วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569
“ถ้าคนเรามีสุขภาพเสื่อมโทรม ก็จะไม่สามารถพัฒนาชาติได้ เพราะทรัพยากรที่สำคัญของประเทศชาติ ก็คือพลเมืองนั่นเอง”
พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่แสดงถึงความตั้งพระราชหฤทัยในการแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพอนามัยของราษฎรอย่างแท้จริง ซึ่งพระองค์ทรงมีความห่วงใยประชาชนชาวไทยในทุกด้าน โดยเฉพาะในด้านสุขภาพอนามัย พระองค์ทรงถือว่าปัญหาด้านสุขภาพอนามัยของประชาชนนั้นเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไข เห็นได้จากในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรตามท้องที่ต่างๆ ทุกครั้ง พระองค์จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีคณะแพทย์ ทั้งแพทย์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาจากโรงพยาบาลต่างๆ และแพทย์อาสาสมัคร โดยเสด็จพระราชดำเนินไปในขบวนอย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะได้รักษาผู้ป่วยได้ทันที อีกทั้ง ยังได้ริเริ่มหลายโครงการด้านการแพทย์และสาธารณสุข อาทิ โครงการหน่วยแพทย์พระราชทานโครงการแพทย์หลวงเคลื่อนที่พระราชทานและโครงการแพทย์พิเศษตามพระราชประสงค์หน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่พระราชทาน เป็นต้น
ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานความช่วยเหลือแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยไม่เห็นแก่ความยากลำบาก ทำให้หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐเอกชน ตลอดจนบุคลากรทางการแพทย์ ได้น้อมนำพระราชดำรัสมาเป็นแนวทางปฏิบัติ เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ท่านในการที่จะให้ประชาชนชาวไทยได้มีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติสืบไป
.jpg)
โครงการทุนการศึกษา “จีเอสเคพยาบาลเพื่อชุมชน” เป็นอีกหนึ่งโครงการ ที่ได้ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 19 ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2540 โดยความร่วมมือของ สถาบันพระบรมราชชนกวิทยาลัยพยาบาลในสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก และ บริษัท แกล็กโซสมิทไคล์น (ประเทศไทย) จำกัด หรือจีเอสเค เพื่อช่วยเหลือเยาวชนที่ด้อยโอกาสในชนบทให้ได้มีโอกาสศึกษาวิชาชีพพยาบาลและหลังจากจบการศึกษาจะได้ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลและสถานบริการสาธารณสุขในชุมชนท้องถิ่นของตนภายหลังสำเร็จการศึกษา
นายแพทย์รุ่งฤทัย มวลประสิทธิ์พร ผู้อำนวยการสถาบันพระบรมราชชนก กล่าวว่า พยาบาล ถือเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญยิ่งในการดูแลรักษาสุขภาพอนามัยของประชาชน โดยเฉพาะการดูแลสุขภาพในระดับชุมชน ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ทางสถาบันพระบรมราชชนก ได้มุ่งมั่นผลิตพยาบาลวิชาชีพเพื่อสนองตอบความต้องการของระบบสุขภาพดูแลสุขภาวะของคนในชุมชนเพื่อการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพที่ดีของคนในชุมชน สร้างความเข้มแข็งและความอยู่ดีมีสุขทางด้านสุขภาพแก่ท้องถิ่นอย่างยั่งยืน แต่ทั้งนี้ปัจจุบันประเทศไทยยังขาดแคลนพยาบาลวิชาชีพอยู่อีกมาก โดยเฉพาะพยาบาลชุมชนที่จะปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชนบทห่างไกล หรือตามโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ที่มีอยู่มากกว่า 8,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งจำเป็นต้องมีพยาบาลวิชาชีพ จึงต้องผลักดันให้พยาบาลวิชาชีพเข้ามามีส่วนร่วมในการรักษาเบื้องต้นและให้คำปรึกษาร่วมกับทีมแพทย์ได้ นอกจากนี้พยาบาลชุมชนยังต้องลงพื้นที่ในการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคประจำครัวเรือนอีกด้วย
.jpg)
ญาดา ชุมนุมพร้อม พยาบาลในโครงการ “จีเอสเค พยาบาลเพื่อชุมชน รุ่นที่ 1” จบจากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จ.พะเยา ปัจจุบันเป็นพยาบาลอยู่โรงพยาบาลเชียงคำ จ.พะเยา เล่าว่า “เป็นพยาบาลมา 15 ปี ได้เห็นความลำบากทุกข์ยากของผู้ป่วยมากมาย เมื่อเรามีโอกาสที่ดีกว่าคนอื่น ก็อยากจะช่วยเหลือคนป่วยอย่างเต็มที่ เลยเปิด “คลินิกฮักบ้านเกิด” เพื่อให้การพยาบาลเบื้องต้นแก่ชาวบ้านที่อยู่ห่างไกล เนื่องจากหมู่บ้านอยู่ไกลโรงพยาบาลมาก การเดินทางก็ลำบาก เช่น คนไข้ที่ต้องทำแผลต่อเนื่องหรือ คนไข้นอนติดเตียง ไม่มีญาติ หรือในบางรายพี่เองก็จะเดินทางไปเยี่ยมถึงที่บ้านด้วย ไม่ได้คิดเงิน อย่างน้อยพี่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะได้ทำตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ต้องการให้คนไทยมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พี่ก็เริ่มจากดูแลสุขภาพของคนหมู่บ้านเล็กๆ ที่พี่ได้อยู่อาศัยมาจนโต นอกจากนี้ ก็ยังมีงานวิทยากรจิตอาสา ให้ความรู้ด้านสุขภาพผ่านรายการวิทยุชุมชนด้วย”
จันทิมา สีทอง จบจากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จ.สุรินทร์ พยาบาลในโครงการ จีเอสเค พยาบาลเพื่อชุมชน รุ่นที่ 10” หลังจากเรียนจบได้กลับไปทำงานที่ จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นบ้านเกิด ปัจจุบันเป็นพยาบาลอยู่หน่วยส่งเสริมด้านพัฒนาการเด็กและด้านเวชศาสตร์ครอบครัว โรงพยาบาลตากใบ จ.นราธิวาส เล่าว่า “แรกเริ่มไม่ชอบวิชาชีพพยาบาล เพราะกลัวเลือด กลัวลำบาก คิดว่าต้องหดหู่ที่ต้องดูแลคนเจ็บป่วย แต่ตัดสินใจเลือกเรียนพยาบาล เนื่องจากพ่ออยากให้เป็นพยาบาล และจบเป็นพยาบาลมากว่า 5 ปีแล้ว พบว่าอาชีพพยาบาลเป็นอาชีพที่เราทำแล้วมีความสุข มีความภาคภูมิใจ ทำให้เราได้มีโอกาสได้กลับมาทำงานที่บ้าน ได้เลี้ยงดูพ่อแม่ และยังได้ช่วยดูแลคนในชุมชนของเราจริงๆ ใช้ความถนัดด้านภาษา และความเข้าใจคนในชุมชนที่เรามีอยู่ มาช่วยดูแล และให้ความรู้เพื่อให้เขาเหล่านั้นสามารถดูแลตัวเองได้ สานต่อพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่อยากให้คนในชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งทำงานในโรงพยาบาลอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย เราจะเห็นความยากลำบากของคนในพื้นที่ บางคนอยู่ในชนบทห่างไกล การเดินทางไม่สะดวก ทางโรงพยาบาลก็จะมีโครงการออกหน่วยพยาบาลเคลื่อนที่และออกเยี่ยมบ้านผู้ป่วย ทำให้เราเห็นว่ายังมีพื้นที่ห่างไกลอีกจำนวนมากที่ขาดแคลนบริการด้านสาธารณสุข การที่เราได้ไปช่วยเหลือชาวบ้าน เราได้เห็นรอยยิ้มของคนเหล่านั้นแล้วเรามีความสุข”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี