นตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม

 

ฝรั่งเศส (4-2-3-1) : ไมค์ เมญอง, ฌูลส์ คุนเด้, อิบราฮิมา โกนาเต้, มักซองต์ ลาครัวซ์, เตโอ แอร์กนองเดซ, มานู โกเน่, วอร์เรน ซาอีร์-เอเมรี่, รายาน แชร์กี, ไมเคิ่ล โอลิเซ่, เดซิเร่ ดูเอ้ และคีลิยัน เอ็มบัปเป้

 

อังกฤษ (4-2-3-1) : จอร์แดน พิคฟอร์ด, เจด สเปนซ์, จอห์น สโตนส์, เทรโวห์ ชาโลบาห์, นิโก้ โอไรลีย์, เอลเลียต แอนเดอร์สัน, ค็อบบี้ เมนู, มอร์แกน โรเจอร์ส, จู๊ด เบลลิ่งแฮม, มาร์คัส แรชฟอร์ด และแฮร์รี่ เคน    

 

ฟันธง : ฝรั่งเศส 3-1 อังกฤษ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top