546.jpg
สุนัขคัน จะมีอาการอย่างไร

สุนัขคัน จะมีอาการอย่างไร

วันอาทิตย์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.
Tag :

เมื่อสุนัขคัน การแสดงออกนั้นอาจไม่ใช่แค่เอามือ(ขาหน้า) เกาเหมือนในคนนะครับ ยังมีในรูปของการที่สุนัขเอาอวัยวะที่คันไปถูกับผนังหรือเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน การเลีย หรือการใช้ฟันกัดหรือแทะตัวเอง ซึ่งระดับของการคันก็อาจมีตั้งแต่คันเล็กน้อยแค่บางตำแหน่งของร่างกาย จนถึงมีอาการคันมากจนกัดแทะตัวเองจนผิวหนังเป็นแผลทั้งตัวก็เป็นได้

การที่สัตว์เกา ถู เลีย หรือแทะตัวเองนั้น เป็นการกระทำเพื่อลดการระคายเคืองผิวหนัง บรรเทาอาการหงุดหงิด ความไม่สบายตัว และเป็นกลไกในการป้องกันตัวเองในการขจัดสิ่งแปลกปลอม ปรสิตภายนอก หรือสิ่งที่เป็นพิษให้ออกไปจากร่างกายอีกด้วย


สาเหตุของการคัน

สาเหตุที่ทำให้สุนัขมีอาการคันนั้น อาจแบ่งได้คร่าวๆ ดังนี้

● ปัญหาจากพยาธิภายนอก ได้แก่ เห็บ หมัด เหาไรในหู ไรขี้เรื้อน รวมทั้งขี้เรื้อนแห้ง และขี้เรื้อนเปียกด้วยซึ่งโดยปกติแล้ว ปัญหาจากไรขี้เรื้อนเปียกในช่วงแรกมักจะไม่มีอาการคัน แต่ในระยะที่มีการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย ทำให้มีหนองซึ่งจะทำให้เกิดอาการคันอย่างมากได้

● ปัญหาการติดเชื้อ จากแบคทีเรีย ยีสต์ หรือเชื้อรา

● ปัญหาจากโรคภูมิแพ้ ซึ่งโรคที่พบได้ค่อนข้างบ่อยในสุนัข คือ การแพ้น้ำลายหมัด แพ้อาหาร สิ่งแวดล้อม และการแพ้ที่เกิดจากการสัมผัส

อาการคันมักเกิดขึ้นที่ส่วนใดของร่างกายสัตว์

โดยปกติแล้ว อาการคันในสุนัข สามารถพบได้เกือบทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นหู หัว หน้า รอบปาก รักแร้ ท้อง ขาหนีบ สะโพก โคนหาง หรือเท้าทั้งสี่ ขึ้นอยู่กับสาเหตุของโรค เช่น

“ไรขี้เรื้อนแห้ง” มักทำให้สุนัขมีอาการคันที่บริเวณขอบใบหู

“ไรขี้เรื้อนเปียก การติดเชื้อยีสต์และปัญหาภูมิแพ้” มักพบว่าสุนัขสุนัขชอบแทะหรือเลียที่บริเวณเท้าทั้งสี่

“การแพ้น้ำลายหมัด” มักทำให้สุนัขคันและแทะบริเวณสะโพกหรือโคนหาง เป็นต้น

การที่จะช่วยให้สัตวแพทย์รักษาอาการคันให้ได้ผลดีนั้น จำเป็นต้องได้รับข้อมูลจากเจ้าของสัตว์อย่างละเอียดทั้งเรื่อง อาการ ระยะเวลาที่เริ่มมีอาการคัน ความถี่ของการเการวมถึงสิ่งปกติที่พบที่ผิวหนัง ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้นำมาประกอบการตรวจวินิจฉัย สัตวแพทย์จะทำการซักประวัติอย่างละเอียด เพื่อให้ครอบคลุม โดยจะมีการตรวจร่างกายอย่างละเอียด เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการเลือกการตรวจเพิ่มเติมทางห้องปฏิบัติการ และเพื่อให้การรักษาที่เหมาะสมต่อไป

สัปดาห์หน้า เรามาดูวิธีการเตรียมตัวเพื่อให้ข้อมูลแก่สัตวแพทย์ รวมถึงวิธีการตรวจวินิจฉัยและการรักษากันครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร
ฝ่ายประชาสัมพันธ์และเสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กร
คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top