เกษตรกรแห่ปลูกอ้อยทำเงินหลังราคามัน-ปาล์มตก สอน.ผ่อนกฎตั้งรง.น้ำตาลรับมือ

วันพฤหัสบดี ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2556, 06.00 น.

สอน.เตรียมชง กอน. แก้เกณฑ์เปิดช่องตั้งโรงงานน้ำตาลเพิ่ม ผ่อนกฎห่างไม่ถึง 80 กม.เตรียมรองรับปริมาณอ้อยเพิ่ม พร้อมกำหนดกรอบกู้เงินจากธ.ก.ส.อีก 4,000 ล้านบาท ให้ชาวไร่กู้ซื้อรถตัดอ้อย 3,000 ล้านบาท และแก้ปัญหาภัยแล้ง 1,000 ล้านบาท การันตีปีนี้ปริมาณน้ำตาลทรายในระบบไม่ขาดแคลนแน่นอน

นายสมศักดิ์ สุวัฒิกะ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เปิดเผยว่า กลางเดือนกรกฎาคม 2556 นี้สอน.จะเสนอวาระเพื่อให้คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) ที่มีนายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธานพิจารณา ใน 3 ประเด็น ประกอบด้วยวาระที่1.การปรับหลักเกณฑ์การอนุญาตตั้งโรงงานน้ำตาล ที่เดิมกำหนดระยะห่างระหว่างโรงงานไม่ต่ำกว่า 80 กิโลเมตร(กม.)เพื่อป้องกันปัญหาการแย่งผลผลิตอ้อยจากชาวไร่ แต่หลักเกณฑ์ใหม่จะผ่อนผันเรื่องระยะห่างน้อยกว่า 80 กม.ได้ เพราะคาดการณ์ว่าปริมาณอ้อยในอนาคตจะเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้การสนับสนุนให้ตั้งโรงงานเพิ่มขึ้นดังกล่าวเพื่อรองรับผลผลิตอ้อยที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งคุณภาพเครื่องจักรที่ดีและเพียงพอจะช่วยให้ได้อ้อยที่คงคุณภาพ เพราะฤดูการผลิตปีนี้เดิมโรงงานจะใช้เวลาหีบอ้อย 120 วัน แต่ผลผลิตอ้อยที่เพิ่มขึ้นมากทำให้โรงงานต้องใช้เวลาในการผลิตถึง 180 วัน ขณะที่อ้อยหากรอหีบเป็นเวลานานจะทำให้ค่าความหวานลดลง

สำหรับโรงงานน้ำตาลแต่ละแห่งจะได้รับการผ่อนผันหรือไม่ จะต้องมีหลักฐานปริมาณอ้อยที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าจะไม่เกิดปัญหาแย่งอ้อย ซึ่งการผ่อนผันหลักเกณฑ์นี้จะพิจารณาเป็นรายกรณีไป โดยหลักเกณฑ์ดังกล่าวเมื่อผ่านการพิจารณาของกอน.จะเสนอต่อนายประเสริฐ บุญชัยสุข รมว.อุตสาหกรรม เพื่อนำเรื่องเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)พิจารณาต่อไป

“เบื้องต้นจะให้เจ้าหน้าที่สอน.เช็คโรงงานที่ได้รับอนุญาตจากครม.ให้ตั้งแล้วประมาณ 10 แห่ง ว่าดำเนินการคืบหน้าอย่างไร เพราะกำหนดเปิดหีบภายใน 5 ปี แต่ผ่านมาประมาณ 2 ปีแล้วยังไม่มีรายใดเริ่มก่อสร้าง ดังนั้นต้องดูว่าเกิดปัญหาอะไรหรือมาจากปัญหาระยะห่างระหว่างโรงงาน ส่วนปัญหาเรื่องใบอนุญาตตั้งโรงงาน หรือ รง.4 ของโรงงานน้ำตาลขอนแก่น และมิตรผล เกณฑ์ดังกล่าวจะแก้ปัญหาทั้ง 2 แห่ง” นายสมศักดิ์กล่าว

ทั้งนี้ อ้อยฤดูการผลิต 2556/2557 คาดว่าจะอยู่ที่ 110 ล้านตันอ้อย เพิ่มขึ้นจากฤดูการผลิตปีนี้ หรือ 2555/2556 ซึ่งอยู่ที่ 100.4 ล้านตันอ้อย ขณะที่ฤดูการผลิต 2558/2559 คาดว่าจะอยู่ที่ 130 ล้านตันอ้อย และฤดูการผลิต 2561/2562 คาดว่าจะอยู่ที่ 180 ล้านตันอ้อย ด้านพื้นที่ปลูกอ้อยพบว่าฤดูการผลิต 2556/2557 จะอยู่ที่ 11 ล้านไร่ เพิ่มขึ้นจากฤดูการผลิต 2556/2557 ซึ่งอยู่ที่ 10 ล้านไร่ เนื่องจากเกษตรกรหันมาปลูกอ้อยมากขึ้น หลังจากราคาสินค้าเกษตรประเภทอื่น อาทิ ข้าว มันสำปะหลัง ปาล์ม ราคาปรับตัวลดลง

นายสมศักดิ์กล่าวว่า สำหรับวาระที่ 2.คือการกำหนดสินเชื่อจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สำหรับชาวไร่ เพื่อใช้ในการซื้อรถตัดอ้อย 3,000 ล้านบาท และใช้แก้ปัญหาภัยแล้ง 1,000 ล้านบาทโดยชาวไร่จะต้องจ่ายดอกเบี้ยอัตรา 2% ส่วนที่เหลือกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย (กท.) จะเข้าอุดหนุน และวาระที่ 3.คือการขออนุมัติเพิ่มน้ำตาลทรายโควตา ก.(บริโภคในประเทศ) เพิ่มอีก 1.5 ล้านกระสอบแบ่งเป็น 1 ล้านกระสอบสำหรับขึ้นกระดานพร้อมจำหน่าย และ 5 แสนกระสอบสำหรับสำรองไว้ เพื่อป้องกันพ่อค้าคนกลางกักตุนและกดดันให้รัฐบาลปรับขึ้นราคา ทั้งนี้ยืนยันว่าปริมาณน้ำตาลทรายจะไม่ขาดแคลนแน่นอน

โดยก่อนหน้านี้คณะกรรมการน้ำตาลทรายมีมติเพิ่มการจัดสรรปริมาณน้ำตาลทรายโควตา ก. หรือน้ำตาลเพื่อการบริโภคในประเทศ ฤดูการผลิต 2555/2556 เพิ่มจาก 25 ล้านกระสอบ เป็น 26.5 ล้านกระสอบ หรือเพิ่มอีก 1.5 ล้านกระสอบ เนื่องจากปริมาณน้ำตาลทรายบางพื้นที่เริ่มขาดแคลน จากการที่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารใช้น้ำตาลทรายเป็นวัตถุดิบซื้อน้ำตาลทรายเก็บไว้ในสตอกจำนวนมาก เพื่อรองรับความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะเครื่องดื่มต่างๆ