วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
นายกฯบี้ธัมมชโยมอบตัว
ถ้ามั่นใจไม่ผิด
ลั่นดำเนินตามกฎหมาย
ชุดสอบสวนยันงานเข้าเป้า
ปิดช่องทางขอประกันตัว
ธรรมกายจัดอุปสมบทหมู่
ความคืบหน้ากรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ประสานกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำหมายค้นเข้าไปในวัดพระธรรมกาย ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานีเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน เพื่อจับกุมพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร แต่ก็ไม่สามารถเข้าถึงตัวพระธัมมชโยได้ เนื่องจากกลุ่มลูกศิษย์ที่ปักหลักอยู่บริเวณประตู 5 ไม่ยอมให้ผ่านเข้าไปได้ พร้อมกันนี้ ยังได้มีการอ่านแถลงการณ์ ระบุว่า พระธัมมชโยจะมอบตัวเมื่อประเทศเป็นประชาธิปไตยนั้น
นายกฯชี้โล่มนุษย์ขวางจับกุม
เมื่อเวลา 17.40 น. วันที่ 18 มิถุนายน ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางกลับเยือนสาธารณรัฐอินเดีย ถึงการที่พระธัมมชโยยังไม่ยอมมอบตัวตามหมายจับ ว่า ปัญหานี้อยู่ที่คน ระบบ สังคม สื่อ กฎหมาย เอามาเทียบกันไม่ได้ ทุกคนก็รู้ปัญหากันดีอยู่ เมื่อถามว่า กลุ่มลูกศิษย์อ้างถ้าบ้านเมืองยังไม่เป็นประชาธิปไตย จะยังไม่มอบตัว นายกฯกล่าวว่า ก็รอไปแล้วกัน จับได้เมื่อไหร่ก็จับตอนนั้น ตอนนี้จับไม่ได้ เพราะประชาชนยังเป็นโล่มนุษย์อยู่
ท้ามอบตัวหากมั่นใจบริสุทธิ์
“มันถูกต้องหรือไม่ ถ้าไม่ทำอะไรผิด ถ้าบริสุทธิ์ก็ออกมามอบตัวแค่นั้นก็จบแล้ว ไม่มีข้อโต้แย้งอะไรทั้งสิ้น จะคิดจะทำอะไรก็ตามใจท่านก็แล้วกัน แต่กฎหมายเขาเขียนไว้ว่าอย่างไร ก็จะต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย มีขั้นตอนของมันอยู่ ไม่ต้องมารอ ถ้ารอรัฐบาลประชาธิปไตย แล้วที่ผ่านมามีหรือไม่ประชาธิปไตย มีรัฐบาลประชาธิปไตยหรือเปล่า และคดีนี้เกิดในสมัยนั้นหรือเปล่า และได้ดำเนินการอะไรหรือไม่” นายกฯ กล่าว
ไม่อยากรุนแรงแต่ต้องยึดกม.
เมื่อถามต่อว่า ต้องรอให้พระธัมมชโยมามอบตัวก่อนใช่หรือไม่ นายกฯ ตอบว่า จับได้เมื่อไหร่ก็จับ ถ้าจับยังไม่ได้ ประชาชนล้อมอยู่ จับไปก็เสียหายมีอันตรายกับคนอื่น ก็ยังไม่จับ ถ้าจับก็ตีกัน หรืออยากให้จับก็ไปด้วยกัน ไปเป็นพยานด้วย ว่าใครเป็นคนใช้อาวุธ หรือใช้กำลังก่อน การที่ทหาร ตำรวจ ใช้กำลังเข้าไป เขาก็มีความเสี่ยง เขาไม่ได้อยากทำหรอก แต่เขาต้องถือกฎหมาย เขาก็เป็นไทยพุทธเหมือนกัน และทำไมในเมื่อเป็นคนไทยพุทธเหมือนกัน ทำไมถึงหาทางออกไม่ได้ เจ้าหน้าไม่มีทางออกอย่างอื่น มีแต่กฎหมายอย่างเดียวทุกเรื่อง
ยันปฎิบัติการเข้าเป้าตามแผน
แหล่งข่าวจากชุดสอบสวนการดำเนินคดีกับพระธัมมชโย เปิดเผยว่า ตามที่สื่อมวลชนเสนอข่าวว่าการเข้าตรวจค้นครั้งนี้ล้มเหลว ขอปฏิเสธว่าไม่ใช่ และยืนยันว่าเป็นปฏิบัติการที่สมบูรณ์ตามความตั้งใจ วัตถุประสงค์เพื่อจะดำเนินคดีกับผู้ที่ขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ แต่สิ่งสำคัญคือการปิดช่องทางการประกันตัวของพระธัมมชโย เพราะต่อไปหลังจากพระธัมมชโยถูกจับแล้ว จะยื่นประกันเพื่อขอปล่อยชั่วคราวต่อศาลจะทำได้ยาก เนื่องจากภาพเหตุการณ์ต่างๆ ระหว่างการเข้าตรวจค้น ได้ถูกเจ้าหน้าที่นำไปรายงานผลการเข้าตรวจค้นต่อศาลแล้ว ทั้งนี้ การดำเนินการครั้งนี้เป็นมาตรการกดดัน หากจะจับจริงๆ คงไม่ทำแบบนี้
ฟันกลุ่มขัดขวางเจ้าหน้าที่ก่อน
“การขอหมายค้นคงจะขอเรื่อยๆ และต้องรอการประชุมร่วมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง หากขอหมายค้นครั้งหน้าอาจมีเป้าหมายไปที่รองเจ้าอาวาสวัดธรรมกายในฐานะผู้ปกครองวัด แต่ในขณะนี้ดำเนินการตามกฎหมายกับบุคคลที่ขัดขวางไปก่อน อาทิ กลุ่มพระสงฆ์ที่เป็นแกนนำ กลุ่มบุคคลที่นำรถแบ็กโฮมากั้นประตูหรือปิดถนน” แหล่งข่าวกล่าว
