วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ปลื้มปีติเสด็จฯจังหวัดแรก
รัชกาลที่10
เปิดศาลากลางกระบี่
แซ่ซ้องถวายพระพร
เหล่าทัพเตรียมหารือ
จัดเฉลิมพระเกียรติ
พสกนิกรกระบี่และจังหวัดใกล้เคียงปลื้มปีติที่ได้เฝ้าฯรับเสด็จฯสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพิธีเปิดศาลากลางจังหวัดหลังใหม่อย่างเนืองแน่น พร้อมเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้อง ขณะที่กองทัพเตรียมการหารือจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติร.10อย่างสมพระเกียรติ “บิ๊กป้อม”ย้ำสถาบันกษัตริย์ดูแลประเทศไทยมาโดยตลอด
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ในพิธีเปิดศาลากลางจังหวัดกระบี่หลังใหม่ ณ ศูนย์ราชการจังหวัดกระบี่ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.กระบี่ ทั้งนี้ นับเป็นจังหวัดแรกในรัชสมัย รัชกาลที่ 10 ที่เสด็จพระราชดำเนินมาทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯกระบี่
โดยเมื่อเวลา 18.55 น. วันที่ 9 ธันวาคม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินโดยเครื่องบินพระที่นั่งออกจากท่าอากาศยานทหารดอนเมือง ถึงท่าอากาศยานนานาชาติจังหวัดกระบี่ โดยมี นายพินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ และข้าราชการ เฝ้าฯ รับเสด็จ ในการนี้ เสด็จขึ้นแท่นรับการถวายความเคารพจากทหารกองเกียรติยศ
ต่อมาเวลา 19.25 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับรถยนต์พระที่นั่งไปยังศาลากลางจังหวัดกระบี่หลังใหม่ เมื่อเสด็จฯ ถึงศาลหลักเมืองกระบี่ ทรงวางพวงมาลัย จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายสักการะศาลหลักเมืองจังหวัดกระบี่ จากนั้นเสด็จฯไปยังพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงวางพานพุ่ม ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายสักการะ จากนั้นเสด็จฯเข้าสู่พลับพลาพิธี ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กราบบังคมทูลถวายรายงานความเป็นมาของการก่อสร้างศาลากลางหลังใหม่ กราบบังคมทูลเชิญเสด็จทรงประกอบพิธีเปิดอาคารศาลากลางหลังใหม่ ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้าย อาคารศาลากลางจังหวัดกระบี่ หลังใหม่ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายแผ่นศิลาเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย ทรงลงพระปรมาภิไธย ในแผ่นศิลา นายสมควร ขันเงิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย
จากนั้นเสด็จฯ ไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ เสด็จออกจากพลับพลาพิธีไปยังศาลากลางหลังใหม่ จากนั้นเสด็จเข้าสู่ภายในศาลากลาง ขึ้นลิฟต์ชั้น 4 เข้าที่ประทับรับรอง ทรงลงพระปรมาภิไธยในสมุดเยี่ยม ทรงฉายพระรูปร่วมกับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่กระทรวงมหาดไทย และข้าราชการจังหวัดกระบี่ ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ
ปชช.เปล่งเสียงทรงพระเจริญกึกก้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศริมสองฝั่งถนนตั้งแต่สนามบินกระบี่จนถึงศาลากลางจังหวัดกระบี่เป็นระยะทาง 16 กิโลเมตร มีประชาชนในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง ทยอยเดินทางมาจับจองที่รอรับเสด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนืองแน่นตั้งแต่เช้าตรู่ หลายคนเดินทางมารอตั้งแต่เวลา 03.00 น. อีกส่วนหนึ่งได้มาค้างคืนบริเวณใกล้ศาลากลางฯ เพื่อรับเสด็จฯและชื่นชมพระบารมีใกล้ชิด ซึ่งทุกคนถือพระบรมฉายาลักษณ์และโบกธงชาติไทย พร้อมเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้อง เมื่อขบวนรถพระที่นั่งแล่นผ่าน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจหลายกองร้อยและอาสาสมัครพลเรือนคอยอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
ปลื้มปีติเสด็จฯเป็นจังหวัดแรก
นางบรรจบ คงสุข อายุ 57 ปี ชาวบ้านจากอ.ปลายพระยา จ.กระบี่กล่าวว่า มารอรับเสด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ตั้งแต่เวลาตี 3 รักพระองค์เหมือนพระเจ้าอยู่หัวทุกพระองค์ เช่นเดียวกับนางมาลี สุขเจริญ อายุ 67ปี ชาวจ.สุราษฎร์ธานีกล่าวว่า ดีใจเป็นที่สุดที่ได้มีโอกาสรับเสด็จ เดินทางมาถึงตั้งแต่เย็นวันที่ 8 ธันวาคมที่ผ่านมา และเมื่อคืนมานอนค้างที่หน้าศาลากลางจังหวัดกระบี่ โดยมีทหารคอยอำนวยความสะดวก เช่นเดียวกัน น.ส.รจนา เนื้ออ่อน อายุ 32 ปี ชาวกระบี่ที่มารอตั้งแต่เช้าเพื่อเฝ้าฯรับเสด็จ ดีใจปลื้มปีติที่พระองค์เสด็จมาจ.กระบี่เป็นจังหวัดแรก เพื่อเปิดศาลากลางฯ ถือเป็นบุญล้นเกล้าฯของชาวกระบี่โดยแท้
เหล่าทัพหารือจัดเทิดพระเกียรติร.10
ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมเปิดเผยถึงกรณี กองทัพเตรียมจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10ว่า กองทัพกำลังดำเนินการ ต้องหารือกันเพื่อให้เกิดความเหมาะสม เพราะประเทศไทยอยู่ในช่วงไว้ทุกข์ อย่างไรก็ตาม ทหารทุกคนต่างปิติยินดีต่อพระองค์ท่าน และอยากให้ประเทศไทยมีสถาบันพระมหากษัตริย์ตลอดไป เป็นหลักของประเทศ จะไม่มีไม่ได้
ราชสกุลเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลวันที่3
ในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ที่ดำเนินต่อเนื่องเป็นวันที่ 57 เมื่อเวลา 07.00 น. พล.ร.อ. ม.ร.ว.พันธุม ทวีวงศ์ เป็นประธานบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยวางพวงมาลาและถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร และวัดสุทัศนเทพวราราม ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 8 ธันวาคม
เวลา 10.30 น.ม.ร.ว.เทพกมล เทวกุล เป็นประธานบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพและถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรม จากวัดมหาธาตุยุวราษรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร และวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร 8 รูปที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้เป็นวันที่ 3 ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้สมาชิกราชสกุลทุกมหาสาขา และราชนิกุล ในพระบรมราชจักรีวงศ์ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระกุศลถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีราชสกุลกำภู จักรพันธุ์ ภาณุพันธุ์ จิตรพงศ์ นพวงษ์ สุประดิษฐ์ กฤดากร ศุขสวัสดิ์ ทวีวงศ์ ทองใหญ่ ชุมพล เทวกุล เกษมสันต์ กมลาสน์ ศรีธวัช ทองแถม ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลพระบรมศพ
ลูกชายฮุนเซนลงนามถวายอาลัย
วันเดียวกัน นายฮุน มานี สมาชิกสภาแห่งชาติ จังหวัดกัมปงสปือ ราชอาณาจักรกัมพูชา และบุตรชายนายฮุน เซ็น นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา เข้าลงนามแสดงความเสียใจในสมุดหลวง ณ ศาลาว่าการพระราชวัง ในพระบรมมหาราชวัง
39วันกราบพระบรมศพ1.4ล.
ส่วนบรรยากาศรอบสนามหลวงและพระบรมมหาราชวังยังคงมีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาเข้าแถวรอเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยเจ้าหน้าที่เปิดให้เข้ากราบพระบรมศพตั้งแต่เวลา 04.45 น.ส่วนใหญ่มาเป็นครอบครัวเป็นหมู่คณะ ทั้งนี้ สำนักพระราชวังสรุปจำนวนประชาชนที่เข้ากราบพระบรมศพเมื่อวันที่ 8 ธันวาคมมี 48,375 คน รวม 39 วันมี 1,408,753 คนและมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลจำนวน 3,276,177.25 บาทรวม 39 วันมียอดเงินทั้งหมด 107,595,980 บาท
คสช.-ครม.ร่วมเป็นเจ้าภาพ10ธค.
ด้านพล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 แถลงหลังประชุมกองอำนวยการรักษาความสงบโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.)ว่า วันที่ 10 ธันวาคม เวลา 19.00 น.คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ร่วมกับคณะรัฐมนตรี( ครม.)เป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ จากนั้นวันที่ 11 ธันวาคม เป็นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ตามลำดับ ส่วนการเข้ากราบพระบรมศพของประชาชนนั้นยังสามารถเข้าได้ตามปกติ
กิจกรรมเน้นเทิดพระเกียรติ
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) แถลงหลังประชุมว่า ได้หารือถึงการเข้ากราบพระบรมศพ ที่ประชาชนจำนวนมากต้องรอแถวนาน ดังนั้น ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในกทม.และปริมณฑลเดินทางมาช่วงบ่าย เพราะจะใช้เวลารอแถวไม่เกิน 3 ชั่วโมง สำหรับภาคประชาชนหรือองค์กรที่ต้องการจัดกิจกรรมในสนามหลวงนั้น ต้องจัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติและถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเท่านั้น ห้ามขายของที่ระลึกหรือแจกเครื่องรางของขลัง โดยต้องแจ้งให้คณะอนุกรรมการของกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.)พิจารณาอนุมัติ ส่วนต่างจังหวัดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาเห็นชอบก่อนส่งให้กอร.รส.
รอฟังมติครม.ประกาศวันสำคัญปี60
ส่วนการวิพากษ์วิจารณ์กรณีบางคนที่เข้าไปพร้อมข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ทำให้สามารถกราบสักการะพระบรมศพได้โดยไม่ต้องรอคิวนั้น รองนายกฯกล่าวว่า ยังไม่มีการรายงานเรื่องนี้ แต่ยืนยันว่าทุกคนต้องเข้าคิวตามวิธีปฏิบัติปกติ ไม่มีข้อยกเว้น สำหรับความคืบหน้าการกำหนดวันสำคัญเพิ่มเติมประจำปี 2560 ต้องหารือหลายฝ่าย แต่สุดท้ายต้องให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)มีมติ จึงขอให้รอฟังมติ ครม.
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี