วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
11 ก.พ.59 จากผลสำรวจความต้องการรถยนต์พลังงานไฟฟ้า หรือ Electric Vehicle ในตลาดโลก นับตั้งแต่ปี 2011 ที่มีความต้องการประมาณ 40,000 คัน มาเป็น 265,000 คัน ในปี 2013 และยังคงมีความต้องการแบบก้าวกระโดด โดยคาดว่าความต้องการรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในตลาดโลก ในปี 2018 จะขึ้นสูงถึง 541,000 คัน สอดคล้องกับการทำนายทิศทางการเติบโตของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนับตั้งแต่ปี 2015
ล่าสุด สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร ได้ลงนามความร่วมมือกับบริษัท FOMM Corporation ประเทศญี่ปุ่น และบริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) จัดทำโครงการทดสอบรถยนต์ส่วนบุคคลพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเป็นงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมในเชิงองค์ความรู้ เพื่อต่อยอดไปสู่การผลิตในเชิงพาณิชย์ต่อไปในอนาคต
โครงการวิจัยรถยนต์ส่วนบุคคลพลังงานไฟฟ้า เป็นรถยนต์ส่วนบุคคลขนาดเล็ก 4 ที่นั่ง ซึ่งออกแบบตัวถังให้กันน้ำ สามารถวิ่งได้ในสภาพน้ำท่วมขัง ตลอดจนสะดวกต่อการถอดเปลี่ยนและชาร์จได้ด้วยไฟบ้านทั่วไป เพื่อเป็นกรณีศึกษาในการวิจัยต่อยอดและพัฒนาทดสอบสมรรถนะ พร้อมวิเคราะห์ความต้องการของตลาดสำหรับการออกแบบการผลิต ภายใต้โครงการเครือข่ายศูนย์ส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็งให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาของภาคเอกชนในประเทศไทย สาขาสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร ที่มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยให้มีศักยภาพเชิงนวัตกรรมมากยิ่งขึ้น สอดรับกับนโยบายของภาครัฐในการเสริมแกร่งอุตสาหกรรมหลักของไทย ให้สามารถสร้างรายได้เพิ่มให้กับประเทศอย่างก้าวกระโดด พร้อมรองรับความต้องการใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่การเป็น "ฮับ" การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำแห่งอาเซียน

ด้าน นายสมนึก ตั้งเติมสิริกุล ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร กล่าวว่า การดำเนินเครือข่ายความร่วมมือดังกล่าว ทาง FOMM Corporation บริษัทผู้บุกเบิกผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจากประเทศญี่ปุ่น ได้ส่งมอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าต้นแบบจำนวน 1 คัน เพื่อใช้ในโครงการความร่วมมือทดสอบสมรรถนะและการใช้งานภายใต้สภาพแวดล้อมของไทย ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการเครือข่ายฯ ในการพัฒนางานวิจัย และบุคคลากรร่วมกับภาคเอกชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยนักศึกษา นักวิจัย และคณาจารย์ของสถาบันฯ จะได้ร่วมทดสอบสมรรถนะภายในมหาวิทยาลัย ทำการศึกษาวิจัยและวิเคราะห์ความต้องการของตลาด ตลอดจนประเมินแนวทางการพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพในด้านต่างๆ ที่สูงขึ้น เพื่อความสะดวกสบายในการใช้งาน ผ่านการปรับโครงสร้างให้มีพื้นฐานที่เหมาะสม อาทิ การบริการสถานที่ชาร์จแบตเตอรี ระยะทางที่เหมาะสมในการจัดวางสถานี พฤติกรรมการขับขี่ที่ประหยัดพลังงานและปลอดภัย ระบบติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่กับยานยนต์ และระบบอำนวยความสะดวกต่อผู้ขับขี่

ขณะที่ นายพงษ์ชัย ชัยจิรวิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจการตลาด บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บางจากมีสถานีบริการน้ำมันกระจายอยู่กว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ จึงมีความพร้อมที่จะจัดเตรียมให้สถานีบริการน้ำมันบางจากเป็นจุดให้บริการชาร์จไฟและถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่ รวมทั้งเป็นศูนย์ซ่อมบำรุงขนาดย่อม เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต ความร่วมมือครั้งนี้จะนำพาประเทศไทยสู่นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนและอนาคตที่ดีของคนไทย
.jpg)
Mr.Hideo Tsurumaki ประธานกรรมการบริหาร บริษัท FOMM Corporation กล่าวว่า จุดเด่นของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ได้พัฒนาปรับปรุงขึ้นมาเป็นรุ่นที่ 3 แล้ว โดยเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าขนาด 4 ที่นั่ง ที่เล็กที่สุดคันแรกของโลก (เปิดตัวเมื่อเดือน ก.พ.57) มีการออกแบบตัวถังรถให้กันน้ำ (Bath Tub Design) และมีขอบล้อที่มีลักษณะเป็นใบพัด ทำให้สามารถลอยตัวและขับเคลื่อนได้ในน้ำ แบตเตอรี่ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานหลักได้ถูกออกแบบให้เป็นรูปแบบของคาสเซ็ท (Cassette) ทำให้สะดวกต่อการถอดเปลี่ยนและชาร์จได้ด้วยไฟบ้านทั่วไป ภายในติดตั้งด้วยระบบทำความเย็นกำลังสูงและประหยัดพลังงาน และมีระบบส่งกำลังแบบเฉพาะโดยมีมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนภายในล้อ (In-Wheel Motor Design)
.jpg)
นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มุ่งเน้นการศึกษาวิจัย และผลิตบุคลากรคุณภาพ ป้อนอุตสาหกรรมไทยมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ด้วยเล็งเห็นความสำคัญของภาคอุตสาหกรรมอันเป็นหลักฐานในการพัฒนาเศรษฐกิจของไทย โดยล่าสุดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้จับมือกับ FOMM Corporation เปิดทดสอบรถยนต์ส่วนบุคคลพลังงานไฟฟ้า ภายในบริเวณมหาวิทยาลัยเป็นครั้งแรกของไทย พร้อมเตรียมวิจัยและพัฒนานวัตกรรมในเชิงองค์ความรู้ เพื่อต่อยอดไปสู่การผลิตในเชิงพาณิชย์ต่อไปในอนาคต
.jpg)
ทั้งนี้ รถยนต์พลังงานไฟฟ้าถือเป็นกลุ่มสินค้านวัตกรรมอนาคตไกล ที่มีโอกาสในการเติบโตสูงจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่าตลาดโลกจะมีความต้องการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าประมาณ 541,000 คัน ในปี พ.ศ.2562 (จากความต้องการประมาณ 40,000 คัน ในปี พ.ศ.2554) สำหรับประเทศไทยที่มีความพร้อมทางด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ในระดับแนวหน้าของอาเซียน อันสะท้อนผ่านโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก (Eastern seaboard) นั้นถือได้ว่ามีศักยภาพทั้งในด้านบุคลากรและแหล่งวัตถุดิบ ที่จะสามารถต่อยอดประเทศไทยไปสู่การเป็น "ฮับ" ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าชั้นนำแห่งอาเซียนได้
.jpg)
อย่างไรก็ตาม รถยนต์พลังงานไฟฟ้านั้นยังเป็นเรื่องใหม่ที่ต้องใช้เวลาในการศึกษาและพัฒนา โดยความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยนำมาซึ่งองค์ความรู้ที่ทันสมัย ตลอดจนช่วยยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยในเชิงนวัตกรรม อันจะเป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมแกร่งอุตสาหกรรมหลักของไทย ให้สามารถสร้างรายได้เพิ่มให้กับประเทศอย่างก้าวกระโดด สอดคล้องกับนโยบายที่ภาครัฐกำลังขับเคลื่อนอยู่ในปัจจุบัน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี