ไม่ทอดทิ้งชาวนา รัฐบาลถกบอร์ดข้าววันจันทร์ บริหารจัดการปัญหาราคาตก

ไม่ทอดทิ้งชาวนา รัฐบาลถกบอร์ดข้าววันจันทร์ บริหารจัดการปัญหาราคาตก

วันอาทิตย์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ไม่ทอดทิ้งชาวนา

รัฐบาลถกบอร์ดข้าววันจันทร์

บริหารจัดการปัญหาราคาตก

เมินทำตามคำร้อง“ยิ่งลักษณ์”

ประเด็นดังกล่าว ได้รับการเปิดเผยจาก พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่คณะรัฐมนตรีและข้าราชการทุกคนต้องทำงานอย่างเต็มที่เป็นสองเท่า ทั้งเพื่ออำนวยการดูแลพี่น้องประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพต่อหน้าพระบรมโกศ และขับเคลื่อนประเทศตามแนวนโยบายของรัฐบาลในท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังคงผันผวน

“รัฐบาลขอให้คำมั่นว่าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อดูแลพี่น้องประชาชนทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในภาคส่วนใด ทั้งนี้นายกฯ รู้สึกไม่สบายใจทุกครั้งที่ได้รับทราบข่าวพี่น้องประชาชนเดือดร้อนหรือได้รับความลำบาก แต่รู้สึกไม่สบายใจยิ่งขึ้น เมื่อเห็นนักการเมือง รวมทั้งสื่อมวลชนบางกลุ่ม พยายามใช้ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาสร้างกระแสความเข้าใจผิด สร้างข้อมูลเท็จ โดยไม่มีการตรวจสอบ ถือเป็นการทำร้าย ซ้ำเติมสังคมในช่วงเวลาที่ทุกคนที่มีความทุกข์ใจอยู่แล้ว เช่น การโหมข้อมูลว่า มีชาวนาจำนวนมากประกาศขายที่นา เพราะราคาข้าวไม่ดี ทั้งที่เมื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง จะพบว่า คนที่ประกาศขายเป็นคนให้เช่าที่นา ซึ่งไม่ประสงค์จะให้เช่าแล้ว จึงอยากขายเพื่อถือเงินสดเป็นก้อน บางคนไม่มีแรงงานลูกหลานทำนา จึงประกาศขาย อยากให้สื่อมวลชนได้ตรวจสอบข้อมูลอย่างชัดเจน อย่าคิดมโนเอาเอง หรือเสนอความจริงเพียงครึ่งเดียว ให้สังคมเข้าใจผิดๆ”


พล.ท.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า นายกฝากชื่นชมพี่น้องเกษตรกร รวมถึงพี่น้องชาวนาที่มีการปรับตัว ทั้งปรับเปลี่ยนการปลูกพืช การรวมตัวเป็นกลุ่มสหกรณ์สีข้าวในชุมชน ที่ผ่านมา รัฐบาลได้มีมาตรการหลายอย่างเพื่อสนับสนุนพี่น้องชาวนา และในวันจันทร์นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว เชื่อว่าจะมีมาตรการดูแลพี่น้องเกษตรกรเพิ่มเติมออกมาอีก ขอให้รอฟังผลการพิจารณาอย่างเป็นทางการต่อไป

วันเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีที่เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ภายหลังราคาข้าวเปลือกตกต่ำสุดขีดอยู่ที่กิโลกรัมละ 5-6 บาท โรงสีจะรับซื้อข้าวเปลือกความชื้นไม่เกินร้อยละ 30 เฉลี่ยอยู่ที่ตันละ 6,000 กว่าบาท ส่วนข้าวเปลือกที่เปียกน้ำหรือปลอมปน ราคาจะอยู่ที่ตันละ 5,000 กว่าบาท ทำให้ชาวนาหลายคนจำเป็นต้องนำออกไปขาย เพื่อหาเงินมาใช้หนี้ครัวเรือน สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวนาเป็นจำนวนมาก ก่อนมีคนนำไปล้อเลียนในโลกออนไลน์ทำนองว่า เรามาถึงจุดที่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีราคาแพงกว่าข้าวแล้ว

ซึ่งจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้นายเมธา ขอชัย ปลัด อบต.สะกาด อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ได้เร่งระดมความคิดเห็นจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และคนหนุ่ม คนสาว ในพื้นที่ เพื่อหาทางออก ทางเลือก และทางรอด ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ ได้ข้อสรุปว่า งดขายข้าวเปลือกให้กับโรงสีหรือพ่อค้าคนกลาง หันมาลงหุ้นรวมกลุ่มกันสีข้าวจากโรงสีชุมชนขนาดกลาง และนำไปขายกันเอง เป็นข้าวถุงขนาด 5 ก.ก. และขนาด 48 ก.ก. ใช้ชื่อว่า “สะกาด ขวัญข้าว” สนับสนุนชาวนาโดยองค์การบริหารส่วนตำบลสะกาด อ.สังขะ จ.สุรินทร์ สั่งซื้อ ติดต่อ นายเมธา ขอชัย ปลัด อบต.สะกาด 098-121-8398 หรือ คุณน้อง 093-4545-979,096-416-9165

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ ชาวนาใน พื้นที่ จ.ชัยนาทมีการปักป้ายขายที่นาเพื่อนำเงินมาใช้หนี้สถาบันการเงิน ล่าสุดทีมข่าวได้มีโอกาสได้พูดคุยสอบถามความรู้สึกกับชาวนารายหนึ่งที่จำเป็นต้องบอกขายที่เพราะทนแบกภาระหนี้สินไม่ไหว

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เข้าพูดคุยกับนายภิรมย์ นวลน้อย ชาวนาใน ต.คุ้งสำเภา อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาทซึ่ง ได้เปิดเผยกับทีมข่าวว่า ตนเองปกติทำนาประมาณ100ไร่ แต่ด้วยสภาพภัยแล้งที่ผ่านมาจำเป็นต้องงดการทำนา ในฤดูนาปรังทำให้ขาดรายได้ไปมาก พอถึงฤดูนาปีก็จำเป็นต้องลดการทำนาลงเหลือเพียง60ไร่เพราะไม่มีเงินทุนเพียงพอที่จะทำนาได้ทั้งหมด แต่ก็ต้องมาทุกข์ซ้ำเมื่อถึงเวลาที่กำลังจะเก็บเกี่ยวราคาข้าวก็ตกต่ำ เหลือเพียงตันละ6,000บาทเศษ ซึ่งคงต้องประสบภาวะขาดทุนอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทำให้จำเป็นต้องปักป้ายขายที่นา เพื่อนำเงินไปใช้หนี้สถาบันการเงินที่กูยืมมากว่า1ล้านบาท ไม่เช่นนั้นที่นาคงจะถูกฟ้องยึด แต่ก็ยังไม่มีความหวังมากนักเพราะแม้จะขายในราคาที่ต่ำกว่าปกติคือไร่ละ99,000บาทแต่ก็ยังไม่มีคนสนใจซื้อเพราะเหตุที่ราคาข้าวตกต่ำไม่มีใครอยากลงทุนกับการทำนา

ต่อมาผู้สื่อข่าวติดต่อไปยังหมายเลขโทรศัพท์ที่ประกาศไว้ในป้ายขายที่นา(096-543-5884) เพื่อสอบถามสาเหตุที่ต้องการขายที่นาบริเวณ4แยกคุ้งสำเภาได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า สาเหตุที่ต้องการขายที่นาจำนวน13ไร่เศษนั้น เป็นเพราะเดิมที่นาดังกล่าวได้ปล่อยให้ชาวนาเช่าทำนามาหลายปีโดยที่เจ้าของที่ไม่ได้ทำนาเอง จนมาปัจจุบันทางครอบครัวต้องการนำเงินทุนไปทำธุรกิจอย่างอื่นจึงตัดสินใจประกาศขายในราคาไร่ละ 2.9ล้านบาท ซึ่งยืนยันว่าไม่ได้รับผลกระทบจากเรื่องปัญหาราคาข้าวตกต่ำแต่อย่างใด

เมื่อเวลา 17.00 น. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยื่นหนังสือขอให้พิจารณาเพิงถอนคำสั่งทางปกครองให้ชดใช้ค่าเสียโครงการรับจำนำข้าวโดยอ้างว่าเป็นการออกคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายว่า ผู้ถูกออกคำสั่งทางปกครองสามารถโต้แย้งคำสั่งได้ 3 กรณี คือการอุทธรณ์คำสั่ง การขอทุเลาคำสั่ง และการฟ้องร้องต่อศาลปกครอง ซึ่งกรณีนี้ไม่สามารถขออุทธรณ์คำสั่งได้ เนื่องจากกฎหมายเขียนไว้ชัดเจนว่า เมื่อคำสั่งออกโดยรัฐมนตรีถ้าให้รัฐมนตรีพิจารณาอุทธรณ์ไม่สามารถทำได้ เพราะเป็นคนๆ เดียวกัน กรณีนี้จึงเหลือช่องทางการขอทุเลาคำสั่ง ซึ่งรัฐบาลจะให้หรือไม่ก็ได้ และการฟ้องร้องต่อศาลปกครอง ซึ่งสามารถขอให้ ศาลออกคำสั่งทุเลาในคราวเดียวกันได้ แต่การขอให้พิจารณาใหม่ ไม่ถือว่าเข้าเงื่อนไขการโต้แย้งคำสั่ง และไม่มีเหตุผลที่รัฐบาลจะดำเนินการตามนั้น เพราะเราได้ตั้งกรรมการพิจารณาในเรื่องดังกล่าวแล้ว และมั่นใจว่าการดำเนินการถูกต้องแล้ว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top