แหล่งข่าวรายเดิม ระบุด้วยว่า ในด้านสำนวนต้องรออัยการสั่งคดี อัยการต้องตรวจสอบสำนวนหรือสั่งสอบเพิ่มเติมบางประเด็น ขณะนี้กำลังประสานกระบวนการสั่งสอบเพิ่มเติมให้เร็วยิ่งขึ้นเพื่อให้ทันในวันที่ 13 กรกฎาคมนี้ อัยการจะได้มีความเห็นทางคดีได้
เจ้าสัวบุญชัยปลุกป้องธัมมชโย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์บทสัมภาษณ์ของ นายบุญชัย เบญจรงคกุล นักธุรกิจหมื่นล้าน ที่อยู่ในกลุ่มญาติธรรมวัดพระธรรมกาย ที่ให้สัมภาษณ์ในรายการ “ข่าวเคลียร์ ข่าวชัด วัดพระธรรมกาย” เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน มีใจความว่า ขอเชิญชวนให้มาร่วมกันปฏิบัติธรรมครั้งใหญ่ ที่วัดพระธรรมกาย เพื่อนำความสันติสุขมาสู่ประเทศไทย เพื่อให้พระธัมชโยได้รับความยุติธรรม ให้พ้นมลทินที่ถูกใส่ร้าย มาได้ทั้งประเทศยิ่งดี และให้เริ่มเดินทางมาได้เลย
ธรรมกายจัดอุปสมบทหมู่กว่า100รูป
วันเดียวกัน ที่สภาธรรมกายสากล วัดพระธรรมกาย ได้จัดพิธีบรรพชาอุปสมบทหมู่ธรรมทายาท 2 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่ธรรมทายาท ระดับอุดมศึกษา รุ่นที่44 และ 2.โครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่ธรรมทายาทพุทธศาสตร์ รุ่นที่ 2
พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผอ.สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย กล่าวว่า วัดพระธรรมกายจัดพิธีบรรพชาอุปสมบทหมู่ธรรมทายาท โดยได้รับความเมตตาจาก พระครูมงคลกิจจารักษ์ เจ้าคณะอำเภอคลองหลวง วัดมงคลพุการาม เป็นพระอุปัชฌาย์ สำหรับพิธีเริ่มขึ้นในเวลา 06.00 น. เป็นพิธีเวียนประทักษิณรอบมหาธรรมกายเจดีย์ ต่อด้วยพิธีวันทาเจดีย์ เวลา 07.45 น. เป็นพิธีขอขมา รับผ้าไตร และพิธีขอบรรพชา จากนั้น พระอุปัชฌาย์ให้โอวาท และคล้องอังสะแก่นาคธรรมทายาท เวลา 09.30 น. นาคธรรมทายาทประกอบพิธีขอสรณคมน์ และขอศีล เสร็จพิธีเวลา 10.00 น. จากนั้นสามเณรพิธีอุปสมบทหมู่ต่อไป
พระสนิทวงศ์ กล่าวต่อว่า สำหรับพิธีบรรพชาอุปสมบทหมู่ครั้งนี้ มีจำนวน 100 กว่ารูป มาจากจังหวัดต่างๆ อาทิ กรุงเทพ ปทุมธานี นครปฐม เชียงใหม่ พิษณุโลก ร้อยเอ็ด เป็นต้น โดยเปิดโอกาสให้เยาวชนชายเข้ามาบวชในช่วงปิดภาคเรียน เพื่อเป็นการตอบแทนพระคุณบิดามารดา ได้เรียนรู้และพัฒนาศักยภาพชีวิตตามหลักพุทธวิธี โดยผู้บวชจะได้รับการฝึกฝนอบรมตนเอง ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ และได้ฝึกสมาธิ นอกจากนี้ยังสามารถนำความรู้จากการเข้ารับการฝึกอบรมในโครงการไปใช้ประโยชน์ในการเรียนการศึกษาและชีวิตประจำวันได้ด้วย
เข้มงวดความปลอดภัยเช่นเคย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศที่วัดพระธรรมกายในวันเดียวกันนี้ เป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย ยังคงมีผู้ที่เดินทางมาปฎิบัติธรรมที่ห้องแก้วสารพัดนึกจำนวนหลายพันคนดังเช่นทุกวัน และทางวัดไม่ได้มีการแถลงถึงท่าทีและแนวทางการเคลื่อนไหวใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนที่สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ยังมีเจ้าหน้าที่มาคอยอำนวยความสะดวกและให้บริการด้านข้อมูลต่างๆ รวมทั้งอาหารและเครื่องดื่มตามปกติ ส่วนที่บริเวณประตูทางเข้าที่ 7 ซึ่งเป็นทางเข้าออกหลัก ยังเปิดให้เข้าออกตามปกติมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยตรวจตราบุคคลและรถที่ผ่านเข้าออกอย่างเข้มงวด ส่วนพื้นที่รอบนอกใกล้กับวัด ตำรวจ สภ.คลองหลวง ยังคงตั้งจุดตรวจเพื่อป้องกันเหตุร้าย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี