ก.อุตฯดันนักลงทุนญี่ปุ่น23ราย จับคู่ผู้ประกอบการไทยนับร้อย

ก.อุตฯดันนักลงทุนญี่ปุ่น23ราย จับคู่ผู้ประกอบการไทยนับร้อย

วันพฤหัสบดี ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2559, 15.25 น.
Tag :

14 ม.ค.59 นายอาทิตย์ วุฒิคะโร ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการหารือกับ นายเซนตะ โมริโอกะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น ว่า การเดินทางมาเยือนไทยของรองผู้ว่าราชการ จ.ไอจิ ประเทศญี่ปุ่นในครั้งนี้ ได้นำนักธุรกิจจาก จ.ไอจิ มาเจรจาจับคู่ร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการไทย ในวันที่ 15 ม.ค. 59 โดยผู้ประกอบการญี่ปุ่นที่เดินทางมาร่วมเจรจาในครั้งนี้มีจำนวน 23 ราย เป็นทั้งผู้ประกอบการขนาดกลางและใหญ่ และผู้ประกอบการไทยกว่า 100 ราย และคาดว่า จะมีการเจรจากับผู้ประกอบการไทยไม่ต่ำกว่า 70 กรณี

โดยบริษัทญี่ปุ่นทั้ง 23 ราย ที่เข้ามาเจรจาจับคู่ธุรกิจ ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยางและพลาสติก เครื่องจักร อุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ผลิตภัณฑ์โลหะ เส้นใย เครื่องแต่งกาย เคมีภัณฑ์ ยา และปิโตรเคมี


ทั้งนี้ นักลงทุนจาก จ.ไอจิ ได้เข้ามาลงทุนในไทยแล้วกว่า 284 บริษัท และได้ตั้งโรงงานไปแล้วกว่า 416 โรง ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน เครื่องจักร อุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น นอกจากนี้ ทางผู้ประกอบการญี่ปุ่นยังมีแผนที่จะเข้ามาขยายการลงทุนใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย โดยเฉพาะการผลิตเครื่องมือทางการแพทย์ ยานยนต์แห่งอนาคต เกษตรแปรรูป เซรามิกระดับสูง และชิ้นส่วนอากาศยาน

"ผู้ประกอบการญี่ปุ่นยังคงมีแผนที่จะขยายกิจการในไทยอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าผู้ประกอบการ จ.ไอจิ ทั้ง 284 บริษัท ส่วนใหญ่จะขยายธุรกิจเพิ่มเติม และในจำนวนนี้มีผู้ประกอบการ 15% หรือกว่า 30 บริษัท สนใจลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย โดยส่วนใหญ่จะเป็นการร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการชาวไทย เชื่อมโยงไปสู่ผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็กของไทย ซึ่งจะได้ประโยชน์มากกว่าการลงทุนจากญี่ปุ่นฝ่ายเดียว" นายอาทิตย์ กล่าว

นายเซนตะ โมริโอกะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า ผู้ประกอบการญี่ปุ่นสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย โดย จ.ไอจี มีขนาดจีดีพี ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของญี่ปุ่น มีความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป อุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งในขณะนี้ผู้ประกอบการญี่ปุ่นจำนวนมากสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในอาเซียน และได้วางเป้าหมายที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเป็นอันดับแรก เนื่องจากไทยเป็นศูนย์กลางของอาเซียน จากนั้นก็จะใช้ไทยเป็นฐานกระจายการลงทุนในยังประเทศอื่นๆ

"ประเทศไทยมีการลงทุนและดำเนินกิจการที่ง่ายกว่าประเทศอื่นในอาเซียนค่อนข้างมาก และญี่ปุ่นได้เข้ามาลงทุนในไทยมานานแล้วจึงมีความคุ้นเคยเป็นอย่างดี ซึ่งหลังจากนี้จะกระชับความร่วมมือกับกระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานอื่นๆของไทยให้แน่นแฟ้นขึ้น เพื่อสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่าง 2 ประเทศให้มากขึ้น" นายเซนตะ กล่าว 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top