วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569
29 พ.ค.61 นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจแก้ไขหนี้สินเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูเพื่อพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) ว่า ได้รับมาดำเนินการแก้ไขในมูลหนี้ที่เกิดก่อนถึงวันที่ 30 ธ.ค.60 พร้อมกับตั้งคณะทำงานรวบรวมรายละเอียดอย่างรอบด้าน และดูข้อกฎหมายในการจัดการหนี้ให้กับเกษตรกรให้มีความชัดเจน
"อีก30 วัน จะเสนอแนวทางแก้ไขหนี้เกษตรกรเข้า ครม.ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรี มีความตั้งใจช่วยเหลือแก้ปัญหาหนี้สินให้เกษตรกร และทำให้จบในรัฐบาลนี้ ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อย จะสามารถรักษาที่ดินทำกินของตนเองไว้ให้ได้ถึงรุ่นลูกหลาน" นายกฤษฎา กล่าว
ด้าน นายครรชิต สุขเสถียร ผอ.สำนักบริหารกองทุนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและรับเรื่องร้องเรียน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า รมว.เกษตรฯ มีเจตนารมย์แก้หนี้ให้สำเร็จ ได้สั่งการให้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาดูแก้ไขหนี้เกษตรกรกองทุนทั้งระบบ โดยไม่เป็นภาระด้านงบประมาณและไม่กระทบวินัยการเงินการคลังของประเทศ ภายใน 30 วัน ต้องสรุปแนวทางแก้ไขเป็นเพ็คใหญ่เข้า ครม.
สำหรับมูลหนี้แบ่งเป็น 2 ส่วน เป็นหนี้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน กับหนี้นอกเกณฑ์คือใช้บุคคลค้ำซึ่งเกษตรกรมีการกู้หนี้ไปใช้นอกภาคเกษตร และกลุ่มเกษตรกรที่ต้องช่วยเร่งด่วนกว่า 7 - 8 พันคน ที่กำลังเข้าสู่ขั้นตอนทางกฎหมาย โดย รมว.เกษตรฯ สั่งให้ทำหนังสือไปถึงสถาบันการเงินเจ้าหนี้ให้ชะลอการบังคับคดี หรือยึดทรัพย์ออกไปอีก 1 เดือน
"เกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯขึ้นทะเบียนจนถึงปี 2560 จำนวนกว่า 4.6 แสนคน ขณะนี้มาแสดงตน 2.9 แสนคน อีก 2.3 แสนคน กำลังเปิดให้แสดงตนรอบสอง ในเบื้องต้นให้รัฐช่วยเหลือหนี้ชำระหนี้ 1.6 แสนคน โดยแยกออกมาเป็นหนี้เพื่อไปทำเกษตรกรรม 8.5 หมื่นคน อีกกว่า 7 หมื่นราย ไม่เข้าหลักเกณฑ์มีหนี้พ่วงนอกภาคเกษตร โดยบุคคลค้ำประกัน และมีการค้ำประกันต่อ ทั้งนี้ ในส่วนเกษตรเป็นหนี้เสีย หนี้ด้อยค่า ที่เป็นลูกหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) 3.6 หมื่นราย หากปรับโครงสร้างหนี้ ลดต้น 50% และหยุดดอกเบี้ยไว้ เรียกว่าแฮร์คัต ตามสูตรเดิมของ ธ.ก.ส.อาจต้องใช้วงเงินมากถึง 7 - 8 พันล้านบาท รมว.เกษตรฯ ห่วงกระทบวินัยการเงินของประเทศ จึงให้กรอบ 30 วัน มาดูเรื่องคุณสมบัติเกษตรกรที่เข้าเงื่อนไข รวมทั้งหารือกับสถาบันการเงิน ในเรื่องการตั้งสำรองหนี้สูญไว้ด้วย เพื่อวางกรอบแนวทางช่วยหนี้เอ็นพีแอลที่จะเข้าสู่ปรับโครงสร้างหนี้กลุ่มแรก" นายครรชิต กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี