วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
รื้อคดีนำเข้าไม้สักพม่า
เช็คบิล‘ธาริต’
ส่อใช้ดุลพินิจ‘มิชอบ’
ไม่ฟ้องเอกชนสำแดงเท็จ
เร่งคืนของกลางค่า200ล.
‘บิ๊กต๊อก’สั่งปลัดยธ.ลุย
พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ว่า พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม สั่งการให้ พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการใช้ดุลพินิจสั่งคดีโดยมิชอบของนายธาริต เพ็งดิษฐ์ ขณะดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตามที่นายปิยะชาติ อำนวยเวช ได้เข้าร้องขอความเป็นธรรม ให้ตรวจสอบการสั่งไม่ฟ้องคดีบริษัทอันตน จำกัด นำเข้าไม้สักแปรรูปจากประเทศพม่ามูลค่า 204 ล้านบาท โดยหลีกเลี่ยงกฎหมาย
ทั้งนี้ปลัดกระทรวงยุติธรรมได้มอบหมายให้ตนตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะคดีดังกล่าวแม้อัยการจะมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องผู้ต้องหาไปแล้ว แต่หากตรวจสอบพบความผิดปกติในการใช้ดุลยพินิจสั่งคดีของอดีตอธิบดีดีเอสไอ หรือปรากฏพยานหลักฐานใหม่ ก็สามารถรื้อฟื้นคดีขึ้นสอบสวนใหม่ได้
รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวอีกว่า สำหรับคดีบริษัทอันตน ดีเอสไอได้รับเป็นคดีพิเศษไว้เมื่อปี 2553 โดยครั้งแรกอธิบดีดีเอสไอมีคำสั่งแต่งตั้งนายชาติชาย โทสินธิติ ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษ ภาคเหนือ เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน แต่ต่อมาได้มีคำสั่งเปลี่ยนแปลงให้นายชำนาญ ฉันทวิทย์ ผบ.สำนักคดีภาษีอากร เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน จากนั้นพนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนสั่งฟ้องบริษัทอันตนกระทำผิดกฎหมาย ร่วมกันนำไม้สักแปรรูปเข้ามาในราชอาณาจักร โดยสำแดงเท็จไม่มีใบสำแดงถิ่นกำเนิน (C/O) หรือหลักฐานการอนุญาตส่งออกไม้จากประเทศพม่า แต่รองอธิบดีดีเอสไอในขณะนั้นได้ทำความเห็นเสนอไปยังอธิบดีดีเอสว่า สมควรสั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากผู้ต้องหาไม่มีเจตนาหลบเลี่ยงภาษี ส่วนไม้สักของกลางให้อายัดไว้จนกว่าคดีจะถึงที่สุด ต่อมาในการพิจารณาชั้นอัยการก็มีความเห็นสั่งไม้ฟ้องตามข้อเสนอของอธิบดีดีเอสไอ และคืนไม้สักของกลางให้บริษัทอันตน
แหล่งข่าวจากกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงคดีบริษัทอันตนทำรายงานถึงปลัดกระทรวงยุติธรรม โดยระบุว่า ผลการตรวจพบความผิดปกติ รวม 5 ประเด็น ดังนี้
1.ในการสั่งไม่ฟ้องคดีของอธิบดีดีเอสไอมีความเห็นว่าผู้ต้องหาขาดเจตนาในการกระทำความผิดตามพ.ร.บ.ศุลกากร มาตรา 27 ทั้งที่พนักงานสอบสวนมีความเห็นว่า การหลีกเลี่ยงข้อห้ามหรือข้อจำกัดนั้น ไม่จำเป็นต้องพิจารณาว่าผู้ต้องหามีเจตนาจะฉ้อภาษีของรัฐหรือไม่
2.มีการเร่งรัดคืนไม้ของกลางให้บริษัทอันตน โดยอธิบดีดีเอสไอมีหนังสือถึงผู้ต้องหาแจ้งผลการเพิกถอนอายัด ในวันที่ 16 ก.พ. 55 ก่อนอัยการจะมีคำสั่งไม่ฟ้องเด็ดขาดในวันที่ 21 ก.พ.55 โดยคำสั่งไม่ฟ้องดังกล่าวส่งถึงดีเอสไอในวันที่ 24 ก.พ.55
3.กรณีสั่งไม่ฟ้องโดยอ้างอนุสัญญาบาเซโลนาเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ใช้หลักฐานการอนุญาตส่งออกไม้จากพม่าไปยังประเทศลาว ซึ่งไม่มีพื้นที่ติดทะเล อย่างไรก็ตามกฎหมายไทยทั้งประกาศกระทรวงพาณิชย์และมติคณะกรรมการความมั่นคงชายแดน ระบุชัดว่า ถ้าเป็นการนำเข้าไม้จากพม่าต้องมีหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดทุกกรณี เนื่องจากเป็นเรื่องที่กระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ไม่สามารถนำอนุสัญญาบาเซโลนามาปรับใช้ได้
4.การปรับย้ายนายชาติชายพร้อมพนักงานสอบสวนที่เข้าตรวจค้น ยึด อายัดไม้ของกลางรวม 4 ราย และเป็นผลให้พนักงานสอบสวนทั้ง 4 รายถูกบริษัทอันตนฟ้องเรียกค่าเสียหาย 40 ล้านบาท ต่อมาศาลพิพากษายกฟ้องเนื่องจากบริษัทอันตนไม่สามารถนำใบรับรองถิ่นกำเนิด หรือหลักฐานใบอนุญาตให้ส่งออกไม้จากพม่ามาแสดง
และ5 ภายหลังการสอบสวนคดีเสร็จสิ้นได้ปรากฏคำเบิกความของนายพิเชษฐ เลิศล้ำอำไพวงษ์ ซึ่งเป็น 1 ในผู้ต้องหาที่เบิกความต่อศาลจังหวัดแม่ฮ่องสอนว่า เป็นผู้รับมอบหมายจากบริษัทอันตนให้เป็นผู้ดำเนินศุลกากรในการนำเข้าไม้ ทราบดีว่าการขออนุญาตนำเข้าไม้จากพม่ามีกฎหมายและระเบียบที่ต้องมีเอกสารใบรับรองถิ่นกำเนิดหรือหลักฐานการอนุญาตให้ส่งออกไม้ของประเทศพม่า มิเช่นนั้นจะไม่สามารถนำไม้เข้ามาในราชอาณาจักรได้เลย ซึ่งคำเบิกความดังกล่าวไม่เคยปรากฏในการสอบสวนของดีเอสไอ จึงถือเป็นหลักฐานใหม่ และหลักฐานชิ้นสำคัญที่ชี้ถึงเจตนาว่า ผู้ต้องหาจงใจฝ่าฝืนกฎหมาย
แหล่งข่าวจากกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยด้วยว่า บันทึกการตรวจสอบข้อเท็จจริงเสนอให้ปลัดกระทรวงยุติธรรม ส่งเรื่องไปให้นางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีดีเอสไอ สั่งการให้พนักงานสอบสวนรวบรวมหลักฐานในคดีนี้ใหม่อีกครั้ง โดยไม่จำเป็นต้องเสนอให้คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) พิจารณา เนื่องจากเป็นคดีพิเศษเดิมอยู่แล้ว พร้อมให้คืนตำแหน่งให้กับนายชาติชายและพนักงานสอบสวนอื่นๆ ซึ่งถูกย้ายจากผอ.ศูนย์ปฏิบัติการภาคเหนืออย่างไม่เป็นธรรมต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี