ปีใหม่...ในความทรงจำ ‘คนมายา’

ปีใหม่...ในความทรงจำ ‘คนมายา’

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

น้ำฝน-พัชรินทร์

“ปีที่แล้วเลยค่ะ ไปเที่ยวญี่ปุ่นกับพี่อาร์ม กับเพื่อนๆ พี่อาร์ม แล้วเราก็ได้อยู่ที่นั่นตั้งแต่ช่วงก่อนปีใหม่ ยาวมาจนถึงช่วงต้นปี เคานท์ดาวน์ที่นั่นกันค่ะ เป็นความรู้สึกประทับใจ เพราะเราไม่เคยไปเที่ยวแบบข้ามปี ที่ต่างประเทศมาก่อน แล้วเราก็ได้เห็นวัฒนธรรมปีใหม่ แต่ละประเทศก็แตกต่างกันไป อย่างญี่ปุ่น คนเขาก็จะไปที่วัด ฉลองกันนิดๆหน่อยๆ ก็จะดูเรียบๆ ง่ายๆ สงบดี อาจจะเป็นเพราะเราไปพักที่ชานเมืองนิดหนึ่ง ก็จะไม่ได้เป็นโซนรื่นเริงมาก ทริปนั้นก็จะได้ไปไหว้พระหลายๆ วัดเลยค่ะ เป็นการเริ่มต้นปีด้วยสิ่งดีๆ อยู่ในสถานที่ดีๆ กับคนที่เขาดีด้วย ก็ทำให้เรามีความสุขค่ะ”


แต้ว-ณฐพร

“ปีใหม่ที่ประทับใจ น่าจะเป็น 4-5 ปีที่แล้วเลยค่ะ เป็นปีที่ได้ไปเที่ยวกับที่บ้าน แล้วก็อยู่กันเอง 4-5 คน รู้สึกว่าเป็นช่วงเวลามีค่า อาจจะไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนหรูหรา แต่ว่าได้อยู่กับครอบครัวพร้อมหน้าก็มีความสุขแล้วค่ะ เพราะปกติต่างคนต่างทำงาน หาเวลาอยู่กันพร้อมหน้ายากมาก ปีนั้นเลยเป็นปีที่อยู่ในความทรงจำมาตลอด คือแค่ได้นั่งกินข้าว คุย หัวเราะ เล่นมุขกัน เป็นวันง่ายๆ ท่ามกลางบรรยากาศดีๆ ของช่วงปีใหม่ค่ะ”
แต้ว-ณฐพร “ปีใหม่ที่ประทับใจ น่าจะเป็น 4-5 ปีที่แล้วเลยค่ะ เป็นปีที่ได้ไปเที่ยวกับที่บ้าน แล้วก็อยู่กันเอง 4-5 คน รู้สึกว่าเป็นช่วงเวลามีค่า อาจจะไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนหรูหรา แต่ว่าได้อยู่กับครอบครัวพร้อมหน้าก็มีความสุขแล้วค่ะ เพราะปกติต่างคนต่างทำงาน หาเวลาอยู่กันพร้อมหน้ายากมาก ปีนั้นเลยเป็นปีที่อยู่ในความทรงจำมาตลอด คือแค่ได้นั่งกินข้าว คุย หัวเราะ เล่นมุขกัน เป็นวันง่ายๆ ท่ามกลางบรรยากาศดีๆ ของช่วงปีใหม่ค่ะ”
นารา-เทพนุภา

“ช่วงนั้นเล่นเรื่อง “ขวัญผวา” อยู่ แล้วพอปิดกล้อง ปีใหม่พอดี พี่มาร์ช พี่ก้อย ก็ชวนไปเที่ยวคำม่วน ที่เชียงใหม่ เป็นงานปาร์ตี้คำม่วน แล้วสนุกมากค่ะ ทุกคนแต่งตัวแฟนซี เป็นธีมสวนสัตว์ หนูแต่งเป็นเสือ ที่เหมือนแมว (หัวเราะ) จำได้ว่าตอนนั้นวุ่นวายกับเรื่องคอสตูมมาก แล้วโซนที่เขาจัดเตรียมไว้ของโรงแรม ก็อากาศดีมาก ทุกคนมาสนุกเฮฮา มีกระโดดน้ำ ทีมงานก็คุ้นหน้าค่าตากันอยู่แล้ว คุณพ่อก็เลยปล่อยเต็มที่ หลังจากนั้นก็ขึ้นดอย ไปกางเต็นท์กันแต่พอถึงตอนนอนหนูไม่ได้นอนกับเขานะ คือเสียดายเงินที่จองค่าที่พักไว้ เลยลงมานอนข้างล่างค่ะ (หัวเราะ) แต่เวลาพูดถึงแล้ว บรรยากาศมันอยู่ในใจตลอดค่ะ อากาศเย็นๆ ได้อยู่กับคนที่เราอยู่ด้วยแล้วมีความสุข”
นารา-เทพนุภา “ช่วงนั้นเล่นเรื่อง “ขวัญผวา” อยู่ แล้วพอปิดกล้อง ปีใหม่พอดี พี่มาร์ช พี่ก้อย ก็ชวนไปเที่ยวคำม่วน ที่เชียงใหม่ เป็นงานปาร์ตี้คำม่วน แล้วสนุกมากค่ะ ทุกคนแต่งตัวแฟนซี เป็นธีมสวนสัตว์ หนูแต่งเป็นเสือ ที่เหมือนแมว (หัวเราะ) จำได้ว่าตอนนั้นวุ่นวายกับเรื่องคอสตูมมาก แล้วโซนที่เขาจัดเตรียมไว้ของโรงแรม ก็อากาศดีมาก ทุกคนมาสนุกเฮฮา มีกระโดดน้ำ ทีมงานก็คุ้นหน้าค่าตากันอยู่แล้ว คุณพ่อก็เลยปล่อยเต็มที่ หลังจากนั้นก็ขึ้นดอย ไปกางเต็นท์กันแต่พอถึงตอนนอนหนูไม่ได้นอนกับเขานะ คือเสียดายเงินที่จองค่าที่พักไว้ เลยลงมานอนข้างล่างค่ะ (หัวเราะ) แต่เวลาพูดถึงแล้ว บรรยากาศมันอยู่ในใจตลอดค่ะ อากาศเย็นๆ ได้อยู่กับคนที่เราอยู่ด้วยแล้วมีความสุข”
ปั้นจั่น-ปรมะ

“ผมจำไม่ได้ว่าปีไหน แต่ตอนนั้นเด็กมากๆ ผมนั่งรถไปเชียงใหม่ครั้งแรกกับคุณพ่อคุณแม่และน้องสาว เราไปกันที่บ้านคุณแม่ ที่ดอยสะเก็ด ไปจัดปีใหม่ที่นั่น เป็นการเดินทางไกลครั้งแรกของผม ที่ได้นั่งรถไกลๆ คุณพ่อผมเป็นคนชอบขับรถ เจอภูเขาลูกแรก น่าจะแถวนครสวรรค์ ก็ตื่นเต้นแล้ว ลงไปถ่ายรูปกับทุ่งหญ้าสีทอง ในชุดมิคกี้เม้าส์สีขาว มีรูปอยู่ด้วย (หัวเราะ) จำได้ว่าตื่นเต้นมาก แล้วคุณพ่อจะหยุดรถบ่อยมาก เพื่อให้ผมได้ถ่ายรูป พอไปถึงเจอธรรมชาติที่เชียงใหม่ครั้งแรก ผมทึ่งมาก คือบ้านคุณน้าอยู่ในป่าในเขาเลย ไม่ได้เข้าเมือง สังสรรค์กันหลายครอบครัว มีจับสลาก ปาร์ตี้กัน มันก็เลยประทับใจ ภาพนั้นติดตาผมมาตลอดๆ และผมเชื่อว่าตรงนั้นทำให้ผมโตมากลายเป็นคนรักธรรมชาติ”
ปั้นจั่น-ปรมะ “ผมจำไม่ได้ว่าปีไหน แต่ตอนนั้นเด็กมากๆ ผมนั่งรถไปเชียงใหม่ครั้งแรกกับคุณพ่อคุณแม่และน้องสาว เราไปกันที่บ้านคุณแม่ ที่ดอยสะเก็ด ไปจัดปีใหม่ที่นั่น เป็นการเดินทางไกลครั้งแรกของผม ที่ได้นั่งรถไกลๆ คุณพ่อผมเป็นคนชอบขับรถ เจอภูเขาลูกแรก น่าจะแถวนครสวรรค์ ก็ตื่นเต้นแล้ว ลงไปถ่ายรูปกับทุ่งหญ้าสีทอง ในชุดมิคกี้เม้าส์สีขาว มีรูปอยู่ด้วย (หัวเราะ) จำได้ว่าตื่นเต้นมาก แล้วคุณพ่อจะหยุดรถบ่อยมาก เพื่อให้ผมได้ถ่ายรูป พอไปถึงเจอธรรมชาติที่เชียงใหม่ครั้งแรก ผมทึ่งมาก คือบ้านคุณน้าอยู่ในป่าในเขาเลย ไม่ได้เข้าเมือง สังสรรค์กันหลายครอบครัว มีจับสลาก ปาร์ตี้กัน มันก็เลยประทับใจ ภาพนั้นติดตาผมมาตลอดๆ และผมเชื่อว่าตรงนั้นทำให้ผมโตมากลายเป็นคนรักธรรมชาติ”
เป้-อารักษ์

“จริงๆ มีหลายปีนะครับ แต่ปีที่แล้วผมได้อยู่กับพ่อแม่ครับ พาท่านไปเดินโตเกียวครับ กินเดินอย่างมีความสุขกันที่นั่น ผมชอบช่วงเวลาแบบนี้ครับ คือไปกับครอบครัว พาไปเที่ยวที่แปลกๆ แล้วเป็นครั้งแรกที่ได้กินอะไรอร่อยๆ ได้เดินดูโน่นนี่กันแล้วที่ญี่ปุ่นผมว่าเหมาะที่สุดครับ ปีนี้ก็แพลนกันว่าจะไปอีก แต่ว่าเปลี่ยนเมืองครับ”
เป้-อารักษ์ “จริงๆ มีหลายปีนะครับ แต่ปีที่แล้วผมได้อยู่กับพ่อแม่ครับ พาท่านไปเดินโตเกียวครับ กินเดินอย่างมีความสุขกันที่นั่น ผมชอบช่วงเวลาแบบนี้ครับ คือไปกับครอบครัว พาไปเที่ยวที่แปลกๆ แล้วเป็นครั้งแรกที่ได้กินอะไรอร่อยๆ ได้เดินดูโน่นนี่กันแล้วที่ญี่ปุ่นผมว่าเหมาะที่สุดครับ ปีนี้ก็แพลนกันว่าจะไปอีก แต่ว่าเปลี่ยนเมืองครับ”
เพ็ชร-ฐกฤต

“ปีใหม่ที่พิเศษที่สุดสำหรับผม ย้อนไปปี 2554 ครับ เป็นปีที่น้ำท่วมกรุงเทพฯ และเป็นปีที่พ่อแม่เขาเลิกกัน แล้วเพ็ชรดึงกลับมาอยู่ด้วยกัน ช่วงนั้นเพ็ชรพาคุณพ่อคุณแม่ขึ้นมาอยู่กรุงเทพฯพอดี เขาหย่ากันมาเป็นสิบกว่าปีแล้วครับ กว่าจะให้เขามาอยู่เป็นเพื่อนกัน เป็นครอบครัวยากมาก ตอนนั้นผมยังอยู่คอนโดฯ อยู่เลยครับ ยังไม่ได้ซื้อบ้าน ปีนั้นเป็นปีที่ประทับใจที่สุด เพราะเราทำให้ครอบครัวกลับมาเหมือนเดิม มาอยู่ด้วยกัน แต่ก็มีความยากตรงที่ว่าพ่อเขาทิฐิสูง แม่เขาก็มีแฟนใหม่ แล้วเลิกกันไป แล้วอย่างที่บอก เลิกกันมาเป็นสิบปี กว่าที่จะคุยกันตรงประเด็น รู้เรื่อง ค่อนข้างจะยาก เหนื่อยเหมือนกันเราก็ต้องนั่งปรับทัศนคติกันใหม่ (หัวเราะ) ตอนนั้นพูดกันในวันปีใหม่เลยครับ อยากให้เป็นการเริ่มต้นใหม่ให้ปีนั้นเป็นปีทอง ปีที่ครอบครัวเรามีความสุข ก็เลยเริ่มต้นที่วันปีใหม่ ได้มีครอบครัว กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา เดี๋ยวอีกปีหนึ่งจะซื้อบ้าน ตั้งเป้าเลย แล้วก็ซื้อได้จริงๆ ปีนั้นจึงเป็นปีใหม่ที่ผมได้ยิ้มทั้งน้ำตาเลยครับ ทั้งเป็นปีที่เรียนจบมหา’ลัย และเริ่มที่จะเข้าวงการแล้ว ตอนนั้นกำลังถ่ายหนังเรื่องแรกเลยครับ “รักสุดท้ายป้ายหน้า” วันนี้ทั้งคุณพ่อคุณแม่ก็อยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวในบ้านของผมครับ เหมือนเป็นเพื่อนกันไปแล้วครับ แต่ก็แกล้งกันบ้างตามประสาผู้ใหญ่ครับ”
เพ็ชร-ฐกฤต “ปีใหม่ที่พิเศษที่สุดสำหรับผม ย้อนไปปี 2554 ครับ เป็นปีที่น้ำท่วมกรุงเทพฯ และเป็นปีที่พ่อแม่เขาเลิกกัน แล้วเพ็ชรดึงกลับมาอยู่ด้วยกัน ช่วงนั้นเพ็ชรพาคุณพ่อคุณแม่ขึ้นมาอยู่กรุงเทพฯพอดี เขาหย่ากันมาเป็นสิบกว่าปีแล้วครับ กว่าจะให้เขามาอยู่เป็นเพื่อนกัน เป็นครอบครัวยากมาก ตอนนั้นผมยังอยู่คอนโดฯ อยู่เลยครับ ยังไม่ได้ซื้อบ้าน ปีนั้นเป็นปีที่ประทับใจที่สุด เพราะเราทำให้ครอบครัวกลับมาเหมือนเดิม มาอยู่ด้วยกัน แต่ก็มีความยากตรงที่ว่าพ่อเขาทิฐิสูง แม่เขาก็มีแฟนใหม่ แล้วเลิกกันไป แล้วอย่างที่บอก เลิกกันมาเป็นสิบปี กว่าที่จะคุยกันตรงประเด็น รู้เรื่อง ค่อนข้างจะยาก เหนื่อยเหมือนกันเราก็ต้องนั่งปรับทัศนคติกันใหม่ (หัวเราะ) ตอนนั้นพูดกันในวันปีใหม่เลยครับ อยากให้เป็นการเริ่มต้นใหม่ให้ปีนั้นเป็นปีทอง ปีที่ครอบครัวเรามีความสุข ก็เลยเริ่มต้นที่วันปีใหม่ ได้มีครอบครัว กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา เดี๋ยวอีกปีหนึ่งจะซื้อบ้าน ตั้งเป้าเลย แล้วก็ซื้อได้จริงๆ ปีนั้นจึงเป็นปีใหม่ที่ผมได้ยิ้มทั้งน้ำตาเลยครับ ทั้งเป็นปีที่เรียนจบมหา’ลัย และเริ่มที่จะเข้าวงการแล้ว ตอนนั้นกำลังถ่ายหนังเรื่องแรกเลยครับ “รักสุดท้ายป้ายหน้า” วันนี้ทั้งคุณพ่อคุณแม่ก็อยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวในบ้านของผมครับ เหมือนเป็นเพื่อนกันไปแล้วครับ แต่ก็แกล้งกันบ้างตามประสาผู้ใหญ่ครับ”
หลิน-มชณต

“ปกติเวลาปีใหม่ หลินจะไม่ค่อยได้ไปสถานที่ที่คนเขาเคานท์ดาวน์กันค่ะ เพราะมีเหตุ เป็นความทรงจำค่ะ คือหลินอยู่กับแม่ 2 คน แล้วปีหนึ่งเราก็ดูทีวีว่ามีงานเคานท์ดาวน์ที่เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ (ตอนนี้เป็นเซ็นทรัลเวิลด์) ก็มองหน้ากับแม่ 2 คน ว่าอยากไปก็นั่งแท็กซี่ไปกันเลยค่ะ ไม่เคยไปมาก่อน เคยเห็นแต่ในทีวี พอไปถึงคนเยอะมาก จนมีจังหวะหนึ่งที่คนเซกัน แล้วเหมือนเราจะล้ม เราก็ช็อกกัน 2 คนกับจำนวนคน มองหน้ากันแม่ลูกรู้เลยว่าไม่โอเค หลังจากนั้นก็ไม่เคยไปตามที่ที่เขาจัดงานเคานท์ดาวน์อีกเลยค่ะ แล้วก็มีอยู่ปีหนึ่ง ไปกับแก๊งเพื่อน ก็คิดกันไว้ว่าอยากขึ้นไปดูพลุบนรถไฟฟ้าบีทีเอสชั้นบน ส่วนที่เรารอรถกันนะคะ แล้วมีเหตุการณ์เพื่อนลืมมือถือบนรถตุ๊กตุ๊ก ก็วิ่งไปวิ่งมากัน จนสุดท้ายได้เคานท์ดาวน์กันตรงที่เสียบบัตรบีทีเอสค่ะ (หัวเราะ) ตลกกันมาก เตรียมตัวตั้งนาน แต่มาลืมของกันตอนจะเคานท์ดาวน์พอดี สุดท้ายไม่ทัน แต่สนุกมากค่ะ”
หลิน-มชณต “ปกติเวลาปีใหม่ หลินจะไม่ค่อยได้ไปสถานที่ที่คนเขาเคานท์ดาวน์กันค่ะ เพราะมีเหตุ เป็นความทรงจำค่ะ คือหลินอยู่กับแม่ 2 คน แล้วปีหนึ่งเราก็ดูทีวีว่ามีงานเคานท์ดาวน์ที่เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ (ตอนนี้เป็นเซ็นทรัลเวิลด์) ก็มองหน้ากับแม่ 2 คน ว่าอยากไปก็นั่งแท็กซี่ไปกันเลยค่ะ ไม่เคยไปมาก่อน เคยเห็นแต่ในทีวี พอไปถึงคนเยอะมาก จนมีจังหวะหนึ่งที่คนเซกัน แล้วเหมือนเราจะล้ม เราก็ช็อกกัน 2 คนกับจำนวนคน มองหน้ากันแม่ลูกรู้เลยว่าไม่โอเค หลังจากนั้นก็ไม่เคยไปตามที่ที่เขาจัดงานเคานท์ดาวน์อีกเลยค่ะ แล้วก็มีอยู่ปีหนึ่ง ไปกับแก๊งเพื่อน ก็คิดกันไว้ว่าอยากขึ้นไปดูพลุบนรถไฟฟ้าบีทีเอสชั้นบน ส่วนที่เรารอรถกันนะคะ แล้วมีเหตุการณ์เพื่อนลืมมือถือบนรถตุ๊กตุ๊ก ก็วิ่งไปวิ่งมากัน จนสุดท้ายได้เคานท์ดาวน์กันตรงที่เสียบบัตรบีทีเอสค่ะ (หัวเราะ) ตลกกันมาก เตรียมตัวตั้งนาน แต่มาลืมของกันตอนจะเคานท์ดาวน์พอดี สุดท้ายไม่ทัน แต่สนุกมากค่ะ”
เอส-กันต์พงษ์

“เป็นช่วงเด็กๆ ประมาณ 9-10 ขวบครับ คุณแม่พาไปเชียงใหม่ ไปกันเป็นเครือญาติทั้งหมดเลย ขึ้นไปที่บ้านที่เชียงใหม่ แล้วก็จำได้ว่าช่วงนั้นหนาวถึงขนาดที่ว่า โยนน้ำแข็งไว้ที่สนามหญ้าหน้าบ้าน เช้าขึ้นมา น้ำแข็งก้อนนั้นก็อยู่เหมือนเดิม อากาศดีมากๆ เป็นช่วงวัยเรียน ไม่ได้ทำงานก็จะเที่ยวแบบไม่มีกังวลว่าต้องกลับไปทำงาน เป็นการเที่ยวที่สบายใจที่สุดแล้วครับ เงินก็เงินพ่อแม่ (หัวเราะ) ณ ตอนนั้นสนุกที่ญาติๆ อยู่กันครบด้วยมีประมาณ 20 กว่าคน พี่ๆ น้องๆก็วัยเดียวกัน วิ่งเล่นกัน ซ่อนแอบ ไล่จับ ร้องเพลงเต้นกัน ซึ่งพอโต ต่างคนต่างทำงาน แยกย้ายกันไป บรรยากาศแบบนั้นก็เลยไม่มีแล้ว”
เอส-กันต์พงษ์ “เป็นช่วงเด็กๆ ประมาณ 9-10 ขวบครับ คุณแม่พาไปเชียงใหม่ ไปกันเป็นเครือญาติทั้งหมดเลย ขึ้นไปที่บ้านที่เชียงใหม่ แล้วก็จำได้ว่าช่วงนั้นหนาวถึงขนาดที่ว่า โยนน้ำแข็งไว้ที่สนามหญ้าหน้าบ้าน เช้าขึ้นมา น้ำแข็งก้อนนั้นก็อยู่เหมือนเดิม อากาศดีมากๆ เป็นช่วงวัยเรียน ไม่ได้ทำงานก็จะเที่ยวแบบไม่มีกังวลว่าต้องกลับไปทำงาน เป็นการเที่ยวที่สบายใจที่สุดแล้วครับ เงินก็เงินพ่อแม่ (หัวเราะ) ณ ตอนนั้นสนุกที่ญาติๆ อยู่กันครบด้วยมีประมาณ 20 กว่าคน พี่ๆ น้องๆก็วัยเดียวกัน วิ่งเล่นกัน ซ่อนแอบ ไล่จับ ร้องเพลงเต้นกัน ซึ่งพอโต ต่างคนต่างทำงาน แยกย้ายกันไป บรรยากาศแบบนั้นก็เลยไม่มีแล้ว”

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top