วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ขบวนการเพื่อแม้วโดยนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ฉวยโอกาสพยายามสร้างภาพโดยพยายามเปรียบเทียบสถานการณ์ของไทยที่ยังไม่มีการเลือกตั้ง ขณะที่เมียนมากลับมีการเลือกตั้งซึ่งเป็นการเดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตย
ที่ผ่านมา นักโทษชายแม้ว หรือแม้แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้เป็นน้องสาวพยายามสร้างภาพความเป็นวีรบุรุษวีรสตรีนักประชาธิปไตยของตัวเองเทียบกับนางออง ซาน ซู จี ผู้นำฝ่ายค้านของเมียนมา นายเนลสัน แมนเดลา อดีตประธานาธิบดีและรัฐบุรุษของชาวแอฟริกาใต้ หรือแม้แต่ ดร.ปรีดี พนมยงค์ อดีตนายกฯและอดีตรัฐบุรุษของไทย ทั้งๆ ที่พฤติกรรมที่เป็นจริงแตกต่างกันชนิดหน้ามือกับหลังเท้า
ทั้งนี้เพราะ นางออง ซาน ซู จี อดีตประธานาธิบดีเนลสัน แมนเดลา หรือ ดร.ปรีดี นั้นเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกว่าเป็นนักต่อสู้เพื่ออุดมการณ์ประชาธิปไตยอย่างแท้จริงมาทั้งชีวิต และยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริตและแนวทางการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยด้วยสันติวิธีโดยเฉพาะนางออง ซาน ซู จี และอดีตประธานาธิบดีเนลสัน แมนเดลา ยอมถูกจับกุมคุมขังเป็นเวลาหลายสิบปีเพื่อยืนหยัดพิสูจน์เจตนารมณ์การต่อสู้เพื่อความถูกต้องชอบธรรม
แต่ระบอบทักษิณเป็นนักธุรกิจการเมืองทุนสามานย์เผด็จการเสียงข้างมากในคราบประชาธิปไตยจอมปลอมที่ใช้เงินซื้ออำนาจรัฐ ซื้อประชาธิปไตย ซื้อสส. ซื้อเสียง และเมื่อได้อำนาจรัฐก็โกงชาติปล้นแผ่นดินอย่างไม่ละอายถอนทุนบวกกำไรมหาศาลและใช้อำนาจรัฐผูกขาดอำนาจยึดครองประเทศภายใต้ระบอบเผด็จการเสียงข้างมากในคราบประชาธิปไตยโดยใช้เสียงข้างมากลุแก่อำนาจตามใจชอบโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องชอบธรรมและความพินาศหายนะที่จะเกิดกับประเทศ
นักโทษชายแม้ว ในช่วงครองอำนาจซื้อเสียงทางอ้อมด้วยการประกาศหากจังหวัดไหนเลือกผู้สมัครสส.พรรครัฐบาลจะเพิ่มงบประมาณให้เป็นกรณีพิเศษ แต่หากจังหวัดไหนไม่เลือกก็จะถูกตัดงบประมาณ
นอกจากนี้ นักโทษชายแม้วพอถูกจับได้ว่าโกงก็หนีออกนอกประเทศไปบงการเหล่าสาวกเพื่อแม้วจัดตั้งกองกำลังก่อการร้ายติดอาวุธเคลื่อนไหวใต้ดินทั้งการลอบก่อวินาศกรรม และจัดตั้งม็อบเสื้อแดงก่อจลาจลสร้างสถานการณ์ก่อการร้ายเผาบ้านทำลายเมืองหวังชิงอำนาจรัฐและรัฐบาลยิ่งลักษณ์ยังใช้เสียงข้างมากหักดิบผลักดัน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่มีเป้าหมายแอบแฝงเพื่อฟอกโทษความผิดให้ นักโทษชายแม้ว หวังกลับบ้านแบบเท่ๆ โดยไม่ต้องติดคุกอันเป็นการทำลายหลักนิติรัฐ
นอกจากนี้ขบวนการเพื่อแม้วยังบ่อนทำลายหลักธรรมาภิบาลในระบบราชการด้วยการย้ายข้าราชการตงฉินออกจากอำนาจแล้วแต่งตั้งข้าราชการเลวที่ยอมเป็นทาสรับใช้ขึ้นมามีอำนาจแทน รวมทั้งบ่อนทำลายศาล องค์กรอิสระด้วยข้ออ้าง 2 มาตรฐาน
ทั้งหมดเป็นเพียงตัวอย่างตัวตนความเป็นประชาธิปไตยจอมปลอมเพียงส่วนหนึ่งของขบวนการเพื่อแม้ว
สำหรับการเมืองในพม่ากับไทยนั้นแตกต่างกันสิ้นเชิงเพราะการเมืองพม่านั้นเป็นการต่อสู้ระหว่างเผด็จการทหารที่ครองอำนาจมาอย่างยาวนานกับฝ่ายชาวพม่าที่โหยหาประชาธิปไตยหลังจากที่ฝ่ายเผด็จการทหารปล้นประชาธิปไตยไปเมื่อ 25 ปีที่แล้ว แต่สำหรับไทยนั้นตรงกันข้ามโดยเป็นการต่อสู้ระหว่างระบอบธุรกิจโกงเมืองในคราบประชาธิปไตยจอมปลอมอันเป็นต้นเหตุของวิกฤติชาติตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จนมวลมหาประชาชนเกือบ 10 ล้านคน ออกมาแสดงพลังขับไล่จนเป็นสาเหตุให้กองทัพต้องเข้ายึดอำนาจเพื่อปฏิรูปประเทศวางรากฐานขจัดธุรกิจการเมืองในคราบประชาธิปไตยจอมปลอมอันชั่วร้ายแล้วค่อยคืนอำนาจกลับสู่ประชาชนผ่านการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นพวก 18 มงกุฎทางการเมืองยังหน้าหนาฉวยโอกาสสร้างภาพอ้างประชาธิปไตยจอมปลอมลวงโลก
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี