วันศุกร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
มะเร็งเม็ดเลือดขาวและมะเร็งต่อมน้ำเหลือง เป็นโรคมะเร็งที่เกิดจากความผิดปกติของเซลล์เม็ดเลือดขาวในระบบเลือดและระบบน้ำเหลือง ส่งผลให้เซลล์เม็ดเลือดขาวมีการแบ่งตัวอย่างผิดปกติ ไม่สามารถทำหน้าที่ป้องกันการติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม อาจส่งผลกระทบต่ออวัยวะต่าง ๆ และเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ อย่างไรก็ตาม ด้วยความก้าวหน้าทางการแพทย์ในปัจจุบัน ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากมีโอกาสรักษาให้หายขาดหรือสามารถควบคุมโรคได้เป็นเวลานาน
.png)
มะเร็งเม็ดเลือดขาว (Leukemia) เป็นโรคที่เกิดจากไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดขาวที่ผิดปกติและมีจำนวนมากเกินไป ทำให้รบกวนการสร้างเม็ดเลือดแดง เกล็ดเลือด และเม็ดเลือดขาวปกติ ผู้ป่วยมักมีอาการซีด เหนื่อยง่าย มีไข้ เลือดออกง่าย หรือมีการติดเชื้อบ่อย
มะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma) เป็นมะเร็งของระบบน้ำเหลือง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย มักมีอาการต่อมน้ำเหลืองโตบริเวณคอ รักแร้ หรือขาหนีบ รวมถึงอาจมีไข้ เหงื่อออกตอนกลางคืน น้ำหนักลด และอ่อนเพลีย
มะเร็งเม็ดเลือดขาวและมะเร็งต่อมน้ำเหลืองเป็นโรคที่สามารถรักษาได้ หากได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและได้รับการรักษาที่เหมาะสม ความก้าวหน้าทางการแพทย์ เช่น การรักษาแบบมุ่งเป้า ภูมิคุ้มกันบำบัด และการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด ได้ช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง
.png)
ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง รองคณบดี
ข้อมูลจาก ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง รองคณบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และ เลขาธิการกองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เปิดเผยว่า ตลอดเวลากว่า 3 ทศวรรษที่ผ่านมา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มุ่งมั่นพัฒนาการรักษาผู้ป่วยด้วยองค์ความรู้และนวัตกรรมทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง โดยได้เริ่มดำเนิน โครงการปลูกถ่ายไขกระดูก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532 เพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วยโรคทางโลหิตวิทยาและโรคซับซ้อนที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดด้วยวิธีทั่วไปได้ อาทิ มะเร็งเม็ดเลือดขาว (Leukemia มะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma) โรคไขกระดูกฝ่อ รวมถึง โรคโลหิตจางทางพันธุกรรมบางชนิด และโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง
จากความสำเร็จในการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตจากพี่น้องสายเลือดเดียวกัน สู่การพัฒนาการรักษาที่สามารถใช้ผู้บริจาคที่ไม่ใช่ญาติ และในปัจจุบันสามารถใช้ผู้บริจาคที่มีเนื้อเยื่อไม่ตรงกันที่ได้จากญาติสายตรงได้สำเร็จ ซึ่งนับเป็น แห่งแรกของประเทศไทย จนถึงวันนี้ มีผู้ป่วยมากกว่า 1,800 ราย ในช่วงอายุตั้งแต่ แรกเกิด จนถึง 65 ปี ที่ได้รับการรักษาและมีชีวิตใหม่จากการรักษาด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต
.png)
เดิมทีการรักษาด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตเป็นแนวทางการรักษาใหม่ ยังไม่เป็นที่แพร่หลาย จึงมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก และยังไม่ครอบคลุมการเบิกจ่ายตามสิทธิการรักษาต่าง ๆ ทำให้ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคมะเร็งทางโลหิตและโรคเรื้อรังรุนแรง ต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านทุนทรัพย์ จึงได้มีการระดมทุนเพื่อช่วยเหลือค่ารักษามาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงพลังของการให้ที่เปลี่ยนชีวิตผู้ป่วยได้อย่างแท้จริง ปัจจุบันได้พัฒนาการรักษาที่สามารถใช้ผู้บริจาคที่ไม่ใช่ญาติ และยังสามารถใช้ผู้บริจาคที่มีเนื้อเยื่อไม่ตรงกันได้แก่ จากบิดาหรือมารดาให้ลูก หรือจากลูกให้บิดาหรือมารดาสำเร็จดังกล่าวมาแล้ว ดังนั้นยังต้องมีการระดมทุนต่อเนื่องอีกมาก เนื่องจากการใช้เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตจากผู้บริจาคที่มีเนื้อเยื่อไม่ตรงกันนี้ไม่สามารถเบิกจ่ายจากสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้
ท่ามกลางวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง บุคลากรทางการแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ได้ต่อยอดงานวิจัยด้านการรักษาด้วยเซลล์และยีนบำบัด จนสามารถนำมาใช้ในการรักษาผู้ป่วยได้จริง โดยเฉพาะในกลุ่มโรคที่เคยถูกมองว่า “รักษาไม่ได้” หรือมีทางเลือกจำกัด หนึ่งในนวัตกรรมสำคัญคือ CAR CD19 T-cell ซึ่งใช้ในการรักษาผู้ป่วย มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดดื้อต่อการรักษา มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดรุนแรง และผู้ป่วยที่โรคกลับมาเป็นซ้ำหลายครั้ง การรักษานี้เป็นการนำเม็ดเลือดขาวของผู้ป่วยเองหรือผู้บริจาคมาตัดต่อพันธุกรรมในห้องปฏิบัติการ ก่อนนำกลับเข้าสู่ร่างกายเพื่อให้เซลล์ภูมิคุ้มกันสามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้อย่างตรงเป้าหมายและเป็นการรักษาเฉพาะบุคคลอีกด้วย
.png)
แม้การรักษาด้วยเซลล์และยีนบำบัดได้รับการยอมรับในระดับสากล แต่ในต่างประเทศมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 15 ล้านบาทต่อรายสำหรับ CAR CD19 T-cell แต่ด้วยศักยภาพของบุคลากรการแพทย์ของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี สามารถพัฒนาการรักษาที่มีคุณภาพเทียบเท่ามาตรฐานสากล และลดค่าใช้จ่ายลงได้ถึง 10–20 เท่า อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายนี้ก็ยังคงเกินกำลังของผู้ป่วยจำนวนมาก และยังไม่ได้รับการสนับสนุนการเบิกจ่ายจากภาครัฐในปัจจุบัน โดยปัจจุบันได้รักษาผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวและมะเร็งต่อมน้ำเหลืองด้วย CAR CD19 T cell ไปแล้ว 40 ราย ได้ผลโดยรวมถึงร้อยละ 70 ของผู้ป่วยโรคสงบปลอดโรคอย่างน้อย 2 ปี โดยผู้ป่วยเหล่านี้ดื้อต่อการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดและยามุ่งเป้ามาหลายขนานแล้ว
.png)
โครงการนี้ไม่เพียงช่วยต่อชีวิตผู้ป่วยโรคมะเร็ง แต่ยังเป็นการเพิ่มศักยภาพระบบการรักษาของประเทศ พัฒนาบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ต่อยอดงานวิจัย และวางรากฐานสำคัญในการผลักดันให้การรักษาด้วยเซลล์และยีนบำบัดได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐในอนาคต
เพราะทุกชีวิตมีคุณค่า และนวัตกรรมทางการแพทย์ จะเกิดความหมายสูงสุดได้ เมื่อถูกส่งต่อถึงผู้ป่วยที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง
โดยกองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ และมูลนิธิคุณแม่คุณภาพ ได้ให้ความช่วยเหลือมาตลอดเป็นระยะเวลากว่า 25 ปี สนับสนุนโครงการดังกล่าว ทั้งนี้ได้ช่วยเหลือผู้ป่วยทั้งประเทศที่ได้มีการส่งต่อมารับการรักษาด้วยนวัตกรรมที่ทันสมัยดังกล่าว
กองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์ฯ คืนชีวิตใหม่..ให้ผู้ป่วยมะเร็งเด็ก
นับตั้งแต่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงรับกองทุนโรคมะเร็งในเด็กไว้ในพระอุปถัมภ์ จวบจนปัจจุบันเป็นเวลากว่า 20 ปีแล้วที่ทรงมีพระเมตตาช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งเด็กที่ยากไร้ทั่วประเทศในรพ.กว่า 20 แห่ง รูปแบบในการให้ความช่วยเหลือของกองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ คือ ช่วยค่าใช้จ่ายสำหรับการรักษา รวมทั้งค่ายา ค่าเดินทางมาตรวจรักษา ค่าที่พัก เวชภัณฑ์ต่างๆด้วย ที่ผ่านมาผลงานสำคัญที่เป็นที่ประจักษ์ในระดับนานาชาติ ที่ได้รับการช่วยเหลือจากกองทุน คือ การเพิ่มอัตราการหายขาดเพิ่มขึ้นในโรคมะเร็งต่อมหมวกไตในระยะแพร่กระจายจากไม่ถึง 20% เพิ่มเป็น 50% โดยการใช้ยาเคมีบำบัดตัวใหม่ นอกจากนี้ได้ช่วยเหลืองานวิจัยการรักษาโรคมะเร็งสมองโดยใช้ชีวโพลิเมอร์กับยามะเร็ง SN38 เป็นต้น สามารถร่วมบริจาคได้ที่บัญชี “กองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์ฯ” SCB สาขาอ่อนนุช เลขที่บัญชี 133-2-08742-3 โทร 0-2718-3800 ต่อ 123 ใบเสร็จนำไปลดหย่อนภาษีได้ รายละเอียดที่ http://www.thaichildrencancerfund.org/
13 กรกฎาคม นี้ ตรงกับวันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ขอทรงพระเจริญยิ่งยืนนานและขอถวายพระพรให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี