533.jpg
ยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ  แบบ‘พระเมรุมาศ’เสร็จแล้ว  เน้นพระราชกรณียกิจ-พอเพียง

ยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ แบบ‘พระเมรุมาศ’เสร็จแล้ว เน้นพระราชกรณียกิจ-พอเพียง

วันเสาร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ

แบบ‘พระเมรุมาศ’เสร็จแล้ว

เน้นพระราชกรณียกิจ-พอเพียง

พระบรมฯทรงห่วงประชาชน

พระราชทานอาหารวันละ3มื้อ

ร่วมบันทึกประวัติศาสตร์22ตค.

ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี

เมื่อเวลา 07.13 น. วันที่ 21 ตุลาคม สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราชบรมนาถบพิตร และถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม8 รูป จากวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร

และวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 20 ตุลาคม ในการนี้ คุณพลอยไพลิน เจนเซน พระธิดาในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พร้อมนายเดวิด วีลเลอร์ สามี ร่วมพระราชพิธีด้วย


เสด็จบำเพ็ญพระราชกุศล

ต่อมาเวลา 08.52 น. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีพระพิธีธรรม จากวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

จากนั้นเวลา 11.00 น. ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล เป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรม จากวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร

พระบรมฯพระราชทาน3มื้อ

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณพระบรมมหาราชวังตลอดทั้งวันยังคงมีพสกนิกรจำนวนมากทยอยเดินทางมาเข้าแถวร่วมลงนามถวายความอาลัย และกราบสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ภายในศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวังอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงห่วงใยพสกนิกรที่เดินทางมาถวายสักการะและลงนามแสดงความอาลัย ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯให้เจ้าหน้าที่กองกิจการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารนำอาหารและน้ำดื่มไปแจกจ่ายให้ประชาชนที่เดินทางมาแสดงความอาลัย เป็นอาหาร 3 มื้อ ประกอบด้วย อาหารเช้า เวลา 06.00 น.เป็นข้าวเหนียวหมูฝอยพร้อมนม 1,000 ชุด มื้อกลางวันเวลา 12.00 น.เป็นก๋วยเตี๋ยวเป็ดและน้ำสมุนไพร 1,000 ชุด และมื้อเย็นเวลา 17.00 น. เป็นของว่างจำพวกขนมไทย อาทิ ข้าวต้มมัด ขนมถ้วย เป็นต้นจำนวน 1,000 ชุด สำหรับบริเวณสนามหลวงยังคงมีจิตอาสาเข้ามาแจกจ่ายอาหาร เครื่องดื่ม บริการนวดฟรี ย้อมผ้าสีดำฟรี ตัดผมฟรี วาดภาพฟรี และอื่นๆอย่างเนืองแน่น

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร รับสั่งว่าเห็นพสกนิกรมารอถวายความอาลัยจำนวนมาก อยากให้ประชาชนได้รับสิ่งที่ดีที่สุด จึงได้พระราชทานอาหารที่คิดว่าประชาชนทุกคนสามารถรับประทานได้ และน่าจะถูกปาก

พระองค์โสมฯทรงทอดไก่แจกปชช.

เวลา 15.16 น.พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ในฐานะทรงเป็นองค์นายกกิติมศักดิ์ตลอดชีพมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากเสด็จยังรถเคลื่อนที่ ของมูลนิธิฯหน้ากรมศิลปากร เพื่อทรงทอดไก่ประทานให้พสกนิกรที่มาลงนามถวายความอาลัยแก่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทั้งนี้ จะนำข้าวเหนียวไก่ทอดพระราชทานแจกประชาชน 2 รอบคือ เวลา 11.00 น.และรอบเย็นเวลา 19.00 น โดยจะแจกไปจนถึงวันที่ 28 ตุลาคมนี้

นอกจากข้าวเหนียวไก่ทอดแล้ว ยังมีแอปเปิ้ลสดหั่นเป็นชิ้น มะม่วง กล้วยทอดมันทอด และลองกองพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีจำนวน 30 ลัง ทั้งนี้ ทรงประทานข้าวเหนียวไก่ทอดห่อสุดท้ายให้แก่ประชาชนด้วยพระองค์เอง และเสด็จทักทายประชาชนที่มาเฝ้ารอรับเสด็จ ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ

นางสายสม วงศาสุลักษณ์ กรรมการมูลนิธิฯเผยว่า ทรงรับสั่งให้เพิ่มจำนวนไก่ ซึ่งวันนี้ใช้ไก่ 600 กก. ข้าวเหนียว 300 กิโลกรัม ได้ข้าวเหนียวไก่ประมาณ 5,000 ชุด ให้เพิ่มไก่ เป็น 1,000 กก. เพิ่มข้าวเหนียวเป็น 500 กก. เนื่องจากวันที่ 22 ตุลาคมจะมีกิจกรรมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีที่สนามหลวง และเป็นวันหยุดยาวจะมีคนเดินทางมาจำนวนมาก โดยทรงย้ำเจ้าหน้าที่ให้แจกให้ทั่วถึง

ร้อยมาลัยถวายพระบรมฉายาลักษณ์

นางลัดดา หนาแน่น ชาวขอนแก่นเผยว่า ตนเดินทางมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม แต่เข้าไปไม่ทันลงนามถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันนี้จึงนำพวงมาลัยที่ร้อยเองกับมือมาถวายเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์แทน เชื่อว่าพระองค์จะทรงรับรู้ได้ ทุกครั้งที่ดูพระราชกรณีกิจผ่านทางโทรทัศน์จะรู้สึกซาบซึ้งในน้ำพระมหากรุณาคุณเสมอมา

นางดวงใจ ดวงจำปา ประชาชนที่มาเฝ้ารอเพื่อเข้ามาถวายอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เป็นคนแรกของวันนี้เผยว่า ตั้งใจมารอที่จุดเข้าแถวตรงนี้ตั้งแต่เมื่อเย็นวันที่ 20 ตุลาคม และค้างคืนที่นี้ จึงได้เป็นคนแรกที่ได้เข้าไป

นางวิริยะ ทองคต กล่าวถึงการร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีวันที่ 22 ตุลาคมว่า ดีใจที่ทุกคนจะได้ทำสิ่งนี้เพื่อพระองค์ เชื่อว่าวันพรุ่งนี้ทุกคนจะเปล่งเสียงร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีด้วยหัวใจ และต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่มีต่อประเทศไทย

นายกฯสิงคโปร์ลงนามถวายอาลัย

ขณะเดียวกัน มีผู้นำบุคคลสำคัญเดินทางมาถวายราชสักการะถวายความไว้อาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชอย่างต่อเนื่อง โดยช่วงเช้านายลี เซียน ลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์เดินทางไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง วางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากนั้นได้ลงนามแสดงความอาลัย ณ ศาลาว่าการพระราชวัง พระบรมมหาราชวัง

จัดวีลแชร์220คันให้คนพิการ-สูงอายุ

สำหรับแผนดูแลประชาชนที่จะเดินทางมาร่วมแสดงความไว้อาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชช่วงวันหยุดยาวสุดสัปดาห์นี้ รวมถึงเข้าร่วมกิจกรรมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อบันทึกภาพประวัติศาสตร์วันที่ 22 ตุลาคม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการความร่วมมือดูแลอำนวยความสะดวกรักษาความปลอดภัยให้ประชาชนอย่างเต็มที่

โดยพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดบริการประชาชน “พม.เพื่อหลวง”รอบสนามหลวงฝั่งตรงข้ามวัดมหาธาตุ เน้นช่วยเหลือเมื่อมีเด็กพลัดหลงกับผู้ปกครอง บริการรถเข็นนั่งสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ (วีลแชร์) แจกและสาธิตการทำริบบิ้น ยาดมและยาหม่อง มีบริการถุงผ้าใส่ของ ตัดผมและรับบริจาคเสื้อผ้าเด็กและผู้ใหญ่ที่จะนำมาย้อมสีดำสำหรับแจกให้ผู้มีรายได้น้อย พร้อมบริการอำนวยการความสะดวกต่างๆ พร้อมกล่าวว่า วันที่ 22 ตุลาคม คาดว่าจะมีผู้ร่วมเข้ามาร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีจำนวนมาก จึงจัดเตรียมรถวีลแชร์เพิ่มอีก 100 คัน จากเดิมมีอยู่ 120 คัน ให้เพียงพอต่อประชาชนที่เข้ามาร่วมถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

สร้างสะพานแบรี่ข้ามคลองหลอด

ด้านพ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)กล่าวถึงการดูแลรักษาความเรียบร้อยและการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่มาร่วมแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชว่า ในส่วนรัฐบาลตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ (ศตส.) เพื่ออำนวยความสะดวกให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ส่วนคสช.ตั้งกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย (กอร.รส.)โดยรอบพระบรมมหาราชวัง ดูแลความปลอดภัย พร้อมสนับสนุนหน่วยงานต่างๆที่ต้องมาร่วมปฏิบัติการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนในพื้นที่ ทั้งเรื่องจุดตรวจจุดคัดกรองต่างๆ สำหรับการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเพิ่มเติมในส่วนกระทรวงกลาโหมโดยกองทัพบกคือ สร้างสะพานแบรี่ M2 ให้ผู้มาลงรถหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์เดินข้ามคลองหลอดมาสนามหลวงได้สะดวกขึ้น โดยพล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการกองทัพบก (ผบ.ทบ.) สั่งหน่วยทหารช่างจากกองพันทหารช่างที่ 2 รักษาพระองค์ ดำเนินการให้เสร็จภายในวันนี้

เปิดรับอส.ล่ามสื่อสารคนต่างชาติ

นอกจากนี้ เรื่องสำคัญที่รายงานในที่ประชุม กอร.รส.ร่วมกับคสช.วันนี้คือ กำชับทุกส่วนร่วมอำนวยความสะดวกดูแลความปลอดภัยให้ประชาชนอย่างดีที่สุด สำหรับคณะทำงานในพื้นที่เน้นบริหารจัดการการเข้าแถวเข้าแสดงความอาลัย ที่ต้องปรับให้เหมาะสม โดยเฉพาะพิจารณาจัดคิวพิเศษให้คนชราและผู้พิการ รวมถึงทำคู่มือให้ประชาชน ทั้งนี้ จะประชาสัมพันธ์ขอรับอาสาสมัครทำหน้าที่ล่าม เพื่อสื่อสารกับชาวต่างชาติในงานอีกด้วย

กอร.รส.เพิ่มกำลังรับคลื่นพสกนิกร

ด้านพล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวในเรื่องเดียวกันว่า คาดจะมีประชาชนจากทั่วประเทศมาร่วมแสดงความอาลัยในวันหยุด 3 วันไม่ต่ำกว่าวันละ 50,000 คน โดยจะมีจุดคัดกรองประชาชนรอบสนามหลวงดูแลความปลอดภัยของกอร.รส.อยู่รอบพระบรมมหาราชวัง ทั้งนี้ จากข้อมูลของสำนักพระราชวังเผยว่า 7 วันที่ผ่านมามีประชาชนมาแสดงความอาลัยประมาณ 225,000 คน เฉลี่ยวันละ 40,000-50,000 คน เฉพาะวันเสาร์ที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมามีคนมาร่วมแสดงความไว้อาลัยมากสุดถึง 70,000 คน ซึ่งกอร.รส.เตรียมความพร้อมดูแลอำนวยความสะดวกให้ประชาชนอย่างทั่วถึง โดยเพิ่มเจ้าหน้าที่สายตรวจและจัดจุดพักคอยทุกด้านของพระบรมมหาราชวัง

ซ้อมแจกบัตรคิวเข้ากราบพระบรมศพ

สำหรับการรองรับประชาชนที่จะเดินทางมาเข้าเฝ้าและกราบบังคมพระบรมศพตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคมนั้น พล.ต.พงษ์สวัสดิ์เผยว่า เจ้าหน้าที่ซักซ้อมจัดทำบัตรคิว โดยเบื้องต้นสำนักพระราชวังจะให้ประชาชนเข้าไปภายในรอบละ 100 คน และจะขยายจุดลงนามแสดงความอาลัยให้มากขึ้น ทั้งนี้ การทำบัตรคิวดังกล่าวก็เบื้องต้นต้องการคนตรงต่อเวลาและซื่อสัตย์ จะได้ไม่มีปัญหา ส่วนประชาชนที่อยู่ต่างจังหวัด กระทรวงมหาดไทยจะบริหารจัดการโดยรับบัตรคิวล่วงหน้า จะได้ไม่มีปัญหาในการดูแลและจะพยายามบริหารจัดการเวลาให้เหมาะสม

“นายกฯสั่งให้บริการจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย ให้ประชาชนเข้าแสดงความจงรักภักดีและปลอดภัย พร้อมเน้นย้ำเรื่องดูแลคนป่วย เด็กพลัดหลง รวมถึงฝากประชาชนเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นส่งผิดปกติให้แจ้งทหาร ตำรวจและเทศกิจหรือมาแจ้งได้ที่กอร.รส”พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ กล่าว

จัดตร.12กองร้อยเพิ่มวงจรปิด32จุด

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น.ลงพื้นที่ตรวจสอบการเตรียมความพร้อมดูแลประชาชน โดยมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบพื้นที่สนามหลวงจากเดิม 16 จุด เพิ่มอีก 16 จุด รวม 32 จุด ใช้กำลังตำรวจดูแลความเรียบร้อย 6 กองร้อยและวันที่ 22 ตุลาคมจะเพิ่มอีก 6 กองร้อยในการดูแลประชาชน และยังมีกำลังทหารอีกส่วนหนึ่ง ต้องการให้ประชาชนที่มามั่นใจในความปลอดภัย

ตรวจเข้ม7จุดรอบพระบรมมหาราชวัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ ตำรวจนำเครื่องวอล์คทูมาติดตั้ง 7 จุด คัดกรองตรวจค้นอาวุธ โลหะและสิ่งผิดกฎหมาย ไม่ให้นำอุปกรณ์ที่เป็นอาวุธเข้ามาในพื้นที่ได้ ได้แก่ แยกหน่วยบัญชาการรักษาดินแดง หน้ากระทรวงกลาโหม ท่าช้าง ถนนพระจันทร์ หน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อนุสาวรีย์ทหารอาสา และสะพานผ่านพิภพ

สำหรับประชาชนที่ต้องการเข้ามามีส่วนร่วมสร้างประวัติศาสตร์ร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในเวลา 13.00 น.วันที่ 22 ตุลาคม เพื่อนำไปเผยแพร่ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศนั้น เจ้าหน้าที่ขอให้แต่งกายไว้ทุกข์สีดำสุภาพ และเตรียมเทียนสีขาวมาด้วย นัดรวมตัวซักซ้อมความเข้าใจเวลา 10.00 น. ก่อนจะกิจกรรมในเวลา 13.00 น.

สุวรรณภูมิจัดรถรับส่งสนามหลวง

ในส่วนการจัดระบบขนส่งมวลชนอำนวยความสะดวกให้ประชาชนนั้น นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการศตส.เผยว่า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจัดรถรับส่งอำนวยความสะดวกประชาชนที่เดินทางไปลงนามแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.)-โรงแรมรัตนโกสินทร์ ถนนราชดำเนินกลางโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย โดยจะให้บริการถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน ระหว่างเวลา 09.00-14.00 น. มีรถออกทุก 1 ชั่วโมง ประชาชนสามารถขึ้นรถได้ที่ชานชาลาหน้าประตู 8 ชั้น 1 อาคารผู้โดยสาร ทสภ.

พระบรมฯรับสั่งดูแลประชาชน

ส่วนความเคลื่อนไหวของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวก่อนประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) ครั้งที่ 3/2559ตอนหนึ่งว่า ได้สรุปการทำงานช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พร้อมกำหนดแผนยุทธศาสตร์ทุก 5 ปี เพื่อให้ประเทศมีนโยบายมีแผนปฏิบัติงานในอนาคตอย่างเป็นระบบ ซึ่งเราต้องทำให้ประเทศกลับเข้ามาให้ได้ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของคนไทยทั้งประเทศ เรามีหน้าที่เป็นราชการ ไม่ว่าฝ่ายการเมืองหรือข้าราชการประจำต้องอำนวยความสะดวกให้ประชาชน ถ้าเป็นไปได้อยากให้รัฐมนตรีตรวจเยี่ยมพื้นที่ด้วย ให้ไปช่วยกันทำงาน

“สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงฝากขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันทำงานและขอให้ดูแลประชาชนให้ดีที่สุด อย่าให้ประชาชนต้องเดือดร้อนโดยเด็ดขาด เพราะบ้านเมืองจะต้องมีความสงบสุข”พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

นายกฯขอบคุณมิตรปท.ร่วมอาลัย

ด้านพล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีขอบคุณมิตรประเทศที่ร่วมแสดงความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยการส่งสาส์นและจัดกิจกรรมไว้อาลัย รวมทั้งการลดธงครึ่งเสา เพื่อแสดงออกถึงความเคารพและการไว้ทุกข์แด่พระประมุขของประเทศไทย ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศจะมีหนังสือตอบขอบคุณไปยังประเทศต่างๆต่อไป การปฏิบัติเช่นนี้ถือเป็นเครื่องหมายสะท้อนว่าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ทั่วโลกยกย่อง รวมทั้งแสดงถึงสัมพันธไมตรีที่ดี ที่นานาประเทศมีต่อประเทศไทย นอกจากนี้ นายกฯยังขอบคุณประชาชนในต่างประเทศ ที่แสดงความจงรักภักดีและเคารพเทิดทูนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เตือนอย่าเชื่อปฎิทินปี60เปลี่ยนวันหยุด

พล.ท.สรรเสริญยังกล่าวถึงข่าวลือในโซเชียลมีเดียที่เผยแพร่ปฎิทินประจำปี 2560 ใหม่ เช่น ยกเลิกวันหยุดฉัตรมงคล วันที่ 5 พฤษภาคม พร้อมให้ดาวน์โหลดว่า ไม่เป็นความจริง ขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการใดๆในเรื่องนี้ ถ้ามีการเปลี่ยนแปลง คณะรัฐมนตรีต้องเป็นผู้อนุมัติอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังตรวจสอบแหล่งที่มา เพราะเป็นความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ประชาชนอย่าหลงเชื่อ ไม่ส่งต่อข้อมูลอันเป็นเท็จดังกล่าว ถ้าพบเบาะแสให้แจ้งเจ้าหน้าที่ และให้ติดตามข่าวสารที่ถูกต้องจากทางราชการเท่านั้น

สั่งปรับรูปแบบรายการคืนความสุข

โฆษกประจำสำนักนายกฯยังกล่าวด้วยว่า นายกฯมีนโยบายให้ปรับรูปแบบและเนื้อหารายการคืนความสุขให้คนในชาติที่ออกอากาศทุกคืนวันศุกร์ ไปเป็นรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงริเริ่มแนวทางพัฒนาประเทศหลายด้าน โดยจะเริ่มออกอากาศตอนแรกวันเดียวกันนี้ (21 ตุลาคม)

ปัดถอดข่าวสืบสันตติวงศ์แค่ปรับคำ

ส่วนนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงกระแสข่าวรัฐบาลขอความร่วมมือทุกสำนักข่าวให้ถอดการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับการสืบราชสันตติวงศ์ว่า เข้าใจว่าอาจต้องมีการเขียนถ้อยคำบางส่วนใหม่ เพราะตนก็ได้รับแจ้งมาเช่นนั้น แต่ยังไม่ทราบรายละเอียด ส่วนรัฐบาลจะชี้แจงเรื่องดังกล่าวหรือไม่ ยังไม่ทราบ แต่เชื่อว่าคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เพราะเข้าใจว่าเป็นความต้องการให้นำเสนอเรื่องดังกล่าวด้วยถ้อยคำที่เป็นทางการ

แบบพระเมรุเสร็จแล้วสมพระเกียรติ

วันเดียวกัน ที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานประชุมคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (กวช.)ว่า ที่ประชุมรายงานการดำเนินงานเกี่ยวเนื่องกับงานพระราชพิธีพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในส่วนวธ.มอบให้กรมศิลปากรรับผิดชอบเรื่องรูปแบบพิธีการ และการจัดสร้างพระเมรุมาศ ซึ่งขณะนี้ออกแบบเสร็จแล้ว โดยขอรับพระราชวินิจฉัยจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ที่ปรึกษาคณะกรรมการจัดงานพระราชพิธีพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และงานด้านจดหมายเหตุ พระราชพิธีก่อน

“สำหรับพระเมรุมาศออกแบบขึ้นมาใหม่ เพื่อให้สมพระเกียรติยิ่งใหญ่ เหมาะสม และพอเพียง โดยเปรียบสิ่งดีๆและพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์มารวมไว้ เพื่อถวายให้สมพระเกียรติอย่างแท้จริง ขณะเดียวกัน วธ.ยังรับหน้าที่ดูแลราชรถราชยาน ซึ่งขณะนี้เตรียมความพร้อมไปบ้างแล้ว”พล.อ.ธนะศักดิ์กล่าว

ชาวเบตงร่วมพิธีบำเพ็ญกุศล

ส่วนบรรยากาศถวายความไว้อาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทั่วประเทศยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทุกจังหวัดจัดพิธีบำเพ็ญกุศลสวดอภิธรรมถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก เช่น ที่วัดพุทธาธิวาส พระอารามหลวง อ.เบตง จ.ยะลา ซึ่งจัดให้มีขึ้นในเวลา 19.30 น.ของทุกวัน เป็นเวลา 30 วัน เพื่อให้พสกนิกรร่วมแสดงความจงรักภักดี สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่9 ที่ทำเพื่อประชาชน และให้ร่วมกันทำความดีตามคำสอนของพระองค์ อย่าทะเลาะ อย่าแบ่งฝักแบ่งฝ่ายสานต่อพระณิธาณให้สำเร็จ

ชาวบุรีรัมย์หลั่งน้ำตาถวายอาลัย

นายอนุสรณ์ แก้วกังวาล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ นำพสกนิกรชาวจ.บุรีรัมย์กว่า 10,000 คนประกอบพิธีถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ผู้ทรงก่อตั้งเมืองบุรีรัมย์ โดยยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 9 นาที เพื่อตั้งจิตอธิษฐานขอให้ดวงพระวิญญาณของพระองค์ทรงเสด็จสู่สวรรคาลัย และร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีอย่างกึกก้องพร้อมเพรียงกัน จากนั้น ยังได้แปรขบวนเป็นรูปปราสาทพนมรุ้ง สัญลักษณ์ของจังหวัด แสดงถึงการหลอมหลวมใจเป็นหนึ่งเดียวกัน ขณะประกอบพิธีหลายคนก็หลั่งน้ำตาด้วยอาลัย

เตรียมสร้างพระบรมราชานุสรณ์

เช่นเดียวกับ ที่สำนักงานเทศบาลตำบลผาเสวย อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์จัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และนำพระบรมฉายาลักษณ์ขนาดใหญ่ติดตั้งบริเวณผาเสวย แนวเขตเทือกเขาภูพาน ซึ่งเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ซึ่งถือเป็นจุดแรกที่พระองค์ท่านเสด็จฯภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2498 และประทับเสวยพระกระยาหารกลางวันที่หน้าผาแห่งนี้ ทั้งนี้ เตรียมผลักดันสร้างพระบรมราชานุสรณ์ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอีกด้วย

ไทย-พม่าพร้อมใจสร้างเจดีย์ชเวดากอง

ส่วนที่จ.สงขลา ชาวเมียนมาร์ที่เข้ามาทำงาน และชาวบ้าน ม.4 ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ร่วมกันสร้างเจดีย์ชเวดากองจำลอง ไทย-เมียนมา เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวัดคลองแห ม.4 ต.คลองแห โดยใช้ศิลปะผสมทั้งไทยและเมียนมา ฐานเจดีย์กว้าง 19 เมตร ยาว 19 เมตร ความสูงจากยอดเจดีย์ถึงฐานล่าง 19 เมตร ซึ่งขณะนี้โครงสร้างโดยรวมและการลงสีเสร็จสมบูรณ์ 90% คาดทุกอย่างจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ และทำพิธียกยอดเจดีย์ได้ในต้นปี 2560 หลังลงมือก่อสร้างมาตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม 2557 โดยใช้เงินบริจาคทั้งจากแรงงานเมียนมาที่เข้ามาทำงานทั่วประเทศไทย และจากผู้ใจบุญต่างๆ รวมกว่า 20 ล้านบาท

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

ส.ท.อุดม เพ็ชรหนู อดีตทหารซึ่งเป็นชาวบ้าน ต.คลองแห ซึ่งเป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง เปิดเผยว่า เจดีย์ชเวดากองไทย-เมียนมา เป็นเจดีย์องค์แรกที่ชาวเมียนมาสร้างขึ้นในประเทศไทย เพื่อเป็นศูนย์รวมใจของชาวเมียนมา ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ชาวเมียนมาได้เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร แต่สุดท้ายวันหนึ่งชาวเมียนมาเหล่านี้ก็ต้องกลับสู่มาตุภูมิ จึงอยากทำอะไรเป็นที่ระลึกและแสดงถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่9 และเมื่อทราบข่าวการสวรรคต ก็ทำให้แรงงานชาวเมียนมาโศกเศร้าไม่ต่างจากพสกนิกรชาวไทย

เทคนิคสุรินทร์เปิดศูนย์ซ่อมสร้าง

ขณะที่อีกหลายส่วนก็ได้จัดโครงการทำความดีเพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศล ตามความถนัด อาทิ หน้าวิทยาลัยเทคนิคสุรินทร์ ฝั่งรพ.ศูนย์สุรินทร์ ถ.หลักเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ได้เปิดศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน Fix it Center ชื่อโครงการ “ทำดีเพื่อพ่อ” เพื่อเป็นศูนย์กลางฝึกสอนอบรม และรับย้อมผ้าฟรี อบรมและทำริบบิ้นสีดำแจกประชาชน รวมทั้งการรับซ่อมบำรุงยานพาหนะ อุปกรณ์อิเล็กโทนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าฟรี

ชาวสังขละฯร่วมกิจกรรมเก็บขยะ

เช่นเดียวกับที่ เทศบาลตำบลวังกะ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เจ้าหน้าที่องค์กรส่วนท้องถิ่น ฝ่ายบริหารและประชาชนชาวอ.สังขละบุรีร่วมจัดกิจกรรมเก็บเศษขยะทั้งทางน้ำและบนบกที่ริมลำน้ำซองกาเลีย เชิงสะพาน อุตตมานุสรณ์ หรือสะพานไม้มอญ ฝั่งชุมชนชาวมอญ หมู่ 2 ต.วังกะ อ.สังขละบุรี

ร้านป้ายแจกฟรีสติ๊กเกอร์1พันชุด

รวมทั้งร้านป้ายดีไซด์อาร์ท ในต.ธรรมามูล อ.เมืองชัยนาท ที่ประกาศบนสื่อออนไลน์ว่า ได้ตัดสติ๊กเกอร์ข้อความถวายความจงรักภักดีที่ว่า “จักขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป” แจกประชาชน 1,000 ชุด เพราะเป็นสิ่งที่ตนในฐานะพสกนิกรพอทำได้ เพื่อแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

หนุ่มพิการโยกรถร่วมถวายอาลัย

ขณะที่นายเอิบ พุมพันธ์ อายุ 48 ปี ชาวบ้าน ม.3 ต.คลองขุด อ.เมือง จ.สตูล พิการขาซ้ายขาด โยกรถ 3 ล้อจากบ้านระยะทางประมาณ 5 กม. เพื่อมาร่วมลงนามถวายความอาลัยต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ศาลากลางจังหวัดสตูล โดยระบุว่า ตนไม่มีโอกาสไปกรุงเทพฯจึงมาที่ศาลากลางฯด้วยความรักที่มีต่อในหลวง รัชกาลที่ 9

“คุณตาปาน”ถึงกรุงเทพแล้ว

เช่นเดียวกับ คุณตาปาน หมื่นโยชน์อายุ 84 ปี ที่นั่งรถสามล้อแบบคันโยกพระราชทาน ติดรูปพระบรมฉายาลักษณ์และสวมเสื้อสีดำไว้ทุกข์มีข้อความ “ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไทย ออกเดินทางจากบ้านเกิดจ.บุรีรัมย์ ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม จุดหมายปลายทางที่กรุงเทพฯ เพื่อถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้เดินทางมาถึงพระบรมมหาราชวัง กทม.แล้วในวันเดียวกันนี้

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top