วันพุธ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า องค์การสหประชาชาติ (UN) เปิดเผยรายงานความมั่นคงทางอาหารล่าสุด ระบุว่า แม้สถานการณ์ความหิวโหยทั่วโลกจะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ความคืบหน้ายังคงเปราะบาง และคาดว่าภายในปี 2030 จะมีประชากรมากกว่า 500 ล้านคน ทั่วโลกที่ยังต้องเผชิญกับภาวะหิวโหยเรื้อรัง
รายงานระบุว่า ทวีปแอฟริกา กำลังกลายเป็นจุดวิกฤตด้านอาหารที่น่ากังวลที่สุดของโลก โดยแซงหน้าเอเชียขึ้นเป็นภูมิภาคที่มีจำนวนประชากรหิวโหยมากที่สุดเป็นครั้งแรก
อัลวาโร ลาริโอ ประธานกองทุนระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาเกษตรกรรม (IFAD) เตือนว่า ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ความไม่แน่นอนของตลาดพลังงาน และปัญหาการขนส่งสินค้า โดยเฉพาะสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซจากสงครามอิหร่าน อาจทำให้มีประชาชนเพิ่มอีก 9-18 ล้านคน เข้าสู่ภาวะหิวโหย หากวิกฤตยังคงยืดเยื้อ
ลาริโอกล่าวว่า สงครามและความขัดแย้งเป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญต่อการแก้ปัญหาความหิวโหย เนื่องจากส่งผลกระทบต่อเส้นทางขนส่ง พลังงาน และวัตถุดิบทางการเกษตร ทำให้ต้นทุนการผลิตอาหารเพิ่มสูงขึ้น
นอกจากนี้ ราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นยังส่งผลโดยตรงต่อเกษตรกรรายย่อยทั่วโลก ซึ่งหลายรายต้องพึ่งพาน้ำมันดีเซลในการสูบน้ำ เก็บเกี่ยวผลผลิต และขนส่งสินค้า ทำให้ต้นทุนอาหารปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย
รายงานของยูเอ็นระบุว่า แม้ปริมาณการผลิตอาหารทั่วโลกยังเพิ่มขึ้น แต่ประชากรราว 1 ใน 3 ของโลก ยังไม่สามารถเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการเพียงพอ และในประเทศรายได้น้อย ตัวเลขดังกล่าวสูงถึงประมาณ 77%
ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังเพิ่มแรงกดดันต่อระบบอาหารโลก โดยภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม ภัยแล้งยาวนาน และคลื่นความร้อนรุนแรง กำลังสร้างความเสียหายต่อพื้นที่เกษตรกรรมและวิถีชีวิตของชุมชนจำนวนมาก
ลาริโอเรียกร้องให้รัฐบาลทั่วโลกเร่งลงทุนด้านการเกษตร โครงสร้างพื้นฐาน ระบบจัดเก็บและกระจายอาหาร เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารในระยะยาว แทนที่จะรอรับมือเมื่อเกิดวิกฤตแล้ว
สำหรับแอฟริกา รายงานคาดการณ์ว่า ภายในปี 2030 ประชากรเกือบ 60% ของผู้ที่ขาดสารอาหารเรื้อรังทั่วโลก อาจอาศัยอยู่ในทวีปนี้ เนื่องจากจำนวนประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจยังไม่เพียงพอรองรับความต้องการ
ปัจจุบัน ประเทศในแอฟริกานำเข้าอาหารมูลค่าเกือบ 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี สะท้อนถึงความจำเป็นในการพัฒนาการผลิตภายในประเทศ ลดการพึ่งพาการนำเข้า และเสริมสร้างระบบอาหารให้แข็งแรงมากขึ้น
ทั้งนี้ IFAD เตือนว่า หากปัญหาความขัดแย้ง วิกฤตพลังงาน และสภาพอากาศสุดขั้วยังคงดำเนินต่อไป ความพยายามของโลกในการลดความหิวโหยอาจหยุดชะงัก และทำให้ประชาชนอีกหลายล้านคนตกอยู่ในความเสี่ยงด้านอาหาร
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี