วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569
ช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง การใช้รถใช้ถนนมากมายอาจเกิดเหตุไม่คาดฝัน โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาวหรือเทศกาลสำคัญต่างๆ ที่มีผู้คนสัญจรใช้รถใช้ถนนกันมากมาย จากสถิติที่ผ่านมาพบว่าอุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของประเทศไทย เมื่อเหตุที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นแต่ละวินาทีที่ผ่านไปอาจหมายถึงชีวิต หรือความพิการโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงจัดงาน“Trauma Day : ให้ความรู้ลดการบาดเจ็บและเสียชีวิตในผู้ป่วยวิกฤติจากอุบัติเหตุบนท้องถนน” พร้อมแนะวิธีการช่วยเหลือปฐมพยาบาลและเคลื่อนย้ายผู้ป่วยอย่างถูกวิธี ช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตและลดความสูญเสียได้
นายแพทย์เอกกิตติ์ สุรการ ผู้อำนวยการศูนย์อุบัติเหตุกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ เผยว่ารายงานสถานะความปลอดภัยทางถนนโลก ประจำปี 2015 (Global Status Report on Road Safety 2015) โดยองค์การอนามัยโลก ได้ประมาณจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจร ในปี 2013 ที่ 24,237 คน นอกจากประเทศไทยจะถูกจัดให้เป็นประเทศที่มีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรสูงเป็นอันดับที่สองของโลกแล้ว ประเทศไทยยังถูกจัดให้เป็นประเทศที่มีอันตรายสูงที่สุดในโลกสำหรับรถจักรยานยนต์ โดยมีอัตราการเสียชีวิตต่อประชากรแสนคนอยู่ที่ 26.3 คน
.jpg)
นายแพทย์เอกกิตติ์ สุรการ
“สถิติผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลกรุงเทพ มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทุกปี โดยแต่ละเคสจะมีความซับซ้อนของการบาดเจ็บในหลายอวัยวะ ต้องใช้ทีมแพทย์สหสาขาในการรักษา การเกิดอุบัติเหตุแต่ละครั้งไม่ว่าจะเกิดจากจักรยานยนต์ หรือรถยนต์ การช่วยเหลือความแตกต่างกัน ในเบื้องต้นผู้พบเห็นควรประเมินความปลอดภัยของสถานที่เกิดเหตุว่าอาจเกิดอุบัติเหตุซํ้า
ได้หรือไม่ และสังเกตอาการของผู้บาดเจ็บมีความรุนแรงเพียงใด เพราะหากอาการรุนแรงมาก การเข้าไปช่วยเหลือ หรือเข้าไปเคลื่อนย้ายร่างกายผู้บาดเจ็บในทันทีอาจทำให้อาการรุนแรงมากขึ้น ควรติดต่อขอความช่วยเหลือจากหน่วยกู้ภัยหรือโรงพยาบาลใกล้เคียงโดยเร็วที่สุด
แพทย์หญิงสมจินตนา เอี่ยมสรรพางค์ผู้อำนวยการแผนกฉุกเฉิน โรงพยาบาลกรุงเทพ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การดูแลผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ต้องประเมินสถานการณ์ร่วมกับประเมินการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้น เพื่อวางแผนการเคลื่อนย้ายและดูแลได้อย่างปลอดภัยตามมาตรฐานการดูแลผู้บาดเจ็บ Prehospital Trauma Life Support (PHTLS) ก่อนนำไปส่งยังสถานพยาบาลที่มีความพร้อมอย่างรวดเร็ว ช่วยลดอัตราการเสียชีวิต และความพิการ โรงพยาบาลกรุงเทพมีความพร้อมด้านเวชศาสตร์ฉุกเฉิน ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทาง และทีมสหสาขาวิชาชีพพร้อมให้การดูแลอย่างต่อเนื่อง สามารถให้การดูแลรักษาผู้บาดเจ็บที่ซับซ้อน รุนแรง หรือมีการบาดเจ็บในหลายอวัยวะ เช่น สมอง กระดูก และอวัยวะภายในช่องอก ช่องท้อง รวมถึงภาวะแทรกซ้อนจากสาเหตุอื่นๆ
“ศูนย์อุบัติเหตุกรุงเทพ (Bangkok Trauma Center) เป็นศูนย์กลางในการประสานงาน และอำนวยความสะดวกในการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ รวมทั้งการรับ-ส่งต่อผู้ป่วยทั้งทางบก และทางอากาศ พร้อมรับแจ้งเหตุตลอด 24 ชั่วโมง ที่เบอร์โทร.1724 หรือ 1719 สิ่งสำคัญในการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บคือ ความปลอดภัย รถพยาบาลฉุกเฉินทุกคันจึงมีแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน พร้อมด้วยอุปกรณ์ตามมาตรฐานการช่วยชีวิตขั้นสูง อาทิ เครื่องติดตามสัญญาณชีพ และเครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจ, เครื่องช่วยหายใจ, เครื่องควบคุมการให้ยา และสารนํ้า, เครื่องดูดเสมหะสำหรับดูแลผู้ป่วย เป็นต้น เพื่อดูแลผู้ป่วยในระหว่างการเคลื่อนย้ายจนถึงโรงพยาบาล

เมื่อพบเจอผู้ที่ประสบอุบัติเหตุแล้วได้รับบาดเจ็บทางสมอง นายแพทย์ยอดรัก ประเสริฐศัลยแพทย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลกรุงเทพ แนะนำการช่วยเหลือเบื้องต้นว่า ในกรณีที่ศีรษะได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง ผู้ที่พบเจอจะต้องสังเกตดูว่าผู้ป่วยหมดสติหรือไม่ และยังสามารถตอบโต้พูดคุยได้เป็นปกติหรือไม่ โดยปกติอาการบาดเจ็บที่มีต่อสมองอาจเกิดขึ้นได้ทันทีทันใด หรือมักเกิดปัญหาขึ้นภายใน 24 ถึง 72 ชั่วโมง หลังเกิดเหตุ อาการที่เกิดขึ้นภายหลังจาก 72 ชั่วโมงไปแล้ว ก็อาจเกิดขึ้นได้แต่พบได้น้อยส่วนมากพบในผู้สูงอายุ อาการที่สามารถพบได้หลังเกิดอุบัติเหตุคือ ผู้ป่วยอาจหมดสติทันที หรือมีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง ระดับความรู้สึกตัวน้อยลงซึมหรือหลับมาก ตาพร่ามัว มองเห็นภาพไม่ชัดแขนขาอ่อนแรง และเมื่อพบอาการเหล่านี้ควรพาผู้ป่วยไปพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินอาการบาดเจ็บและรักษาได้อย่างทันท่วงที
“เมื่อมีการบาดเจ็บของศีรษะและสมองเกิดขึ้น อาจส่งผลให้เกิดความผิดปกติในหลายๆ ด้าน อาทิ ความรู้ระดับสติปัญญา ความเข้าใจ พฤติกรรม การรับความรู้สึก และการเคลื่อนไหว ซึ่งผู้ป่วยบาดเจ็บที่ศีรษะอาจจะมีความผิดปกติ หรือบกพร่องในด้านต่างๆ เหล่านี้ อาจมีการสูญเสียความทรงจำระยะสั้นในบางกรณีเมื่อศีรษะได้รับบาดเจ็บรุนแรงและเป็นผลมาจากการที่เซลล์สมองและระบบประสาทได้รับการกระทบกระเทือน การรักษาขึ้นกับระดับความรุนแรงของการบาดเจ็บ ตั้งแต่การเฝ้าสังเกตอาการทางสมองของผู้ป่วย จนถึงการผ่าตัดในรายที่มีเลือดออกในสมองหรือมีภาวะสมองบวม”
ทั้งนี้ อาการผิดปกติของผู้ป่วยบาดเจ็บที่ศีรษะที่ควรมาพบแพทย์โดยด่วนได้แก่ ผู้ป่วยที่มีอาการหมดสติหลังเกิดการบาดเจ็บที่ศีรษะ ผู้ป่วยที่มีอาการชัก เกร็งหรือกระตุก หรือผู้ป่วยมีอาการเพ้อ โวยวาย หรือกระสับกระส่าย ผู้ป่วยมีอาการซึม หรือระดับความรู้ตัวลดลงผู้ป่วยที่มีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง กินยาแก้ปวดก็ไม่ดีขึ้น หรือมีอาการอาเจียนติดต่อกันหลายครั้งมีอาการแขนขาอ่อนแรงหรือมีแรงไม่เท่ากัน มีนํ้าใสๆ หรือเลือดไหลออกจากจมูกหรือหู มีอาการตาลาย มองภาพไม่ชัด แพทย์จะส่งตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมองเพื่อตรวจดูความผิดปกติของสมองและกะโหลกศีรษะ หากมีเลือดออกในสมองหรือมีภาวะสมองบวม แพทย์อาจต้องทำการผ่าตัดสมองเพื่อลดแรงดันในสมองจากการกดทับเนื้อสมอง เพื่อป้องกันอันตรายต่อผู้ป่วยที่จะทำให้เสียชีวิตหรือพิการตลอดชีวิต
อีกทั้ง ในผู้ป่วยที่แพทย์ลงความเห็นว่าเป็นการบาดเจ็บที่ศีรษะในระดับไม่รุนแรง ภายหลังได้รับการรักษาเบื้องต้น และแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ มีความจำเป็นต้องได้รับการเฝ้าสังเกตอาการเปลี่ยนแปลงอย่างใกล้ชิดอีกอย่างน้อย 1-2 วัน (อาจจำเป็นต้องเฝ้าดูอาการนานขึ้นในผู้สูงอายุ บางรายอาจเกิดอาการได้หลายสัปดาห์หลังเกิดอุบัติเหตุ) และหากมีอาการผิดปกติเกิดขึ้น สมควรที่ต้องกลับมาพบแพทย์โดยเร็ว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี