วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569
'เทือก'เร่งทูลเกล้านายกฯคนกลาง
วันจันทร์ต้องจบ!
จี้‘ประธานศาลฎีกา-สว.-ศาลปค.’
ถึงเวลาออกโรงแก้ปัญหาประเทศ
ยกพลยึดทำเนียบตั้งศูนย์บัญชาการ
จัดทัพคุม'ฟรีทีวี'แบนข่าวทรราช
การปฏิบัติภารกิจครั้งสุดท้ายเพื่อขับไล่ทรราชและโค่นล้มระบอบทักษิณของมวลชนคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ได้เริ่มขึ้นแล้ว โดยมีการกระจายกำลังบุกเข้ายึดทำเนียบรัฐบาล พร้อมทำการปิดล้อมศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) และสถานีโทรทัศนีฟรีทีวีอีก 5 แห่ง เพื่อกดดันรัฐบาล
โดยผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม ถึงบรรยากาศการชุมนุมของ กปปส. ที่เวทีสวนลุมพินี มีความคึกคักตั้งแต่เช้าตรู่ เนื่องจากมีมวลชนจากทั่วทุกสารทิศเดินทางมารวมตัวกันตามคำประกาศนัดหมายของนายสุเทพ เพื่อร่วมกันชุมนุมปฏิบัติภารกิจครั้งสุดท้าย ในการโค่นล้มทรราช ระบอบทักษิณ และรัฐบาล เพื่อเรียกคืนอำนาจอธิปไตยให้กลับมาเป็นของปวงชนชาวไทยอีกครั้ง และนำไปสู่การปฏิรูปประเทศ
กปปส.ปฏิบัติการยึด‘ฟรีทีวี’
กระทั่งเวลา 08.50 น. นายสุเทพ จึงได้ขึ้นเวทีปราศรัยเพื่อชี้แจงแผนการเคลื่อนไหวว่า ตั้งแต่เวลา 09.09 น. มวลชนจะเริ่มออกปฏิบัติการ โดยกระจายกำลังไปยังสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง โดยขบวนแรกนำโดย นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ เดินทางไปยังสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ขบวนที่สองนำโดย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง และ ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ จากกองทัพธรรม เดินทางไปยังสถานีโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5
ขบวนที่สามนำโดย นายอิสสระ สมชัย นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ และ นายสกลธี ภัททิยกุล เดินทางไปยังสถานีโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 7 ขบวนที่สี่นำโดย นายชุมพล จุลใส และ น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร เดินทางไปยังสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 9 อสมท ขบวนที่ห้าจะแยกเป็น 2 ชุด ชุดแรกนำโดย นายถาวร เสนเนียม เดินทางไปยังสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 ถ.วิภาวดี ส่วนชุดที่สอง นำโดย นายวิทยา แก้วภราดัย เดินทางไปยังสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่ประเทศไทยช่อง 11 ที่ ถ.เพชรบุรีตัดใหม่
จี้เลิกเป็นกระบอกเสียงทรราช
“ขอให้ทีวีทุกช่องอย่าตกใจ เราแค่จะไปอยู่เป็นเพื่อน เพื่อไม่ให้ทรราชมาใช้เป็นกระบอกเสียง โดยจะขอความร่วมมือให้เลิกเสนอข่าวของกลุ่มทรราชตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อไม่ให้เป็นเครื่องมือการโกหกของเขาอีกต่อไป สถานีโทรทัศน์ทำรายการได้ตามปกติ เราไม่แทรกแซง แต่ถ้ากปปส.มีเรื่องต้องชี้แจงประชาชน ก็ขอความกรุณาทุกสถานีดึงสัญญาณไปเผยแพร่ต่อให้ประชาชนรับทราบด้วย
เทือกบุกทำเนียบ-หลวงปู่ไปศอ.รส.
นายสุเทพกล่าวอีกว่า สำหรับตนจะนำมวลชนออกเดินเท้าบุกไปยังทำเนียบรัฐบาล ส่วนกปปส.แจ้งวัฒนะ นำโดยหลวงปู่พุทธะอิสระ จะเดินทางไปที่ ศอ.รส. ส่วนชาวกทม.คนอื่นๆ ที่ต้องการร่วมปฏิบัติการหากเห็นรถตำรวจก็ขอให้ล้อมเอาไว้อย่าให้มาปราบปรามประชาชนได้ แต่ห้ามทำร้ายตำรวจโดยเด็ดขาด ส่วนทหารอย่าไปคุกคามเขา และขอให้มวลชนทุกกลุ่มคอยฟังคำสั่งของหัวหน้าชุด อย่าทำอะไรตามอำเภอใจ
ขีดเส้น3วันต้องหาทางออก
นายสุเทพกล่าวอีกว่า ขอเรียกร้องไปยังประธานศาลฎีกา ประธานวุฒิสภา และประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นัดหมายพูดคุยกันตั้งแต่บัดนี้ เพื่อหาทางออก โดยมวลชนต้องการให้การเปลี่ยนรัฐบาลเป็นไปด้วยความราบรื่น ถ้าภายใน 3 วัน ไม่สามารถทำได้ เราจะทำโดยวิธีของเราทันที
นอกจากนี้ขอแจ้งไปถึง นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ที่ถูกฝ่ายคนเถื่อนให้ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้มาเข้าพบตน
สั่งล่า‘นิวัฒน์ธำรง-โภคิน-ครม.’
“หากมวลมหาประชาชนผู้ใดเห็น นายนิวัฒน์ธำรง นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม และนายโภคิน พลกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย อยู่ที่ไหน ขอเชิญให้มาพบผมทันที ผมจะไปรออยู่ข้างทำเนียบรัฐบาล ห้ามทำร้ายเขา เชิญเขามา บอกว่ากำนันอยากพบ ส่วนพวก ครม. ที่เหลือเจอตรงไหนล้อมรถเอาไว้” นายสุเทพ กล่าว
ทหารยอมเปิดทางเข้าช่อง11
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังสิ้นคำประกาศของนายสุเทพ แกนนำชุดต่างๆ ก็ได้นำมวลชนของตัวเองซึ่งเก็บข้าวของรอไว้อยู่แล้ว ขึ้นรถออกปฏิบัติการในเวลา 09.09 น. โดย นายวิทยา แก้วภราดัย แกนนำ กปปส. ได้นำมวลชนบุกไปยังสถานีวิทยุโทรทัศน์ช่อง 11 ถ.เพชรบุรี โดยเมื่อไปถึงกลุ่มแกนนำได้เข้าไปเจรจากับเจ้าหน้าที่ทหารที่ยืนรักษาการณ์อยู่ที่หน้าประตูทางเข้าอาคาร เพื่อขอให้เปิดประตูให้มวลชนเข้าไปภายใน ซึ่งหลังการเจรจา เจ้าหน้าที่ทหารจึงยอมเปิดทางให้มวลชนเข้าไปได้ ท่ามกลางเสียงปรบมือและโห่ร้องดีใจของผู้ชุมนุม
ปักหลักยาวสกัดข่าวรบ.
จากนั้น นายวิทยาจึงได้ขอเข้าเจรจากับหัวหน้าฝ่ายเทคนิคของสถานี ก่อนออกมาเปิดเผยว่า จากการหารือได้ข้อตกลงร่วมกันว่า จะไม่มีการเกี่ยวสัญญาณเพื่อออกอากาศแถลงการณ์ของรัฐบาล ทั้งนี้แม้สถานีแห่งนี้เป็นสถานีออกอากาศภาคภาษาอังกฤษ ซึ่งมีการถ่ายทอดสดออกไปยังต่างประเทศ แต่กปปส.คงไม่สามารถไว้วางใจได้ เพราะอาจมีการสลับช่องสัญญาณกันภายหลัง โดยจะปักหลักค้างคืนอยู่ที่นี่จนกว่าจะได้รับชัยชนะ
แจงไม่บุกยึด‘ไทยพีบีเอส’
นายวิทยากล่าวอีกว่า สำหรับการใช้ยุทธศาสตร์ยึดทีวีช่องหลัก เพื่อไม่ให้รัฐบาลใช้เป็นเครื่องมืออีกต่อไป เพราะรัฐบาลหมดความชอบธรรมแล้ว ซึ่งทั้งช่อง 3 5 7 9 11 และไทยพีบีเอส เป็นทีวีช่องหลักของประเทศ แม้จะเชื่อว่ารัฐบาลอาจจะหาช่องทางอื่นได้ แต่เราก็สามารถตัดกำลังช่องทางจาก 100% เหลือ 10% ส่วนที่ไม่มีการเข้ายึดสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เพราะต้องการเหลือไว้เสนอข่าวสารเพื่อความเป็นกลาง
ค้นห้องส่งช่อง11ห้ามข่าวรัฐ
ด้าน นายถาวร เสนเนียม แกนนำ
กปปส. ได้นำมวลชนบุกไปยัง สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 ถ.วิภาวดีรังสิต โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารและ
ตำรวจวางกำลังดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด อย่างไรก็ตาม ภายหลังการเจรจากับเจ้าหน้าที่ นายถาวรก็สามารถนำมวลชนเข้ามาปักหลักชุมนุมภายในช่อง 11 ได้สำเร็จ ก่อนนำมวลชนบุกเข้าไปตรวจสอบห้องออกอากาศ เพื่อสกัดไม่ให้เสนอข่าวรัฐบาล แต่ทุกห้องถูกปิดล็อกหมดและไม่มีเจ้าหน้าที่ทำงาน นายถาวรจึงนำกำลังกลับออกมาพร้อมประกาศปักหลักอยู่จนกว่าจะได้รับชัยชนะ
‘ลูกหมี-ตั๊น’นำทีมยึดช่อง9
ขณะที่กลุ่มของ นายชุมพล จุลใส และ น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร ซึ่งนำมวลชนบุกไปยังสถานที่โทรทัศน์ช่อง 9 อสมท หรือ โมเดิร์นไนน์ทีวี นั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มมวลชนได้เดินทางมาถึงประตูหน้าของ อสมท ในเวลา 11.05 น. โดยเจ้าหน้าที่ได้เปิดทางให้มวลชนเข้าไปด้านในพื้นที่แต่โดยดี
ยื่น3ข้อเบรกข่าวรัฐบาล-ศอ.รส.
ทั้งนี้ นายสมจิตร ชินสมบูรณ์
ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สำนักบริหารกลาง อสมท เป็นตัวแทนออกมาเจรจา ซึ่ง นายชุมพลได้ยื่นข้อเรียกร้อง 3 ข้อ คือ 1.ขอให้มวลชนเข้ามาภายในพื้นที่รอบนอกอาคารและห้องโถงของอาคาร เบื้องต้นเป็นเวลา 5 วัน 2.ขอลิงค์สัญญาณถ่ายทอดสดจากบลูสกายขณะที่ นายสุเทพปราศรัย 3.ขอให้ยกเลิกการเสนอข่าวของ ศอ.รส.และรัฐบาล พร้อมกับขอให้ตำรวจออกนอกพื้นที่ อสมท ไปทั้งหมด เหลือไว้เพียงเจ้าหน้าที่ทหารเพราะมวลชนไม่ไว้ใจตำรวจ
ช่อง3รับปากยิงสด‘เทือก’
ส่วนกลุ่มของ นายณัฏฐพล และ นางทยา ทีปสุวรรณ ซึ่งนำมวลชนบุกไปยัง สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 อาคารมาลีนนท์ นั้น ปรากฏว่า เมื่อไปถึงกลุ่มผู้บริหารสถานีได้เชิญแกนนำเข้าไปหารือ ก่อนที่ นายณัฏฐพล จะออกมาประกาศว่า ผู้บริหารช่อง 3 ยืนยันจะทำตามข้อตกลงของ กปปส. 4 ข้อ คือ 1.หากมีแถลงการณ์ใดๆของนายสุเทพ ทางสถานีจะเกี่ยวสัญญาณถ่ายทอดสดทันทีทุกครั้ง 2.จะไม่เสนอข่าวการแถลงการณ์ของ ศอ.รส. 3.ให้ความร่วมมือเรื่องที่พักให้กับผู้ชุมนุมด้านหน้าอาคารมาลีนนท์ 4.จะเสนอข่าวสารอย่างเป็นกลาง
ช่อง7ไม่ขัดถ่ายสด‘กำนัน’
ขณะที่ขบวนของ นายอิสสระ สมชัย นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ และนายสกลธี ภัททิยกุล ซึ่งเดินทางไปที่สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 นั้น ทันทีที่ไปถึง แกนนำก็ได้เข้าหารือกับผู้บริหารสถานีทันที โดย นายอิสสระเปิดเผยหลังการหารือว่า ได้ตกลงกับผู้บริหารสถานีว่า หากมีการแถลงข่าวของนายสุเทพ จะมีการถ่ายทอดสดทันที พร้อมกับเปิดทางให้มวลชนเข้ามาภายในบริเวณสถานีได้ โดยมวลชนจะขอปักหลักประมาณ 2-3 วัน
ยันไม่แทรกแซงนำเสนอข่าว
นายอิสสระกล่าวว่า กปปส. ไม่ได้ต้องการแทรกแซงการนำเสนอข่าวของสถานที่โทรทัศน์ต่างๆ เพียงแต่ขอร้องให้รายงานหรือถ่ายทอดสดข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่ม กปปส. บ้าง และงดถ่ายทอดข่าวที่เกี่ยวกับฝ่ายที่อ้างตัวเองว่าเป็นรัฐบาล โดยยืนยันจะไม่มีการบุกรุกเข้าไปทำลายทรัพย์สินของสถานีแน่นอน
‘จำลอง’ยันช่อง5ร่วมมือ
ส่วนที่ช่อง 5 พล.ต.จำลอง ศรีเมือง พร้อม พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ และ ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ ได้นำมวลชน ไปถึงที่สถานีในเวลา 09.30 น. พร้อมกับเข้าพบ พล.ต.บุญญฤทธิ์ วิสมล ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายและแผนของสถานี โดย พล.ต.จำลอง เปิดเผยหลังการหารือว่า การพูดคุยเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีการกดดันใดๆ แต่มีการขอความร่วมมือในการนำเสนอข่าว ซึ่งมั่นใจว่าภายใน 3-5 วัน การเดินหน้าในปฏิรูปน่าจะประสบผลสำเร็จ โดยเบื้องต้นมวลชนจะปักหลักอยู่ที่ช่อง 5 เป็นเวลา 3 วัน 3 คืน หลังจากนั้นค่อยพิจารณาอีกครั้ง
หลวงปู่จี้ศอ.รส.ล่ามือยิงM79
เช้าวันเดียวกัน หลวงปู่พุทธะอิสระ ได้นำมวลชนเวที กปปส.แจ้งวัฒนะ หลายร้อยคนเดินทางบุกไปยังสโมสรตำรวจ ถ.วิภาวดีรังสิต ซึ่งเป็นที่ตั้งของ ศอ.รส. โดยทันทีที่ไปถึง หลวงปู่พุทธะอิสระ ได้ประกาศตัวแทน ศอ.รส. หรือ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ออกมารับเรื่องการติดตามกลุ่มมือปืนที่ยิงอาวุธเอ็ม 79 ใส่โรงพยาบาลและสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ แต่กลับไม่มีใครสนใจจะดำเนินคดีอย่างจริงจัง
ตร.ถวายแก๊สน้ำตาพระ-เจ็บ5
อย่างไรก็ตาม กลับไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือคนของ ศอ.รส. ออกมารับเรื่องดังกล่าว พร้อมกับมีการพูดผ่านเครื่องขยายเสียงตอบโต้กลับออกมา โดยกล่าวหาว่า มวลชนจะบุกเข้ามาทำลายทรัพย์สินของราชการ หลวงปู่พุทธะอิสระ จึงประกาศจะเข้าไปร้องเรียนถึงภายใน ศอ.รส. ทำให้ตำรวจระดมยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่มวลชนที่อยู่ด้านหน้าสโมสรตำรวจทันที จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย เป็นชาย 3 หญิง 2 ราย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลวิภาวดี
สรส.บุกสมทบ-ตร.แจ้นเจรจา
จากนั้นสถานการณ์ทำท่าจะรุนแรงขึ้น เมื่อประชาชนเริ่มเดือดดาลและมีการส่งข่าวต่อๆ กันเพื่อขอกำลังเสริม โดยมีมวลชนจากสหพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจแห่งประเทศไทย (สรส.) ยกขบวนบุกเข้ามาสมทบทันที และมีการปิดกั้น ถ.วิภาวดีรังสิต รวมทั้งทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์ขาเข้าทั้งหมด ทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนักและเหตุการณ์ตึงเครียดมากขึ้น กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจยอมหยุดยิงแก๊สน้ำตาและรีบประสานขอเจรจาทันที ก่อนสุดท้ายจึงมีการนำโต๊ะมาตั้งเพื่อรับแจ้งความ 3 คดี คือ 1.กรณีการยิงเอ็ม 79 ใส่เวทีแจ้งวัฒนะ 2.การยิงเอ็ม 79 ใส่สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และ 3.คดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว
ตลบหลังแจ้งจับตร.พยายามฆ่า
นอกจากนี้ ยังมีมวลชนอีกส่วนหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บจากการยิงแก๊สน้ำตาของเจ้าหน้าที่ แจ้งความให้เอาผิดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ออกคำสั่งให้มีการยิงแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุม เนื่องจากเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุ พยายามฆ่า และละเมิดสิทธิการชุมนุมโดยปราศจากอาวุธตามรัฐธรรมนูญ เพราะไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนในการควบคุมฝูงชน จากนั้น หลวงปู่พุทธะอิสระ จึงได้ประกาศให้เร่งดำเนินการคดีความทั้งหมด ไม่เช่นนั้นจะกลับมาทวงถามอีก จากนั้นจึงนำมวลชนเดินทางกลับ เนื่องจากมีข่าวกลุ่มเสื้อแดงเตรียมบุกมารื้อเวทีชุมนุมแจ้งวัฒนะ
‘เทือก’ลั่นยึดทำเนียบรัฐบาล
ด้าน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ได้นำมวลชนเดินทางบุกมาถึงทำเนียบรัฐบาลในเวลา 11.50 น. ซึ่งมีเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ตรึงพื้นที่โดยรอบเพื่อรอต้อนรับอยู่ก่อนแล้ว โดย นายสุเทพ ประกาศว่า จะขอปักหลักค้างคืนที่ทำเนียบรัฐบาล
ขอปธ.ศาลฎีกา-วุฒิฯหานายกฯใหม่
นายสุเทพกล่าวอีกว่า หลังจากนี้จะเดินทางไปยังวุฒิสภา ซึ่งกำลังจะมีการพิจารณาเพื่อเลือกประธานวุฒิสภาคนใหม่ ทำให้เห็นว่าขณะนี้บ้านเมืองเหลือผู้หลักผู้ใหญ่เพียง 2 สถาบัน ที่ถือเป็น 2 ใน 3 ของอำนาจอธิปไตย คือ ประธานศาลฎีกา ซึ่งเป็นอำนาจฝ่ายตุลาการ และประธานวุฒิสภาคนใหม่ ซึ่งเป็นอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ ก็หวังว่าจะให้ทั้ง 2 ประธานหารือกัน เพื่อแก้ไขสถานบ้านเมืองด้วยการร่วมมือกับมวลมหาประชาชนในการตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในประเทศ
สว.จ่อนัดถกนอกรอบแก้ปัญหา
จากนั้นเวลา 14.00 น. นายสุเทพ จึงเดินทางไปยังรัฐสภาเพื่อยื่นหนังสือถึง นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ปฏิบัติหน้าที่ประธานวุฒิสภา โดยมีเนื้อหาของให้วุฒิสภาเป็นผู้นำออกมาร่วมกับองค์กรอื่น เพื่อแสวงหาทางออกให้ประเทศ และขอให้กำหนดให้มีรัฐบาลชั่วคราว เพื่อปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง ซึ่ง นายสุรชัยกล่าวว่า เข้าใจสถานการณ์และสว.ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยตั้งใจจะเชิญ สว. มาประชุมนอกรอบเพื่อหาทางออกให้กับบ้านเมืองอยู่แล้ว ซึ่งคาดว่าจะเป็นสัปดาห์หน้า แต่ต้องหารือกันในที่ประชุมก่อน
‘นิวัฒน์ธำรง’หวังจะเรียบร้อย
ด้าน นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี กล่าวเพียงสั้นๆ ถึงปฏิบัติการเคลื่อนไหวของ กปปส. ที่เกิดขึ้นในวันเดียวกันนี้ว่า “หวังว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย”
ขณะที่ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงกรณี นายสุเทพ เชิญไปพบที่ทำเนียบรัฐบาลว่า คงไม่ได้ เพราะเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีกบฏและก่อการร้าย หากพบก็ต้องจับเลย ถ้าไม่จับก็จะมีความผิด
ศอ.รส.ห้ามทีวี.ถ่ายสดกปปส.
เวลา 13.00 น. วันเดียวกัน ศอ.รส. ได้ออกแถลงการณ์ประณามการกระทำของ กปปส. ในการบุกยึดสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ รวมถึงสถานที่ราชการหลายแห่ง พร้อมเตือนประชาชนอย่าเข้าร่วมทำผิดกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปป มิฉะนั้น จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายโดยไม่ละเว้น พร้อมกันนี้ยังสั่งห้ามผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ทุกแห่ง ห้ามถ่ายทอดสัญญาณ กปปส. หรือให้ความช่วยเหลือใดๆ อย่างเด็ดขาด
ยืมมือปปง.จ่อยึดทรัพย์แกนนำ
แถลงการณ์ยังระบุด้วยว่า เนื่องจากพนักงานอัยการสั่งฟ้อง นายสุเทพ กับพวก ข้อหาก่อการร้ายเพิ่มเติม อันเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน ศอ.รส. จึงสั่งให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้าดำเนินการ เพื่อดำเนินคดีฐานฟอกเงิน ซึ่งจะนำไปสู่การยึดทรัพย์ต่อไป
‘ลูกหมี’ฉุนช่อง9ถ่ายทอดศอ.รส.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การออกแถลงการณ์ดังกล่าวของ ศอ.รส. มีการถ่ายทอดผ่านสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 อสมท ทำให้ นายชุมพล จุลใส ซึ่งเป็นผู้นำมวลชน กปปส. บุกไปยังช่อง 9 ไม่พอใจ จึงได้ขึ้นประกาศบนเวทีว่า กรณีที่เกิดขึ้นได้รายงานให้นายสุเทพ รับทราบแล้ว ซึ่ง นายสุเทพ ได้สั่งการมาว่า หากพบว่าช่อง 9 ทำการถ่ายทอดสด ศอ.รส. อีกเป็น ครั้งที่ 2 ก็อนุญาตให้นำมวลชนบุกเข้ายึดห้องส่งได้ทันที เพราะถือว่าผิดสัญญา
ประชาชนทยอยเติมม็อบต่อเนื่อง
ขณะที่ในช่วงเย็นซึ่งเป็นเวลาหลังเลิกงาน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนจำนวนมาก ต่างพากันกระจายกันไปร่วมชุมนุมตามจุดต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้การชุมนุมแต่ละจุดในช่วงเย็นเป็นไปอย่างคึกคัก นอกจากนี้ยังมี กปปส. จากจังหวัดต่างๆ เช่น กระบี่ ตรัง ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี นครราชสีมา นครสวรรค์ ทยอยเดินทางเข้ามาสมทบการเคลื่อนไหวในกทม. อย่างต่อเนื่อง และต้องมีการปิดการจราจรหลายเส้นทาง ขณะเดียวกันที่บริเวณหน้าศาลากลางหลายจังหวัด ก็มีการตั้งเวทีคู่ขนานกับ กทม. เพื่อปราศรัยโจมตี กดดันรัฐมนตรีที่ยังคงรักษาการให้ลาออกโดยเร็ว
ต้องปิดถนน7เส้นทาง
ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) แจ้งว่า ผู้ชุมนุมได้ปักหลักตั้งเวทีเพื่อค้างคืนอยู่ด้านหน้าสถานีวิทยุและโทรทัศน์ ส่งผลกระทบทำให้มีการปิดการจราจร 7 จุดดังนี้ 1.หน้าสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ปิดการจราจรถนนพระราม 4 ขาออกทุกช่องทาง 2.สถานีโทรทัศน์ช่อง 5 ถนนพหลโยธิน ปิดการจราจรตั้งแต่จุดกลับรถใต้สถานีรถไฟฟ้าสนามเป้า จนถึงหน้าสถานีโทรทัศน์ช่อง 5 เจ้าหน้าที่เปิดการจราจรช่องพิเศษขาเข้า 1 ช่อง มุ่งหน้าไปอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ด้านขาออกใช้การได้ปกติ 3.บริเวณสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 ถนนพระราม 9 ผู้ชุมนุมเข้าไปปักหลักด้านในสถานี จึงไม่ได้มีการปิดถนน 4.สถานีโทรทัศน์ช่อง 11 ถนนวิภาวดีรังสิตขาเข้า ผู้ชุมนุมปิดการจราจรช่องคู่ขนานทุกช่องทาง ด้านช่องทางด่วนสามารถใช้การได้ปกติ 5.ถนนเพชรบุรีปิดการจราจรถนนกำแพงเพชร 7 ตั้งแต่แยกเพชรอุทัย-อาร์ซีเอทุกช่องทาง 6.สถานีโทรทัศน์ช่อง7 ปิดการจราจรถนนพหลโยธินขาเข้าตั้งแต่ธนาคารทหารไทย 7.ทำเนียบรัฐบาล ผู้ชุมนุมตั้งเวทีประตู 5 ด้านกระทรวงศึกษาธิการ นอกจากนี้ กปปส.บางส่วนเดินทางไปอาคารรัฐสภา ถนนอู่ทองใน ทำให้ปิดการจราจร
รถตร.คุมฝูงชนแม่ฮ่องสอนคว่ำ
ขณะที่ พ.ต.ท.จรินทร์ ลำลึก สว.ทล.4 กก.1 บก.ทล.รับแจ้งอุบัติเหตุรถตู้พลิกคว่ำบริเวณถ.เลี่ยงเมืองนครสวรรค์ กม.ที่ 331-332 ถนนพหลโยธิน เมื่อไปตรวจสอบพบรถตู้สีขาวของตำรวจควบคุมฝูงชนจ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งกำลังเดินทางเข้ามาปฎิบัติการดูแลการชุมนุมในกทม.พลิกคว่ำตกลงไหล่ทาง สอบสวนทราบว่า
รถตู้ขบวนนี้มาทั้งหมด 18 คัน รถคันที่เกิดอุบัติเหตุนั้น เป็นรถปิดท้ายขบวน คาดว่าคนขับรถไม่ชำนาญทาง ทำให้มีตำรวจบาดเจ็บ 15 นาย นอนพักรักษาตัวที่ รพ.ค่ายจิรประวัติ 3 นาย ที่เหลือแพทย์อนุญาตให้กลับได้แล้ว
สมาคมสื่อจี้หยุดคุกคาม
วันเดียวกัน สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้อง กปปส. ยุติคุกคามแทรกแซงการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน มีเนื้อหาโดยสรุปว่า ไม่เห็นด้วยต่อการกระทำของ กปปส. ที่เข้าข่ายคุกคามสิทธิเสรีภาพ หรือขัดขวางการทำหน้าที่เสนอข่าวสารของสื่อมวลชน ซึ่งขัดต่อเจตนารมณ์การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ที่ให้ความสำคัญกับเสรีภาพสื่อมวลชน พร้อมเรียกร้องให้ยุติพฤติกรรมดังกล่าวโดยเร็ว
สื่อเทศเกาะติดม็อบหวั่นรุนแรง
ขณะที่สำนักข่าวต่างประเทศอย่างซีเอ็นและรอยเตอร์ ต่างพากันเกาะติดสถานการณ์ประท้วงในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด โดยซีเอ็นเอ็นรายงานความเคลื่อนไหวกลุ่ม กปปส.ที่ไปปิดล้อมทำเนียบฯและสถานีโทรทัศน์หลายแห่ง และแกนนำผู้ชุมนุมยังประกาศยกระดับการประท้วง โดยยืนยันปิดเกมให้ได้ภายใน 3 วัน ซึ่งอาจนำไปสู่การเผชิญหน้า ส่งผลให้เกิดการปะทะรุนแรงขึ้นได้ ด้านรอยเตอร์รายงานว่า กลุ่มผู้ประท้วงซึ่งมีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ พยายามโค่นล้มรัฐบาลรักษาการของอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ขณะที่พรรคเพื่อไทยยังคงเป็นรัฐบาลรักษาการและกำลังมุ่งหวังให้มีการเลือกตั้งวันที่ 20 กรกฎาคม
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี