วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569
สาวๆ วัยทำงานในปัจจุบัน ส่วนใหญ่ในปัจจุบัน อาจทำงานยุ่งวุ่นวาย จนอาจลืมตรวจร่างกายประจำปี โดยเฉพาะการตรวจภายใน วันนี้อยากแนะนำโรคยอดฮิตของสาววัยทำงานทำ คือ โรคเนื้องอกในมดลูก เป็นโรคที่ไม่แสดงอาการชัดเจน เกิดขี้นโดยไม่รู้ตัว
ข้อมูลจาก พญ.จิติมา ติยายน นายแพทย์ชำนาญการงานมะเร็งนรีเวช กลุ่มงานสูตินรีเวชศาสตร์ โรงพยาบาลราชวิถี เปิดเผยว่า โรคเนื้องอกในมดลูกมีอาการเด่นๆ คือ ปวดท้องประจำเดือนมากกว่าปกติ มีเลือดออกมากระหว่างรอบเดือน ปัสสาวะบ่อยขึ้นแต่ออกไม่มาก หรือมีอาการท้องผูกผิดปกติ คนไข้ส่วนใหญ่ที่มาพบแพทย์ด้วยอาการปวดท้องประจำเดือนหรือปวดท้องน้อยแบบเรื้อรัง แต่พอตรวจอย่างละเอียดส่วนใหญ่เป็นเนื้องอกในมดลูก ซึ่งโรคนรีเวชจะพบมากในผู้หญิงวัยทำงานอายุ 30-40 ปี หรือประมาณ 20-25% ของผู้หญิงวัยทำงาน คิดเป็น1 ใน 4 โดยมีปัจจัยเสี่ยงคือ 1.กรรมพันธุ์ ซึ่งถ้าคนในครอบครัวเป็นเนื้องอกในมดลูก ทำให้คนอื่นมีโอกาสเป็นมากขึ้น 2.การรับประทานอาหารซึ่งอาหารจำพวกเนื้อ หรือเนื้อแดง เพิ่มความเสี่ยงในการทำให้เกิดเนื้องอกในมดลูกได้สูง
โดยความรุนแรงของอาการเนื้องอกในมดลูกนั้นไม่ส่งผลถึงขั้นเสียชีวิต แต่ก็จะมีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันซึ่งอาจจะทำให้เกิด เช่น เลือดออกมากจนผิดปกติตอนมีประจำเดือนหรือถ้ามีการกดเบียดของก้อนเนื้อก็จะทำให้เกิดอาการปวดท้องได้ อาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน หรือรบกวนการทำงานได้
อย่างไรก็ตาม ปัญหาของผู้ป่วยโรคเนื้องอกในมดลูกนั้นคือ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่ใส่ใจไปตรวจ เพราะคิดว่าเป็นแค่อาการปวดประจำเดือนธรรมดา และบางส่วนมีความเขินอายที่จะมาพบแพทย์เพื่อตรวจภายใน ถึงแม้ว่าอาการโรคเนื้องอกในมดลูก ไม่มีอันตรายถึงชีวิต แต่จากสถิติแล้ว ผู้ป่วยที่เป็นโรคเนื้องอกในมดลูก 1,000 คน จะพบว่ามีโอกาสเป็นมะเร็งได้ 1 คน ซึ่งส่วนมากมักพบในผู้หญิงอายุ 50-60 ปีขึ้นไป ดังนั้นสาวๆ ควรสังเกตอาการเบื้องต้นด้วยตนเอง ควรตรวจสุขภาพ และตรวจภายในอย่างสม่ำเสมอ หรือเมื่อพบว่ามีความผิดปกติควรไปพบแพทย์ทันที
การรักษาโรคเนื้องอกในมดลูก จะเริ่มต้นด้วยการรักษาตามอาการ อาจจะด้วยการให้ฮอร์โมน แต่ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้น ก็จะทำการรักษาโดยการผ่าตัด ซึ่งปัจจุบันโรงพยาบาลราชวิถีมีการพัฒนาเทคโนโลยี จากการผ่าตัดใหญ่ที่จะต้องเปิดแผลหน้าท้อง ซึ่งต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน 7-10 วันมาเป็นการผ่าตัดส่องกล้องผ่านทางช่องคลอด ทำให้คนไข้ไม่มีแผลหน้าท้องเลย แล้วก็เอาก้อนออกหรือมดลูกออกทางช่องคลอด จะเจ็บแผลน้อยกว่าการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้องและใช้เวลาในการพักฟื้นน้อยกว่า ใช้เวลาพักฟื้น2-3 วัน ก็สามารถกลับไปทำงานได้แล้ว สำหรับการดูแลตัวเองหลังการรักษา ควรงดกิจกรรมหนักประมาณ 2 สัปดาห์ดูแลแผลผ่าตัด และกลับมาตรวจตามนัดของแพทย์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อติดตามผลการรักษา
สำหรับหน่วยนรีเวช โรงพยาบาลราชวิถี เปิดทำการตรวจรักษาโรคเกี่ยวกับนรีเวชมามากกว่า 60 ปี ซึ่งในแต่ละปีมีผู้ป่วยเข้าทำการรักษา กว่า 50,000 คน และต้องรักษาด้วยการผ่าตัดกว่า 1,500 คน โดย 80% เป็นผู้ป่วยส่งต่อมาจากโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันโรงพยาบาลราชวิถี มีพื้นที่ในการอำนวยความสะดวก และการรักษาค่อนข้างจำกัด ซึ่งทำให้เกิดข้อจำกัดในการรักษา แต่ประมาณปลายปีนี้ เมื่ออาคารศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลราชวิถีสร้างเสร็จ ก็จะสามารถเปิดรักษาผู้ป่วยได้มากขึ้นและลดระยะเวลาของการรอรับการรักษาของผู้ป่วยได้ ทั้งนี้ อาคารศูนย์การแพทย์แห่งใหม่นี้ยังขาดแคลนเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ อยู่อีกมาก ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมแบ่งปันน้ำใจร่วมสมทบทุนซื้อเครื่องมือแพทย์ผ่านมูลนิธิรพ.ราชวิถี บัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ สาขา รพ.ราชวิถี ประเภทบัญชี ออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 051-2-16322-1 หรือ สอบถามรายละเอียดได้ที่โทร.02–3547997-9 หรือ http://www.rajavithihospitalfoundation.org
ทั้งนี้ การดูแลสุขภาพตนเองให้ห่างไกลโรคเนื้องอกในมดลูกสามารถทำได้โดยสร้างภูมิคุ้มกันให้ดี เช่น การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียด ทำจิตใจให้แจ่มใส และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์จำพวกผัก ผลไม้ เนื้อปลาให้มากขึ้น และลดอาหารจำพวกเนื้อแดง ซึ่งมีพวกสารเคมี ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดโรคได้ หมั่นตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ เพียงเท่านี้สาวๆ วัยทำงานทั้งหลายก็จะมีสุขภาพดี ลุยงานได้ต่อไปอีก
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี